บทความ » กลยุทธ์หุ้นไทยไตรมาส 3 เน้นพื้นฐานเด่น

กลยุทธ์หุ้นไทยไตรมาส 3 เน้นพื้นฐานเด่น

29 มิถุนายน 2021
347   0

กลยุทธ์หุ้นไทยไตรมาส 3 เน้นพื้นฐานเด่น 

กลยุทธ์หุ้นไทยไตรมาส 3 เน้นพื้นฐานเด่น  แนวโน้มดัชนีหุ้นไทย (SET) ช่วงนี้ เคลื่อนไหวพักตัวลง หลังขึ้นไปทำจุดสูงบริเวณ 1,640 จุด จาก การเผชิญปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ หลังนายกฯ สั่งธนาคารแห่ง ประเทศไทย (ธปท.)

ทบทวนเพดานดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบ ต่อกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงิน ส่วนปัจจัยต่างประเทศ มีความกังวลต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยและปรับลด QE จึงทำให้เกิดแรงขายทำกำไรและมีการไหลออกของ Fund Flow 

โดยล่าสุดจากถ้อยแถลง ของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ระบุว่า จะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป โดยมองว่าเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นผลมาจากการเปิดเศรษฐกิจ ทำให้ความกังวลเรื่อง Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดผ่อนคลายลงไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงเรื่องการปรับลด QE ซึ่งแนะนำให้ติดตามการประชุมที่ Jackson Hole ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ หากมี Negative Surprise ในการส่งสัญญาณลด QE เร็วกว่าคาด จะเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นได้ 

บรรยากาศภายในตลาดหุ้น Kim Gng หลังจากวันนี้หุ้นไทยร่วงลงกว่า 70 จุด The benchmark Stock Exchange of   Thailand index fell to the day’s  trough of 1,447.65 points, down by 5.3%, before paring losses and closing  at 1,452.63 in brisk trade  worth 64.9 billion baht. PATIPAT JANTHONG

ทั้งนี้ มองว่า SET ในช่วงนี้จะเคลื่อนไหวภายในกรอบ 1,580-1,640 จุด และตลาดยังมีความเสี่ยงด้าน Downside หลังภาพรวมตลาดการเงินโลกยังขาดปัจจัยหนุน และตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ อาจมี Negative Surprise รวมทั้งยังกังวลประเด็น Fed ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดทำ QE ส่วนในประเทศ แม้จะมีความหวังจากการเตรียมเปิดประเทศ แต่ยังต้องจับตาความเร็ว

ในการกระจายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำให้มองการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังเป็นลักษณะเก็งกำไรในหุ้นรายตัว และอาจมี Rotation ไปสู่กลุ่มที่ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้กลยุทธ์การลงทุนในตลาดช่วงไตรมาส 3/64 ของ บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) จะเน้นการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นั่นคือ การเปลี่ยนกลุ่มเล่น และเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและ Valuation สมเหตุสมผล 

ขณะที่มองว่าหุ้นวัฏจักรน่าจะสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแนะนำทยอยลดการเก็งกำไรในหุ้น Commodity หลังราคาสินค้าปรับลง เนื่องจากตลาดกังวลดอลลาร์แข็งค่า จีนมีแผนระบายสต๊อกโลหะภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตทางการเกษตร (ข้าวโพด ถั่วเหลือง) มีแนวโน้มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และหันมาแนะนำหรือให้โฟกัสไปที่กลุ่มหุ้นเชิงรับที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี Valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมากในการผลักดันให้มีผลตอบแทนสูงกว่าตลาด 

โดยหุ้นแนะนำของ SCBS ในไตรมาส 3/64 ได้แก่  

  1. CRC คาด SSS ตั้งแต่ไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน เติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากฐานต่ำของปีก่อน และเติบโตเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2564 จากฐานปกติ หลังสาขาต่างๆเริ่มกลับมาเปิดให้บริการ ซึ่งยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 จะได้อานิสงส์จากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยเฉพาะธุรกิจแฟชั่นและธุรกิจฮาร์ดไลน์ในประเทศไทย 
  1. GPSC คาดกำไรไตรมาส 2/64 จะปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการหยุดซ่อมบำรุงลดลง ต้นทุนก๊าซลดลง และการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า GE เฟส 5 ขณะที่การระบาดของโควิด-19 รอบนี้กระทบต่ออุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมน้อยกว่าปีก่อน 
  1. PM คาดกำไรไตรมาส 2/64 ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่เติบโต YoY จากการที่บริษัทและคู่ค้ามีแผนออกสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการขยายตัวแทนและศูนย์การกระจายสินค้า พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ 
  1. RJH คาดกำไรไตรมาส 2/64 โตเด่น YoYจากรับรู้รายได้บริการตรวจโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Net Cash 66 ล้านบาท) อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard โดยปัจจุบันซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PER) ล่วงหน้าปี 2564 และ 2565 ที่ 22.7 เท่า และ 21 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 52.0 เท่า และ 35.4 เท่า ตามลำดับ  
  1. SFT คาดกำไรไตรมาส 2/64-4/64 นิวไฮต่อเนื่อง หนุนจากอุปสงค์เติบโตในลูกค้าทุกกลุ่ม และกำลังการผลิตใหม่ที่เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนมิถุนายน

บทความอื่นๆ ต้นฉบับงานวิจัยระบุ วัคซีน AstraZeneca เข็ม 3