บทความ » คนเกาหลีกลัวผีอะไร & ทำไมยุคนี้ ‘ซอมบี้’ ยืนหนึ่ง

คนเกาหลีกลัวผีอะไร & ทำไมยุคนี้ ‘ซอมบี้’ ยืนหนึ่ง

23 พฤศจิกายน 2020
585   0

คนเกาหลีกลัวผีอะไร & ทำไมยุคนี้ ‘ซอมบี้’ ยืนหนึ่ง

คนเกาหลีกลัวผีอะไร & ทำไมยุคนี้ ‘ซอมบี้’ ยืนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนช่างสังเกต ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้บันเทิงเกาหลี เราว่าคุณเองก็น่าจะสัมผัสได้ว่าวงการหนัง-ซีรีส์เกาหลีช่วงนี้ ถูก ‘ซอมบี้’ ปะทะเข้าอย่างจัง

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Train To Busan (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง) เปิดศักราชให้ชาวโลกรู้จักซอมบี้สไตล์เกาหลี แม้หนังจะดังสุดๆ แต่ก็ยังเป็นหนังซอมบี้เรื่องเดียวที่โดดเด่นในเวลานั้น

แต่ช่วง 1-2 ปีมานี้ เราได้ดูทั้งซอมบี้ย้อนยุคโชซอนอย่าง Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เลือด) และ Rampant (นครนรก ซอมบี้คลั่ง) ที่เข้มข้นทั้งการเมืองและความสยองขวัญ หรือแม้แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ชาวเกาหลีก็ยัง ‘ขอออกจากบ้านหน่อยน่า’ เพื่อไปดู Peninsula (ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง)

หนังภาคต่อของ Train To Busan แล้วเชื่อไหมคะว่าขนาดฉายช่วงนี้ ก็ยังขายตั๋วในเกาหลีได้กว่า 3 ล้านใบ และไม่เพียงแค่ชาวเกาหลีเท่านั้นที่ติดใจหนังซอมบี้ เพราะล่าสุด #ALIVE (คนเป็นฝ่านรกซอมบี้) ก็กลายเป็นภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรก ที่ติดเทรนด์ Netflix ทั่วโลก การันตีได้ว่านาทีนี้ไม่ว่าใครก็อินกับซอมบี้เกาหลี

ว่าแต่…ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่คนเกาหลีคิดอยากจะมี ‘ซอมบี้’ เป็นของตัวเอง?

ผีเก่าถอยไป ผีใหม่มาแล้วคนเกาหลีเรียก ‘ซอมบี้’ ว่า 좀비 ‘จมบี/ชมบี’ ค่ะ น่ารักน่าชังทีเดียว เห็นชื่อทับศัพท์แบบนี้ แน่นอนว่า ซอมบี้ไม่ใช่ผีในความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลี ตำนานศพเดินได้สุดสยองนี้มีที่มาจากนิทานพื้นบ้านเฮติ ว่ากันว่ามันคือศพคนตายที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซอมบี้ยุคแรกๆ

ในโลกภาพยนตร์ มักถูกปลุกขึ้นมาด้วยไสยศาสตร์หมอผีวูดู เมื่อโลกไฮเทคขึ้น พวกมันก็ถูกอัปเกรดให้กลายเป็นภูตผีที่เกิดขึ้นจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์บ้าง การแผ่รังสีบ้าง ไปจนถึงไวรัสระบาด และจากที่เคยปั่นป่วนอยู่ตามป่าเขา ซอมบี้ก็เริ่มออกอาละวาดในเมืองใหญ่

เชื่อมั้ยคะว่าตำนานซอมบี้ทั้งมวลบนโลกเพิ่งเกิดขึ้นมา 200 ปีเท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับอายุประเทศเกาหลีที่ยาวนานกว่า 2,000 ปีเป็นอย่างน้อย มีเวลาให้สะสมตำนานผีท้องถิ่นตั้งเยอะ หนำซ้ำก่อนที่หนังซอมบี้จะครองแดนกิมจิ อุตสาหกรรมหนังผีสไตล์เกาลี้เกาหลีก็เฟื่องฟูและมีลายเซ็นชัดเจนสุดๆ แต่แล้วใย ‘ซอมบี้’ ถึงทำคะแนนตีตื้นผีรุ่นพี่ได้เร็วขนาดนี้

