บทความ » ฉากในตำนาน ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป

ฉากในตำนาน ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป

3 สิงหาคม 2021
391   0

ฉากในตำนาน ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป

ฉากในตำนาน ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป

หากวางโจทย์ให้นึกถึงฉากตำนานตราตรึงใจ แม้ลัดดาแลนด์อาจไม่ใช่หนังที่ทุกคนรู้จักหรือพึงพอใจ แต่ฉากก้อง สหรัถสบถวลี “กูไม่ออก ออกไปแล้วกูจะเอาอะไรแดก” จากหนังเรื่องนี้คงไม่มีมนุษย์ยุคอินเทอร์เน็ตคนไหนไม่รู้จักเพราะมันกลายเป็นมีมล้อเลียนทุกประเด็นสังคมอันเกี่ยวข้องกับอาการดื้อดึง ไล่ไม่ไป ราดไม่ลงอยู่เป็นประจำ.

ฉากในตำนาน

เพราะคนเตือนแล้วไม่ฟัง พังแล้วยังไม่ยอม.ลัดดาแลนด์คือภาพยนตร์จาก GTH ซึ่งมีเนื้อนอกเป็นหนังสยองขวัญแต่ไส้ในสอดแทรกประเด็นทางเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันครอบครัวไว้ค่อนข้างอัดแน่น พระเอกคือมนุษย์เงินเดือนรายได้น้อย แต่ด้วยค่านิยมชายเป็นหัวหน้าครอบครัวเขาจึงรู้สึกต้อยต่ำเมื่อไม่อาจมีบ้านตัวเองให้ลูกเมียอยู่อาศัย เมื่อโอกาสมาแม้เสี่ยงและถูกลูกเมียปรามเขาก็ไม่ลังเลจะคว้าจนได้มาเป็นพนักงานขายตรงรายได้ดี แต่เรื่องราวบทต่อไปไม่สวยหรูเขาตกงานอับอายจำใจปิดบังครอบครัวผันตัวไปเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อจนเกิดเหตุการณ์ชกขโมยแต่ดันโดนผู้จัดการไล่ออกเพราะทำรุนแรงกว่าเหตุดังภาพ แต่อย่างไรก็ดี “กูไม่ออก!” ซะอย่างใครจะทำอะไรได้.ซ้ำร้ายหมู่บ้านที่ครอบครัวย้ายเข้าไปมีเหตุฆาตกรรม ผีร้ายออกหลอกคนจนทยอยย้ายหนีทีละครัวเรือน ภรรยาขอให้สามีย้ายบ้านแต่กลับไม่ฟัง หาว่าทุกคนปรามาสว่าตนไม่อาจเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ หาว่าที่ภรรยาอาสาจะกลับไปทำงานประจำแท้จริงเพราะอยากคบชู้กับหัวหน้าเก่า จึงดึงดันจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นแม้เต็มขีดความสามารถตนแล้ว.สุดท้ายทุกอย่างก็พังทลาย ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป นี่คือบทสรุปของคนดื้อดึงไม่ฟังคนรอบข้าง เตือนไม่เชื่อ ไล่ไม่ไป จนพาครอบครัวดิ่งลงเหว.

