บทความ » จัดพอร์ตอย่างไร รับมือโควิด-19 รอบใหม่

จัดพอร์ตอย่างไร รับมือโควิด-19 รอบใหม่

9 มกราคม 2021
578   0

จัดพอร์ตอย่างไร รับมือโควิด-19 รอบใหม่

จัดพอร์ตอย่างไร รับมือโควิด-19 รอบใหม่ ปัจจัยสำคัญสำหรับปี 2564 คงไม่หนีเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรง และ เริ่มเกิด Second Wave ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

แต่ผมมองต่างในเรื่อง ของ ความรุนแรงเมื่อเทียบ กับต้นปี 2563 คือเรารู้จักโควิด-19 ดีขึ้นมาก เรารู้ว่าสู้อยู่กับอะไร จะป้องกันตัวได้อย่างไร และ มีการค้นพบวัคซีนต้านเชื้อไวรัส 

ดังนั้นสถานการณ์ ย่อม ดีกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นเรื่องต่อเนื่องจากสถานการณ์ ล็อกดาวน์ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง โดยเฉพาะการบริโภคและการท่องเที่ยว โดยรวมเริ่มฟื้นตัวขึ้น เมื่อปลายไตรมาส 3/63

แต่เมื่อ เกิดการ แพร่กระจายระลอกที่สองในช่วงไตรมาส 4/63 หลายประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี สเปน สวีเดน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก จนถึงขั้น ต้อง

ล็อกดาวน์รอบสอง ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจน่าจะลำบากขึ้น งบประมาณ ทางการเงินต่างๆ ที่ออกมาแล้ว ทั่วโลกอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้มีความเสี่ยงที่ เศรษฐกิจโลก

ในช่วงครึ่ง ปีแรกของปี 2564 ยังคงชะลอตัว แต่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้น ในช่วงครึ่งหลัง ของปี เนื่องจากปริมาณวัคซีนที่ผลิตออกมาเริ่มมีการนำไปใช้ ในคนหมู่มาก มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งจะทำให้การบริโภค และ การผลิต รวมทั้งการท่องเที่ยว น่าจะเริ่ม มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น ในช่วงปลายปี 2564

อย่างไรก็ดี ก่อนที่เราจะก้าวไป ถึงการส่งสัญญาณ การฟื้นตัวของ เศรษฐกิจ ในแง่มุมของการลงทุนเราคงต้องฝ่าฟันกันหลายปัจจัย แต่ผมเชื่อมั่น ว่าผู้ลงทุน หลายท่านได้ปรับตัวปรับพอร์ตการลงทุนกันไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมาบ้างแล้ว

แต่กลยุทธ์การลงทุนต้องปรับเปลี่ยนให้ทัน และรองรับเหตุการณ์ข้างหน้าเสมอ ดังนั้น เราต้องรู้จักลักษณะการวางกลยุทธ์กระจายสินทรัพย์ เพื่อการลงทุน แบบ Asset Allocation หรือ AA ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ

แบบแรกคือ การกระจาย ความเสี่ยงบนสินทรัพย์ที่มี ความเคลื่อนไหว ที่ไม่สอดคล้องกัน Un-correlation เพื่อหวังผลตอบแทน ที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พอร์ตการลงทุนจะถูกจัดเป็นแบบระยะยาว หรือ Strategic Asset Allocation หรือ SAA ซึ่งจะเป็นภาพระยะยาวคือ 1-3 ปี 

แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง และ ส่งผลกระทบ กับ พอร์ตการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจจะมีการปรับน้ำหนักเชิงกลยุทธ์ที่ เราเรียกว่า Tactical Asset Allocation หรือ TAA ส่วนใหญ่ใช้เป็นภาพระยะกลาง-สั้น ประมาณ 3-6 เดือน

ทั้งนี้ หากมองในมุมของสินทรัพย์ พบว่าการปรับตัวลงของ หุ้นทำให้เกิดโอกาสที่จะลงทุน และคาดหวังผลในระยะกลางถึงยาวได้ แต่หลักๆ ที่ผมจะเน้นกลยุทธ์คือ แบบ TAA เพราะจะเป็นพอร์ตที่รองรับ ความผันผวนระหว่างทาง ตามข่าวโควิด-19 ในเชิงของภาพเศรษฐกิจ ธนาคารกลางหลักๆ ต่างใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน 

ในส่วนของทองคำ ซึ่งถือว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย แต่ ด้วยราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมามาก ประกอบกับแนวโน้มการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ผลตอบแทนจากทองคำอยู่ในกรอบที่จำกัด ซึ่งต่างจากน้ำมันที่มี แนวโน้มว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว 

สำหรับ REITs และ Property Fund ที่ให้ Yield ได้ประมาณร้อยละ 4-6 ยังน่าสนใจ แต่อาจจะต้อง ดูสินทรัพย์ที่อยู่ในกอง เป็นหลัก เพราะกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจ จะเป็นพวกสาธารณูปโภคพื้นฐาน 

มาดูการจัดพอร์ตแบบ AA ในระดับที่ เหมาะสม หรือประมาณ 3-6 เดือน โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณร้อยละ 4-6 เป็น

ตราสารหนี้ระยะสั้นร้อยละ 45 หุ้นในประเทศและต่างประเทศ (เน้น จีน อเมริกา และ กลุ่มอาเซียน) ร้อยละ 40 ที่เหลือเป็นทอง น้ำมัน และกอง REITs อย่างละเท่าๆ กัน 

หากคาดหวังผลตอบแทนที่ร้อยละ 8-10 ซึ่งเป็นโมเดลที่รับ ความเสี่ยงสูงได้ เป็น ตราสารหนี้ระยะสั้นร้อยละ 15 หุ้นในประเทศ และ ต่างประเทศร้อยละ 75 ที่เหลือเป็นทอง น้ำมัน และกอง REITs อย่างละเท่าๆ กัน 

แต่ถ้าเน้นผันผวนต่ำ และ ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น โดยคาดหวังผลตอบแทนที่ร้อยละ 2-3 ตราสารหนี้ ระยะสั้นร้อยละ 55 ตลาดเงินหรือเงินฝาก ระยะสั้นร้อยละ 20 หุ้นในประเทศและต่างประเทศร้อยละ 15 ที่เหลือ เป็นทอง น้ำมัน และกอง REITs อย่างละเท่าๆ กัน

บทความอื่นๆ AAA เปิดเกณฑ์ 3 ข้อที่ทำให้ลิเวอร์พูลยังไม่ยอมใจอ่อน