คนเกาหลี กลัวผีอะไร?ย้อนไปในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์ยังไม่กำเนิด ‘ผี’ ถูกสร้างขึ้นมาเป็นตัวแทนความกลัวที่คนยังหาคำตอบไม่ได้ และมักเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์และความเป็นอยู่ของท้องถิ่นนั้นๆ ประเทศเกาหลีมีลักษณะเป็นคาบสมุทรและมีพื้นที่ภูเขาถึง 70% คนที่หากินแถบภูเขาก็จะกลัว 달걀귀신 ‘ทัล-กยัล ควีชิน’

เจ้าผีไข่ไก่ ซึ่งเป็นผีไม่มีหน้า ไม่พูดไม่จา ชอบมาหลอกหลอนคนเดินภูเขายามค่ำคืน ใครที่มองก็จะตายทันที ส่วนคนอยู่ริมทะเลก็จะกลัว 물귀신 ‘มุลควีชิน’ ผีพรายน้ำที่ชอบมาดึงขาคนลงน้ำตอนกลางคืน ซึ่งจริงๆ ก็คืออาการตะคริวนั่นเอง ส่วนลำแสงเรืองๆ ตอนกลางคืนที่คนไทยบอกว่าเป็น ‘ผีกระสือ’ นั้น

คนเกาหลีเรียกว่า 도깨비불 ‘โทแกบีบุล’ หรือลำแสงยักษ์โทแกบี โดยเจ้ายักษ์ตัวนี้มีหลายเวอร์ชันเลยค่ะ บ้างก็มาร้ายทำลายข้าวของ บ้างก็ใจดี มาช่วยชาวบ้านเพาะหว่านแปลงผัก

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่อีก 2 ครั้งที่ทำให้เกาหลีมีผีเพิ่มขึ้นเพียบ ครั้งแรกคือการรับพระพุทธศาสนา ใครตะกละหรือโลภเงิน ตายไปก็จะกลายเป็น 아귀도 ‘อากวีโด’ ผีเปรต ตัวสูงเท่าเขาไท่ซาน ปากเล็กเท่ารูเข็ม

(ต่างจากผีเปรตของไทยที่เกิดจากความอกตัญญู) ส่วนคนขี้โกหกกลับกลอก ตายไปจะกลายเป็น 콩콩귀신 ‘คงคงกวีชิน’ ผีห้อยหัวกลับหัวกลับหาง ใช้หัวลากไปกับพื้นอย่างน่าเวทนา (คงคง มาจากเสียงลากหัวกับพื้น ประมาณว่าเสียง ป๊อกป๊อก)

และจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดก็คือยุคโชซอน ที่เกาหลีรับขงจื๊อใหม่ (Neo-Confucianism) เข้ามาเป็นแนวปฏิบัติหลักในสังคม มีการแบ่งชนชั้น หน้าที่ชาย-หญิง แบ่งแยกอาวุโส คุณอาจคิดว่าถ้าเกิดเป็นชนชั้นสูงในยุคนี้เราคงสบายเนอะ แต่ไม่เลยค่ะ

เป็นไพร่อาจแฮปปี้กว่า เพราะสังคมคาดหวังกับชนชั้นสูงไว้มากมาย ผู้ชายต้องสอบควากอ (จอหงวน) รับราชการให้ได้ ผู้หญิงต้องเป็นเมียและแม่ที่ดี ต้องให้ กำเนิดบุตรชายที่สอบควากอได้เช่นกัน คนเคยดูซีรีส์ Hotel Del Luna น่าจะจำได้ เถ้าแก่

เนี้ยจางมันวอล มีวิญญาณลูกน้องคนสนิทอยู่ 3 ตน ที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด คนแรกเป็นบัณฑิตสอบควากอได้อันดับหนึ่ง แต่ต้องมาตายทั้งที่ยังมีมลทิน อีกคนเป็นสะใภ้ที่ตายโดยไร้ลูกชายสืบสกุล วิญญาณเธอจึงวนเวียนสาปแช่งครอบครัวสามี ส่วนใหญ่ผีเฮี้ยนๆ ยุคโชซอน ก็ชนชั้นสูงทั้งนั้น มิชชันแกเยอะ พอทำไม่สำเร็จก็เลยแค้น