แม้ภาพยนตร์ Enola Holmes จะวางฉากหลังอยู่ ณ อังกฤษปี 1884 แต่เมื่อยกบทหนังมาวางทาบการเมืองไทย หลายคนคงปฏิเสธไม่ออกว่าเคยถามหรือถูกถามตามบทสนทนาระหว่างสองตัวละครในภาพยนตร์ ทำไมถึงไม่สนใจการเมือง “เพราะการเมืองมันน่าเบื่อ”.Enola Holmes คือเรื่องราวต่อขยายวรรณกรรมนักสืบชื่อดัง Sherlock Holmes จากนักเขียนคนใหม่ซึ่งหยิบยืมเนื้อหา Holmes ต้นฉบับมาดัดแปลง ต่อเติม ยำ ผัด แกง ทอดเป็นการผจญภัยใหม่ของน้องสาวท้องเดียวกันกับ “Sherlock” ผูกเรื่องราวสืบสวนสอบสวน การเมืองและเฟมินิสต์ลงในหนังภาคแรกฉบับ Netflix อย่างลงตัว แต่อาจไม่เข้มข้นนักหากผู้อ่านคาดหวังว่ามันจะซับซ้อนและมีชั้นเชิงเท่าหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือ Sherlock Holmes ต้นฉบับ อย่างไรก็ดีมันยังสนุก ไม่ผิดหวัง เป็นหนังอีกเรื่องที่ผู้เขียนโปรดปรานและรอคอยภาคต่อหลังดูจบ.”เพราะสุขสบายจากความบิดเบี้ยวจึงไม่คิดว่ามันมีปัญหา”.หนึ่งในฉากเล็ก ๆ นี้ที่ไม่สลักสำคัญมากแต่กลับกระแทกใจคนอินการเมืองในไทยอย่างแรง โดยเฉพาะคนหัวซ้ายที่ต้องการเปลี่ยนประเทศให้เสรีมากกว่าที่เป็น เรามักตั้งคำถามกับคนที่เพิกเฉย (Ignorance) กับเหตุการณ์บ้านเมืองว่าทำไมถึงไม่สนใจการเมือง และมักได้คำตอบกลับทำนองว่าไม่ใช่เรื่องตนหรือจบบทสนทนาด้วยคำว่าการเมืองมันน่าเบื่อ และสกปรกโสมม คนฝ่ายซ้ายจึงนอกจากจะต้องต่อสู้กับฝ่ายขวา ยังจะต้องมาตบตีกับคนที่เมินเฉยเหตุการณ์บ้านเมืองผู้ไม่คิดว่าตนได้ผลกระทบจากการเมืองอันบิดเบี้ยวอีก.บริบทของหนังเต็มไปด้วยเรื่องราวการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในอังกฤษ และแม้ Enola จะเป็นเรื่องแต่งแต่มันก็มีเค้าโครงบางส่วนจากเรื่องจริง เพราะเมื่อปี 1884 ก็มีการออกกฎหมายปฏิรูป “Representation of the People Act 1884” ขยายสิทธิลงเสียงเลือกตั้งของพลเมืองขึ้นมาจริง ๆ.ชนชั้นนำมองว่าอำนาจในการกำหนดอนาคตประเทศควรอยู่กับผู้สูงศักดิ์และเปี่ยมความรู้ คล้ายเหตุการณ์ในไทยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาซึ่งฝ่ายขวามองว่าสิทธิเลือกตั้งควรเป็นของชาวประชาผู้จบปริญญาตรี ไม่ใช่ของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนเช่นไร.โชคดีของชาวอังกฤษที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงในโลกอดีตและจักรวาลของ Enola Holmes เท่านั้น แต่ชาวไทยเราโชคไม่ดีนักเพราะจะต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพกับศักดินานิยมเช่นนี้ไปอีกนาน

หากวางโจทย์ให้นึกถึงฉากตำนานตราตรึงใจ แม้ลัดดาแลนด์อาจไม่ใช่หนังที่ทุกคนรู้จักหรือพึงพอใจ แต่ฉากก้อง สหรัถสบถวลี “กูไม่ออก ออกไปแล้วกูจะเอาอะไรแดก” จากหนังเรื่องนี้คงไม่มีมนุษย์ยุคอินเทอร์เน็ตคนไหนไม่รู้จักเพราะมันกลายเป็นมีมล้อเลียนทุกประเด็นสังคมอันเกี่ยวข้องกับอาการดื้อดึง ไล่ไม่ไป ราดไม่ลงอยู่เป็นประจำ.เพราะคนเตือนแล้วไม่ฟัง พังแล้วยังไม่ยอม.ลัดดาแลนด์คือภาพยนตร์จาก GTH ซึ่งมีเนื้อนอกเป็นหนังสยองขวัญแต่ไส้ในสอดแทรกประเด็นทางเศรษฐกิจ สังคม และสถาบันครอบครัวไว้ค่อนข้างอัดแน่น พระเอกคือมนุษย์เงินเดือนรายได้น้อย แต่ด้วยค่านิยมชายเป็นหัวหน้าครอบครัวเขาจึงรู้สึกต้อยต่ำเมื่อไม่อาจมีบ้านตัวเองให้ลูกเมียอยู่อาศัย เมื่อโอกาสมาแม้เสี่ยงและถูกลูกเมียปรามเขาก็ไม่ลังเลจะคว้าจนได้มาเป็นพนักงานขายตรงรายได้ดี แต่เรื่องราวบทต่อไปไม่สวยหรูเขาตกงานอับอายจำใจปิดบังครอบครัวผันตัวไปเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อจนเกิดเหตุการณ์ชกขโมยแต่ดันโดนผู้จัดการไล่ออกเพราะทำรุนแรงกว่าเหตุดังภาพ แต่อย่างไรก็ดี “กูไม่ออก!” ซะอย่างใครจะทำอะไรได้.ซ้ำร้ายหมู่บ้านที่ครอบครัวย้ายเข้าไปมีเหตุฆาตกรรม ผีร้ายออกหลอกคนจนทยอยย้ายหนีทีละครัวเรือน ภรรยาขอให้สามีย้ายบ้านแต่กลับไม่ฟัง หาว่าทุกคนปรามาสว่าตนไม่อาจเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ หาว่าที่ภรรยาอาสาจะกลับไปทำงานประจำแท้จริงเพราะอยากคบชู้กับหัวหน้าเก่า จึงดึงดันจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นแม้เต็มขีดความสามารถตนแล้ว.สุดท้ายทุกอย่างก็พังทลาย ครอบครัวไปถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป นี่คือบทสรุปของคนดื้อดึงไม่ฟังคนรอบข้าง เตือนไม่เชื่อ ไล่ไม่ไป จนพาครอบครัวดิ่งลงเหว

