บทความ » การที่คนจีน พูดจาเสียงดัง ไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ แต่หมายถึงความจริงใจ

การที่คนจีน พูดจาเสียงดัง ไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ แต่หมายถึงความจริงใจ

16 กันยายน 2020
709   0

การที่คนจีน พูดจาเสียงดัง ไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ แต่หมายถึงความจริงใจ

การที่คนจีน พูดจาเสียงดัง ไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ แต่หมายถึงความจริงใจ

การที่คนจีน พูดจาเสียงดัง ไม่ได้แปลว่ากำลังโกรธ แต่หมายถึงความจริงใจ

พฤติกรรมที่ไม่น่ารักของคนจีน ที่สร้างความไม่พอใจให้คนไทยอย่างมาก ก็คือ “การพูดเสียงดัง ชอบโวยวายบนโต๊ะอาหาร เเละพนักงานเสริฟจานรุนเเรง”
.
ซึ่งสำหรับคนไทยเเล้ว การกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง !
.
เเต่ความเข้าใจเหล่านี้เป็นเพียงการมองในมุมของคนไทยเท่านั้น
.
เเล้วจริง ๆ ในมุมของคนจีนเขามองพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไร มันเป็นเหมือนกับที่หลายคนคิดไหม ? สมองไหลจะเล่าให้ฟัง…
.
.

  • ที่พูดจาเสียงดัง เพราะอยากให้รู้ว่า “จริงใจ”
    .
    สำหรับคนจีนการพูดจาเสียงดัง เป็นการเเสดงออกถึงความจริงใจกับคนที่กำลังคุยด้วย ก็เหมือนกับเวลาที่คนไทยเรากำลังพูดโกหกอยู่ ก็จะพูดเสียงเบา หลบสายตา ดูไม่มีความมั่นใจนั้นเเหละ
    .
    นอกจากนี้คนจีนยังมองว่าคนที่พูดจาเสียงดัง คือ คนที่มีบุคลิกดี มีความมั่นใจ เเละมีมารยาท ดังนั้น หากคุณไปอยู่เมืองจีนเเล้วไปพูดจาเสียงหวานๆ เบาๆ คนจีนก็จะมองว่าคุณเป็นคนไม่มีความมั่นใจ ถ้าอยู่ในที่ทำงานก็จะดูเป็นคนทำงานเหยาะแหยะไม่มีความขันเเข็ง
    .
    ยิ่งเวลาพบปะกับผู้ใหญ่ การตะโกนทักทายเสียงดัง ถือเป็นการเเสดงมารยาทอย่างหนึ่งเลย เพราะคนจีนเขาจะไม่รอให้อีกฝ่ายพูด เหมือนเวลาคนไทยให้จังหวะเราได้ยกมือไหว้กัน
    .
    คือ ถ้าเจอผู้ใหญ่เมื่อไหร่จะต้องตะโกนทักทาย สวัสดีทุกคนทันที เพราะถ้าเขาหันมาเเล้วเห็นว่าไม่พูด หรือ ทักทายไปเเล้วเขาไม่ได้ยิน คนจีนจะถือว่าไม่ได้ทักเขาเเละเป็นคนไม่มีมารยาท
    .
    .
  • ที่หัวเราะเสียงดังบนโต๊ะอาหาร เพราะอยากให้รู้สึก “สนิทสนม” กัน
    .
    คนจีนนั่นชอบความสนุกสนาน เวลานั่งโต๊ะอาหารกับเพื่อนฝูงจึงต้องพูดคุยเเล้วหัวเราะไปด้วย เพราะคนจีนเชื่อว่าการเเสดงออกเเบบนี้จะช่วยรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้นและเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีนั่นเอง
    .
    .
  • ที่พนักงานเสริฟต้องวางจานรุนเเรง เพราะอยากให้เจ้านายเห็นว่า “ขยันทำงาน”
    .
    เวลาไปรับประทานอาหารที่เมืองจีนเเล้วพนักงานเสริฟวางจานเเบบรุนเเรงบนโต๊ะเรา ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เขาไม่ได้โกรธใครมา เเต่ที่พนักงานเสริฟต้องวางจานเสียงดัง เพราะเขาต้องการให้เจ้านายเห็นว่าเขาขยันทำงานจริงๆ ครับ

.

