บทความ » จิ้งจอกเกาหลีกินตับ ส่วนจิ้งจอกญี่ปุ่นกินเต้าหู้ทอด?

จิ้งจอกเกาหลีกินตับ ส่วนจิ้งจอกญี่ปุ่นกินเต้าหู้ทอด?

10 ตุลาคม 2020
101   0

จิ้งจอกเกาหลีกินตับ ส่วนจิ้งจอกญี่ปุ่นกินเต้าหู้ทอด?

จิ้งจอกเกาหลีกินตับ ส่วนจิ้งจอกญี่ปุ่นกินเต้าหู้ทอด? Tale of the Nine Tailed ซีรีส์เกาหลีแนวแฟนตาซีเรื่องใหม่ล่าสุดที่ นำแสดงโ ดยนักแสดงหนุ่มผู้ฝากผลงานซีรีส์แนวแฟนตาซีและลึกลับไว้มากมายอย่าง

อีดงอุค คู่ กับ นักแสดงสาว โจโบอา และการกลับมาอีกครั้งของ คิมบอม ว่าด้วย เรื่อง ของ อียอน (รับบทโดย อีดงอุค) จิ้งจอกเก้าหางที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ ตำนาน จิ้งจอกเก้าหางนี้ไม่ได้มีเฉพาะในเกาหลีเท่านั้น

ประเทศอื่นๆ ในเอเชียก็มีตำนานเล่าขานอยู่บ้างเหมือนกัน แต่สิ่งที่ น่าสนใจคือ เหล่าจิ้งจอกมี ‘อาหารโปรด’ เป็นของตัวเองด้วย เราจึง อยาก พาคุณมารู้จัก เหล่าจิ้งจอกผ่านอาหารโปรดของ พวกเขากัน

จิ้งจอกเกาหลีและจิ้งจอกญี่ปุ่น

เทพหรือปีศาจจิ้งจอกนั้น มีอยู่ทั้งในตำนานของจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งอินเดีย แม้จะเป็นจิ้งจอกเหมือนกัน แต่ก็ มีความต่างกันอยู่บ้าง ใน บางรายละเอียด วันนี้เราจะมาพูดถึง ‘อาหารโปรด’ ของ จิ้งจอกเกาห ลีและ

จิ้งจอก ญี่ปุ่นที่มี ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จิ้งจอกเกาหลี กินตับ (ตับของมนุษย์เสียด้วย น่ากลัว ใช่ไหม) แต่ทำไมจิ้งจอก ญี่ปุ่นถึงชอบเต้าหู้ทอดที่ เป็นอาหารมังสวิรัติ แถม เต้าหู้ทอด ยังเป็น คอมฟอร์ตฟู้ดของ ชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

‘ตับ’ อาจไม่ใช่อาหารที่ โปรดปรานเสียทีเดียว แต่ก็จำเป็นกับจิ้งจอกเกาหลี

“กินตับ ไปตั้งมากมาย ขนาดนั้นยังจะอยากมีแฮปปี้เอ็นดิ้งอีกเหรอ”

ประโยคที่ อียอน จิ้งจอกเก้า หางหนุ่มที่เป็นพระเอกของเรื่องพูดกับจิ้งจอกตัวเมียที่ฆ่ามนุษย์ไปแล้ว มากมายใน อีพีแรก ของ เรื่องเลยนั้น หากฟังผ่านๆ คุณอาจไม่เข้าใจว่าอียอนพูดถึงอะไร เราจะอธิบาย ให้คุณฟัง ว่า

จิ้งจอกเกาหลีหรือที่เรียกกันว่า ‘คูมีโฮ’ นั้น ต้องไล่ล่ามนุษย์เพื่อ เอาตับ มากิน เพื่อที่จะได้ความสามารถในการแปลงร่างเป็นมนุษย์ เพราะตับเป็นส่วนที่เชื่อกัน ว่ามีพลังชีวิต ของ มนุษย์อยู่ในนั้นมากที่สุด คูมีโฮบางตนเลือกไล่ล่ามนุษย์ ฆ่า และนำตับมากิน แต่คูมีโ ฮบางตนก็เลือก ที่จะขุดหลุมศพมนุษย์แล้วเอาตับจากซากศพมากิน