แม้ภาพยนตร์ Enola Holmes จะวางฉากหลังอยู่ ณ อังกฤษปี 1884 แต่เมื่อยกบทหนังมาวางทาบการเมืองไทย หลายคนคงปฏิเสธไม่ออกว่าเคยถามหรือถูกถามตามบทสนทนาระหว่างสองตัวละครในภาพยนตร์ ทำไมถึงไม่สนใจการเมือง “เพราะการเมืองมันน่าเบื่อ”.Enola Holmes คือเรื่องราวต่อขยายวรรณกรรมนักสืบชื่อดัง Sherlock Holmes จากนักเขียนคนใหม่ซึ่งหยิบยืมเนื้อหา Holmes ต้นฉบับมาดัดแปลง ต่อเติม ยำ ผัด แกง ทอดเป็นการผจญภัยใหม่ของน้องสาวท้องเดียวกันกับ “Sherlock” ผูกเรื่องราวสืบสวนสอบสวน การเมืองและเฟมินิสต์ลงในหนังภาคแรกฉบับ Netflix อย่างลงตัว แต่อาจไม่เข้มข้นนักหากผู้อ่านคาดหวังว่ามันจะซับซ้อนและมีชั้นเชิงเท่าหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือ Sherlock Holmes ต้นฉบับ อย่างไรก็ดีมันยังสนุก ไม่ผิดหวัง เป็นหนังอีกเรื่องที่ผู้เขียนโปรดปรานและรอคอยภาคต่อหลังดูจบ.”เพราะสุขสบายจากความบิดเบี้ยวจึงไม่คิดว่ามันมีปัญหา”.หนึ่งในฉากเล็ก ๆ นี้ที่ไม่สลักสำคัญมากแต่กลับกระแทกใจคนอินการเมืองในไทยอย่างแรง โดยเฉพาะคนหัวซ้ายที่ต้องการเปลี่ยนประเทศให้เสรีมากกว่าที่เป็น เรามักตั้งคำถามกับคนที่เพิกเฉย (Ignorance) กับเหตุการณ์บ้านเมืองว่าทำไมถึงไม่สนใจการเมือง และมักได้คำตอบกลับทำนองว่าไม่ใช่เรื่องตนหรือจบบทสนทนาด้วยคำว่าการเมืองมันน่าเบื่อ และสกปรกโสมม คนฝ่ายซ้ายจึงนอกจากจะต้องต่อสู้กับฝ่ายขวา ยังจะต้องมาตบตีกับคนที่เมินเฉยเหตุการณ์บ้านเมืองผู้ไม่คิดว่าตนได้ผลกระทบจากการเมืองอันบิดเบี้ยวอีก.บริบทของหนังเต็มไปด้วยเรื่องราวการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในอังกฤษ และแม้ Enola จะเป็นเรื่องแต่งแต่มันก็มีเค้าโครงบางส่วนจากเรื่องจริง เพราะเมื่อปี 1884 ก็มีการออกกฎหมายปฏิรูป “Representation of the People Act 1884” ขยายสิทธิลงเสียงเลือกตั้งของพลเมือง ขึ้นมาจริง ๆ.ชนชั้นนำมองว่าอำนาจในการกำหนดอนาคตประเทศควร อยู่กับผู้สูงศักดิ์ และเปี่ยมความรู้ คล้ายเหตุการณ์ ในไทยช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมาซึ่งฝ่ายขวามองว่าสิทธิเลือกตั้งควร เป็นของชาวประชาผู้จบปริญญาตรี ไม่ใช่ของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนเช่นไร.โชคดีของชาวอังกฤษที่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงในโลกอดีตและจักรวาลของ Enola Holmes เท่านั้น แต่ชาวไทยเราโชคไม่ดีนักเพราะจะต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพกับศักดินานิยมเช่นนี้ไปอีกนาน