รีวิวหนัง » ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรี่ส์ ที่กำลังสะท้อนการศึกษาไทย

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรี่ส์ ที่กำลังสะท้อนการศึกษาไทย

6 สิงหาคม 2020
258   0

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรี่ส์ ที่กำลังสะท้อนการศึกษาไทย

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรี่ส์ ที่กำลังสะท้อนการศึกษาไทย

เรามาพูดคุยเกี่ยวกับซีรีย์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรี่ส์ ที่ดำเนินเรื่องได้ 2 ตอนกัน

ครูขู่ว่าจะกาหัวกระดาษหนู ถ้าหนูทุจริตในการสอบ แล้วอย่างครูที่ให้ข้อสอบกับคนที่เรียนพิเศษด้วย อย่างนี้มันเรียกทุจริตหรือเปล่าคะ”

เริ่มต้นมาแค่ 2 ตอนแรก ผลงานการกำกับเรื่องใหม่ของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ (Project S The Series SOS skate ซึม ซ่าส์)

 ก็สร้างความกดดันลุ้นระทึกให้กับผู้ชมได้ไม่แพ้เวอร์ชันภาพยนตร์ และยังมีเอกลักษณ์ เสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากต้นฉบับมากทีเดียว

ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ ว่าด้วยเรื่องราวของ ลิน (จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน) เด็กสาวมัธยมผู้มีสติปัญญาชาญฉลาด

ถูกรับเลือกให้เป็นนักเรียนทุนของโรงเรียนกรุงเทพทวีปัญญาหนึ่งในโรงเรียนชั้นแนวหน้าค่าเทอมแสนแพง แต่ก็แลกมากับ ‘โอกาส’ ทางการศึกษาที่หลายคนเชื่อว่าจะได้รับมากกว่าที่อื่น 

จนกระทั่งลินรู้ว่าทุนที่เธอได้รับต้องถูกแบ่งให้กับ แบงค์ (เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) เด็กหนุ่มอัจฉริยะที่เคยได้ทุนนี้มาก่อน

ทำให้ วิทย์ (แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง)พ่อของลินที่เป็นเพียงข้าราชการธรรมดาต้องจ่ายค่าเทอมเพิ่มทั้งที่ไม่จำเป็น 

ลินจึงตันสินใจรับข้อเสนอของ พัฒน์ (ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต) และ เกรซ (นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) ในการช่วยโกงข้อสอบเพื่อแลกกับเงินเอาไปจ่ายค่าเทอม

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการโกงข้อสอบครั้งนี้จะพาให้เธอไปพบความจริงที่ไม่อาจยอมรับ ก่อนที่จะนำไปสู่การโกงข้อสอบระดับประเทศ

สิ่งแรกที่เราชื่นชอบใน ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ 2อีพีแรกที่เพิ่งจบไป คือการวางองค์ประกอบต่างๆ

ที่รักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือน ในเวอร์ชันภาพยนตร์เอาไว้ได้ดีในระดับที่น่าพอใจ 

เริ่มตั้งแต่การดีไซน์ช็อตต่างๆ ในฉากโกงข้อสอบที่มักจะใช้ช็อต Close Up (มุมกล้องระยะใกล้วัตถุ) เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นอารมณ์ของตัวละครอย่างชัดเจน รวมถึงช็อตเล็กๆ น้อยๆ อย่างการฝนคำตอบ

การซูมไปที่เข็มนาฬิกา การถ่ายเก็บอากัปกิริยาต่างๆ ของ ตัวละคร ฯลฯ ต่างถูกดีไซน์ออกมาได้ อย่างมีเสน่ห์

มารวมกับจังหวะการตัดต่อแบบคมๆ เพิ่มความกดดัน เสริมด้วยดนตรีประกอบที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศ และ ความลุ้นระทึกให้กับผู้ชม

จนทำให้ การโกงข้อสอบ ของ เด็กมัธยม กลาย เป็นฉากสำคัญ เหมือนดูหนังจารกรรมเรื่องหนึ่งได้เลย

ส่วนสิ่งที่ทำให้ ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ มีเอกลักษณ์ และ เสน่ห์ที่แตกต่างไปจากฉบับภาพยนตร์ ต้อง ยกความดีความชอบให้

กับเหล่า นักแสดง ชุดใหม่ที่เข้ามาเติมเ ต็มมิติใหม่ๆ ให้กับ เหล่า ตัวละครชุดเก่าที่เราเคยสร้าง จักรวาล ‘เกมส์โกง’ เอาไว้ได้ดีมาก 

โดยเฉพาะ จูเน่ ผู้รับบทเป็น ครูพี่ลิน ที่รับไม้ต่อมาจากนักแสดงรุ่นพี่อย่าง ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ซึ่ง เราสัมผัส ได้อย่างชัดเจน

ว่าเธอได้เติมแต่ง ความเป็นตัวเองเข้าไป ในคาแรกเตอร์ของลิน ทั้งน้ำเสียงและการแสดงอารมณ์ ผ่านสีหน้าของเธอ 

รวมถึง แบงค์ อีกหนึ่ง ตัวละครหลักที่ รับบทโดย เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ที่โดนตั้งเครื่องหมาย คำถามใหญ่