การฆ่ามนุษย์ และ การขุดหลุมศพนั้นสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์ คูมีโฮบางตนก็ไม่ได้รู้สึกดีกับเรื่อง แบบนั้น เสียเท่าไร แต่ด้วยความจำเป็นจึงต้องทำลงไป คูมีโฮแต่ละตนก็มีเหตุผลใน การต้องการพลังเพื่อแปลงร่างเป็นมนุษย์เป็น

ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กับสังคมมนุษย์ให้ แนบเนียนขึ้น การเริ่มต้น ชีวิตใหม่ หรือ แม้กระทั่งสานต่อความรักระหว่างคูมีโฮและ มนุษย์ด้วยกัน

แม้จิ้งจอก ตัวเมียจะขอร้องอียอน ว่าเธอตกหลุมรักมนุษย์ ลงไปแล้ว และเธอจะไม่ทำร้ายมนุษย์ เพื่อนำตับมากินอีก วันนี้ เธออยาก เพียงแค่จะเป็น เจ้าสาวเท่านั้น แต่ สิ่งที่เธอเคยทำลงไปนั้นก็ ผิดอยู่ดี ทำให้เธอ ต้องรับโทษจากสิ่งที่ทำลงไป

“ทุกวันนี้ยังมี คนชอบกินตับอยู่ อีกเหรอ ต้องไอศกรีมมินต์ช็อกโกสิ”

อียอนเป็น คูมีโฮที่ ไม่สนใจ การกินตับ แต่กลับชอบกิน ไอศกรีมมินต์ช็อกโกแลตมากกว่า ซึ่งในประเด็นเรื่องของการ กินตับเพื่อ อยู่รอดนี้

ยังคงเป็นปมที่ต้อง ติดตามกันต่อ เพราะในสองตอนแรกของ Tale of the Nine Tailed อาจจะยัง มีเรื่องบางอย่างที่ ยังไม่ได้เปิดเผยว่าคูมีโฮต้องทำอย่างไรถึง จะหลุดพ้นจากการ ไล่ล่ามนุษย์เพื่อกินตับ

‘เต้าหู้ทอด’ อาหารโปรดของจิ้งจอกญี่ปุ่นที่เกิดจากการพลิกแพลง

ในขณะที่ตำนานคูมีโฮ ของ ฝั่งเกาหลีนั้น ช่างน่ากลัวและเจือปนไปด้วยความเศร้า แต่ตำนานจิ้งจอกของฝั่งญี่ปุ่น กลับน่ารักน่าเอ็นดู เพราะอาหาร โปรดของจิ้งจอกในตำนานของญี่ปุ่นคือ ‘เต้าหู้ทอด’ ทำให้ เราสงสัยว่า จิ้งจอก เป็น สัตว์กินเนื้อไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีอาหารจานโปรดเป็น อาหาร มังสวิรัติไปเสียนี่

ในสมัยญี่ปุ่น โบราณที่ ผู้คนส่วนใหญ่มีอาชีพ เป็น ชาวไร่ชาวนา สมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยีหรือภูมิปัญญาที่ สามารถกำจัดศัตรูพืช ได้อย่าง เด็ดขาด จึงทำให้ ชาวบ้านต้องพบกับปัญหาของศัตรูพืชที่มาทำลายผลผลิต

ไม่ว่าจะเป็นนก หนู หรือแมลง แต่ ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาล้อมรอบเสียส่วนใหญ่ จึงมีจิ้งจอกลง จากภูเขามาหากินบ้าง เหล่า จิ้งจอกช่วยกินนกหนู