.
หลายครั้งเราอาจจะมองว่าคนจีนไม่มีมารยาทที่พูดเสียงดัง ในขณะเดียวกันคนจีนก็มองว่าคนไทยไม่มีมารยาทที่พูดเสียงเบาเช่นกัน
.
ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่มีใครผิดเเละไม่มีใครพูด เพราะความจริงเเล้วมันเป็นเพียงเเค่วัฒนธรรมที่เเตกต่างกันเท่านั้นเอง
.
เเต่สิ่งสำคัญคือ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจวัฒนธรรมของทุกชาติพันธุ์ เเละรู้จักปรับตัวเข้าหาเวลาที่เราต้องเดินทางไปท่องเที่ยวยังบ้านเมืองของเขา ไม่ใช่ทำตามใจเราในทุกที่ ที่เราไป…
แต่หลายคนอาจจะเถียงขึ้นมาในใจว่า แล้วทำไมคนจีนไม่ปรับตัวเวลามาเที่ยวบ้านคนอื่นบ้าง เห็นมาทีไรก็ทำตัวอย่างกับบ้านตัวเอง
.

พฤติกรรม ที่ไม่น่ ารัก ของคนจีน ที่สร้างความไม่พอใจให้คนไทยอย่างมาก ก็คือ “การพูดเสียงดัง ชอบโวยวายบนโต๊ะอาหาร เเละพนักงานเสริฟจานรุนเเรง”
.
ซึ่งสำหรับคนไทยเเล้ว การกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง !
.
เเต่ความเข้าใจเ หล่านี้ เป็นเ พียง การม องในมุม ของคนไทยเ ท่านั้น
.
เเล้วจริง ๆ ในมุม ของคนจีนเ ขามองพฤติกรรม เหล่านี้อย่างไร มันเป็น เหมือนกับที่ หลายคน คิดไหม ? สมองไหลจะเล่าให้ฟัง…
.
.

  • ที่พูดจา เสียงดัง เพราะ อยากให้รู้ว่า “ จริงใจ ”
    .
    สำหรับ คนจีน การพูดจา เสียงดัง เป็นการ เเสดงออกถึง ความจริงใจ กับคนที่ กำลังคุยด้วย ก็เหมือน กับเวลาที่ คนไทยเรา กำลังพูด โกหกอยู่ ก็จะพูด เสียงเบา หลบสายตา ดูไม่มี ความมั่นใจ นั้นเเหละ
    .
    นอกจากนี้ คนจีน ยังมองว่า คนที่พูดจา เสียงดัง คือ คนที่มี บุคลิกดี มีความมั่นใจ เเละ มีมารยาท ดังนั้น หากคุณ
  • ไปอยู่เมืองจีนเเล้ว ไปพูดจาเสียงหวาน ๆ เบา ๆ คนจีน ก็จะมองว่า คุณเป็นคน ไม่มีความมั่นใจ ถ้าอยู่ใ นที่ทำงาน ก็จะดูเป็นคนทำงานเหยาะแหยะไม่มีความขันเเข็ง
    .
    ยิ่งเวลา พบปะกับ ผู้ใหญ่ การตะโกน ทักทายเสียงดัง ถือเป็น การเเสดงมารยาท อย่างหนึ่งเลย เพราะคนจีนเ ขาจะไม่รอใ ห้อีกฝ่ายพูด เหมือน เวลาคนไทยใ ห้จังหวะเราไ ด้ยกมือไหว้กัน
    .
    คือ ถ้าเจอผู้ใหญ่เมื่อไหร่จะต้องตะโกนทักทาย สวัสดีทุกคนทันที เพราะถ้าเขาหันมาเเล้วเห็นว่าไม่พูด หรือ ทักทายไปเเล้วเขาไม่ได้ยิน คนจีนจะถือว่าไม่ได้ทักเขาเเละเป็นคนไม่มีมารยาท
    .

ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่มีใครผิดเเละไม่มีใครพูด เพราะความจริงเเล้วมันเป็นเพียงเเค่วัฒนธรรมที่เเตกต่างกันเท่านั้นเอง
.
เเต่สิ่ งสำคัญคือ การเรีย นรู้ ที่จะเข้าใจ วัฒนธรรม ของทุก ชาติพันธุ์ เเละรู้จัก ปรับตัวเ ข้าหาเวลา ที่เรา ต้องเดินทาง ไปท่องเที่ยว ยังบ้านเมือง ของเขา ไม่ใช่ ทำตามใจ เราในทุกที่ ที่เราไป…
แต่หลายคน อาจจะเถียง ขึ้นมาในใจว่า แล้วทำไม คนจีนไม่ปรับตัว เวลามาเที่ย วบ้านคนอื่นบ้าง เห็นมา ทีไรก็ทำ ตัวอย่างกั บบ้านตัวเอง
.
ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนี้ อาจเป็นเพราะว่าจีนมีความเป็นชาตินิยมมากพอสมควร ในสมัยที่มีการปิดประเทศ จึงอาจเคยชินกับวัฒนธรรมของตัวเองมากเกินไป พอไปเที่ยวต่างประเทศจึงไม่รู้วิธีการปรับตัว

see also : ตอบ 13 ข้อสงสัยสำหรับ มือใหม่หัดปลูกต้นไม้ โดย วิทย์ ศิริวิทย์