แต่ผีที่ถือเป็นสุดยอดผีเฮี้ยน สูสีกับ ‘ผีตายทั้งกลม’ ของไทยคือ 처녀귀신 ‘ชอ-นยอ ควีชิน’ ผีสาวพรหมจรรย์ค่ะ อย่างที่บอกไปว่าผู้หญิงเกาหลีสมัยก่อนถูกพร่ำสอนให้เป็นเมียและแม่ที่ดี ชีวิตถ้าไม่ผ่านมิชชันนี้ แทบจะไม่ถือว่าเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำ มันไม่เหมือนสมัยนี้ที่ถ้าเราไม่มีสามีก็อาจจะแค่รู้สึกเซ็งๆ

แล้วรูด Tinder ต่อไป แต่สมัยก่อนมันคือความแค้นและอับอายอย่างยิ่งยวด ถูกสาปแช่งจากครอบครัวไม่ให้ไปผุดไปเกิด แถมหลุมศพของเธอจะถูกฝังประจานตรงสี่แยก เมื่อมีคนเดินผ่านพลุกพล่าน เธอจะอายจนไม่กล้าออกมาทวงแค้นกับใคร

ภาพจาก Rampant นครนรก ซอมบี้คลั่ง

พอถึงยุคล่าอาณานิคม คนเกาหลีเกลียดฝรั่ง คนก็ลือกันว่าให้ระวังผีผมทองตาฟ้าที่เดินเตร็ดเตร่ริมถนนชงโน ช่วงสงครามเกาหลีมี ผีทหาร และร าษฎรมากมายที่พลัดพรากจากครอบครัว เรื่อยมาจนถึงปี 2000s ยุคที่

เด็กนักเรียนเกาหลีเตรียมสอบหนักมาก บ้างก็ถูกบูลลี่ในโรงเรียน ยุคนั้นเลยมีหนัง เกี่ยวกับ ผีบันไดโรงเรียนออกมา ตามด้วยซีรีส์ผีในโรงเรียน และบรรดาผีเฟอร์นิเจอร์ ในบ้าน ตู้ซ่อนผี เตียงซ่อนผี โต๊ะซ่อนผีต่างๆ

ดูเหมือนเกาหลีจะมีผีมากมายจน ไม่เปิดทางให้ใ ครแจ้งเกิด แต่จู่ๆ วันหนึ่ง ‘ซอมบี้’ กลับเป็นผีน้องใหม่มาแรงซะอย่างนั้น เกาหลี (ใต้) ยุคนี้พัฒนาแล้ว น้ำไหลไฟสว่างทางดี แล้วคนจะกลัวผีป่าเขาทำไม คนเคร่ง ศาสนาพุทธก็ น้อยลง

หรือสุดท้ายแม้สาวๆ จะตายทั้งที่ยังเวอร์จิ้น ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ตัวเอง บกพร่อง ในหน้าที่ มนุษย์แต่ อย่างใด

สิ่งที่คนเกาหลียุคนี้รู้สึกกลัวอยู่ลึกๆ ในใจ ก็คื อ ‘การสูญเสียความเป็นตัวเอง’ และ ‘ภาวะโรคระบาดที่ขัดขวางชีวิตประจำวันอันคุ้นชิน’ ข้อหลังบ้านเราอาจเพิ่งมาตื่นตัวกันในช่วงโควิด-19 แต่ที่เกาหลี จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่

ที่การ แพร่ระบาดของไวรัส MERS กลางปี 2015 ซึ่งเป็น แรงบันดาลใจ สำคัญที่ทำให้ผู้กำกับยอนซังโฮส ร้างภาพยนตร์ Train To Busan ขึ้นมา ในปี 2016 ตอนนั้นคนเกาหลีต่างก็วิตกลึกๆ ว่า เกาหลีที่

ผ่านทั้งสงครามและวิกฤตความอดอยาก มาตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ กว่าจะพลิกฟื้นขึ้นมา เป็นประเทศแถวหน้าทุกวันนี้ จะต้องกลับไปสู่สถานะผู้แพ้ยับเยินอีกครั้งหรือไม่

บทความอื่นๆ สำรวจจักรวาล ‘คิมอึนซุก’ ผู้เขียนบท