และศัตรูพืชอื่นๆ จนหมด ชาวบ้าน จึงเชื่อว่า จิ้งจอกเป็นเทพเจ้าที่มาช่วยเหลือ เมื่อชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็ จะจับหนูที่อยู่ใน นาไปทำ เป็น ‘หนูทอด’ เพื่อถวายกับจิ้งจอกเพื่อเป็นเครื่องสักการะขอบคุณที่ทำให้ผลผลิตงอกงาม

แต่การจับหนูสักตัวหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อชาวบ้าน มีหน้าที่ รับผิดชอบมากมายต้องทำ บวกกับ การเข้ามาของพุทธศาสนา ทำให้ชาวบ้านพลิกแพลง จากการ จับหนูมาทอดเปลี่ยนเป็น ‘เต้าหู้ทอด’ โดยการเอาถั่วเหลือง มาทำเป็นเต้าหู้แล้วนำ ไปทอดแทน ทั้งประหยัดเวลามากกว่า และ ไม่เป็น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

เต้าหู้ทอดที่ ชาวบ้านนำไป ถวายนั้นมี ชื่อภาษาญี่ปุ่น ว่า ‘อาบุระ อาเกะ’ เต้าหู้แผ่นบางที่นำไปทอดใน น้ำมันร้อนๆ ถึงสองครั้ง ศาลเจ้า

อินาริต่างๆ ที่กระจายตัว ทั่วประเทศญี่ปุ่น จึงมีวัฒนธรรมถวายเต้าหู้ทอด แก่เทพเจ้าจิ้งจอกเพื่อความเป็น สิริมงคล รวมไป ถึงร้านรวงต่างๆ รอบศาลเจ้าอินาริก็มักจะ มีเมนู ‘คิตสึเนะอุด้ง’ หรือ ‘อินาริซูชิ’ ขายเต็มไป หมดอีกด้วย

จิ้งจอกก็มีหัวใจที่อยากจะเชื่อมโยงกับมนุษย์

ในขณะที่จิ้งจอ กเกาหลีอยากจะเป็น ส่วนหนึ่งใน สังคมมนุษย์ อยากจะแปลงกายเป็นมนุษย์และใช้ชีวิตร่วม กับ สังคมมนุษย์ได้ แม้จะต้องแลกกับการออกล่าตับมนุษย์บ้างก็ขุดคุ้ยเอาจากสุสาน บ้างก็ต้อง เข่นฆ่ามนุษย์ เพื่อเอาตับมากิน แม้ตนเองจะไม่ได้ชอบเลยก็ตาม

แต่จิ้งจอกญี่ปุ่นกลับแทรกซึม เข้าไป ในวัฒนธรรมของมนุษย์ได้ อย่างง่ายดายปัจจุบันนี้มีศาลเจ้าอินาริ หรือ ศาลเทพเจ้าจิ้งจอกกระจายตัวอยู่ทั่ว ประเทศญี่ปุ่น และเป็นศูนย์รวมใจของทั้งชาวญี่ปุ่น และ ชาวต่างชาติให้มาขอพร

ให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม และในบางตำนานก็เล่าขานกันว่า เมื่อมีเวลาว่าง เหล่าจิ้งจอกก็จะเปิดร้านขายโอเด้งที่มีเมนูเต้าหู้ทอดอยู่ในนั้นด้วย

สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่าเหล่าจิ้งจอกไม่ว่าจะสัญชาติใดก็มีหัวใจที่อยากจะเชื่อมโยงกับมนุษย์ ไม่ว่าพวกเขาจะกินตับหรือกินเต้าหู้ทอดก็ตาม ส่วนในซีรีส์นั้นจะเป็นอย่างไร เหล่าจิ้งจอกจะสามารถกินอย่างอื่นทดแทนตับมนุษย์ได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

บทความอื่นๆ เมื่อบาร์บีกอนขายหมูทอด ปั้น แฟรนไชส์ หมูทอดกอดคอ ชูจุดแข็งไม่มีค่า Fee