จากผู้ชมหลายคน เพราะ ต้องมารับช่วงต่อ จากนักแสดงรุ่นพี่ อย่าง นนกุล-ชานน สันตินธรกุล ที่ทำเอาไว้ดีมากๆ 

แต่เจ้านายก็ใช้ ช่วงเวลาเพียง 2 ตอนแรกที่ออกอากาศ เพิ่มมิติความน่ารักให้กับตัวละครแบงค์ เวอร์ชันภาพยนตร์ที่ชัดเจนในเรื่อง

ความกดดันและหม่นหมอง รวมทั้ง ช่วยขยายพาร์ตความรักกับแม่และความผูกพันเชิงหนุ่มสาวกับ ลินให้ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวภาพยนตร์ไม่ได้ฉายภาพให้เราได้ชมมากนัก

ทั้งหมดนี้ จึงทำให้เรารู้สึกว่า ไม่มีใครที่ แสดงเป็น ตัวละครครูพี่ลิน หรือแบงค์ได้ดีกว่ากัน เพราะ ทุกคนต่างถ่ายทอดอารมณ์

และเสน่ห์ของตัวละครตัวนี้ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันมากกว่า

อีกหนึ่ง ตัวละครรอง ที่เราอยาก กล่าวถึง เป็นการส่วนตัวคือ วิทย์ พ่อของลินที่รับบทโดย แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง อีกหนึ่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ที่เข้ามารับช่วงต่อบทบาทนี้จาก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ 

แท่งได้ โชว์การ แสดงออกถึงความรัก และ ความอบอุ่นที่พ่อคนหนึ่งพยายามมอบให้กับลูกสาว ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

ทำให้ เราหลงรักตัวละครตัวนี้ใ นทันที ตั้งแต่ตอนแรกที่ เขาปรากฏตัว และคิดว่าแท่งขึ้นแท่น เป็นนักแสดงบท ‘พ่อ’ อันดับต้นๆ ของ ประเทศไทยไปแล้ว

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้น ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาใ นการนำเสนอของภาพยนตร์ ทำให้ไม่สามารถเจาะรายละเอียดของเนื้อหา

ได้มากเท่ากับฉบับละครโทรทัศน์ ดังนั้น ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ จึงทำหน้าที่ ถ่ายทอดให้ผู้ชมได้เห็นมิติ และ ความสัมพันธ์ ของตัวละครต่างๆ เพิ่มมากขึ้น 

ทั้งจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ ของ ลินและแบงค์ การเพิ่มบทบาท ให้ กับตัวละครรอง ในเรื่อง การสร้าง ความสมเหตุสมผลให้กับ

การโกงข้อสอบ และ การขยายประเด็นปัญหา ของ ‘ระบบการศึกษา’

หนึ่งในประเด็น ที่ ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ สองตอนแรกนำเสนอออกมาได้อย่าง ‘สมจริง’ จน ทำให้ เรารู้สึก ‘เจ็บปวด’

คือความจริงที่ว่า เราสามารถ เข้าถึงโอกาสได้ง่ายกว่าคนอื่นหากเรามีเงินที่มากพอ

ประเด็นนี้ถูกนำเสนอ ให้เราเห็น อย่างชัดเจน เมื่อ วิทย์พ่อของลินยอมจ่ายเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะให้โรงเรียนถึง 2 แสนบาท

เพื่อให้ลินได้เข้าโรงเรียน ชั้นนำที่จะ พาเธอไปสู่โอกาสอีกมากมายในอนาคต รวมถึงเหตุการณ์ที่ ครูสอนคณิตศาสตร์ที่แอบปล่อยข้อสอบให้ กับ นักเรียนที่เรียนพิเศษด้วยเท่านั้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตอกย้ำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา อย่างชัดเจนว่า ไม่สำคัญว่าคุณจะเก่งแค่ไหน

เพราะสิ่งสำคัญอยู่ ที่คนที่มีเงินมากกว่าย่อมสามารถเข้าถึง โอกาสได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ นี่คือความจริงอัน แสนเจ็บปวดที่ นำไปสู่ คำถาม ต่อไปว่า เราควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไร 

เพราะ บางทีปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่กำลังเกิดขึ้น นี้ อาจ กำลังบีบคั้นให้ ใครสักคนต้อง ‘โกง’ อย่าง ไม่เต็มใจก็เป็นได้

นี่เป็นเพียง ส่วนหนึ่ง ของความรู้สึกที่ เราได้รับจาก ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ สองตอนแรกเท่านั้น เรายังคง ต้องติดตามกันต่อไปว่าครูพี่ลินจะพาเราไปตีแผ่ความเหลวแหลก

ของ ‘ระบบการศึกษา’ อะไรอีกบ้าง ที่สมจริงเสีย จนทำให้ เรารู้สึกเจ็บปวด ได้อีกมากแค่ไหนในอนาคต 

สามารถรับชม ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ ได้ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 20.15 น. ผ่านทางช่อง one31 และทาง WeTV 

บทความอื่นๆ ทรอย ซีวาน การปล่อยเพลงใหม่ที่สะท้อนหลายๆอย่าง