บทความ » ชวนรู้จัก 5 คนดังที่ยังมีแบรนด์จ้างแม้จะออกมาcall outเรื่องการเมือง

ชวนรู้จัก 5 คนดังที่ยังมีแบรนด์จ้างแม้จะออกมาcall outเรื่องการเมือง

3 สิงหาคม 2021
394   0

ชวนรู้จัก 5 คนดังที่ยังมีแบรนด์จ้างแม้จะออกมาcall outเรื่องการเมือง

ชวนรู้จัก 5 คนดังที่ยังมีแบรนด์จ้างแม้จะออกมาcall outเรื่องการเมือง ท่ามกลางความเงียบงันของเมืองที่กำลังผุพังและล่มสลายอย่างช้าๆ เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวันคือ ‘เสียงของประชาชน’ ที่วิจารณ์ถึงความล้มเหลวในทุกมิติของบ้านเมือง เสียงที่วิจารณ์ถึงการหมางเมินต่อความทุกข์ยากของผู้คน ไปจนถึงเสียงที่เรียกร้องให้การเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่จับต้องได้เกิดขึ้นจริง

แต่ในวันนี้ที่ต่อให้เสียงของประชาชนดังขนาดไหนก็เหมือนจะไม่สั่นสะเทือนไปถึงผู้มีอำนาจเสียที เราจึงต้องการ ‘เสียงที่ดังขึ้น’ นั่นคือเสียงของเหล่าคนดังที่มีผู้ติดตาม มีคนเชื่อถือ และสามารถส่งเสียงได้ทรงพลังกว่าคนที่ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคม

แต่มันก็อาจจะไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะสภาวะแวดล้อมและโครงสร้างในสังคมได้หล่อหลอมให้เราเชื่อว่าการส่งเสียงคือความเสี่ยง ทั้งเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวเอง คนที่เรารัก และหน้าที่การงาน ความเสี่ยงเหล่านี้ก่อให้เกิดความกลัวที่ปิดกั้นเสียงของพวกเขาเอาไว้

ในวันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับคนดัง (ที่ในความเป็นจริงพวกเขาก็โด่งดังมากจนอาจไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันเพิ่มอีก) ที่นอกเหนือจากการมอบความสุขให้แฟนๆ ผ่านผลงาน สร้างรายได้ผ่านการเล่นโฆษณา และเป็นพรีเซนเตอร์ให้สินค้าต่างๆ แล้ว พวกเขาเหล่านี้ยังออกมาขับเคลื่อนเพื่อวิจารณ์ความไม่เหมาะสมหรือความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม และยืนอยู่ไม่ขั้วใดก็ขั้วหนึ่งในมิติทางการเมือง และนี่เองคือแง่มุมใหม่ๆ ที่เราอยากพาไปทำความรู้จัก

เป็นไปได้หรือที่ดาราจะเลือกข้าง? เขาไม่จำเป็นต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองหรอกหรือ?

คำตอบก็คือ ได้ อย่างน้อยที่สุดพวกเขาเหล่านี้ก็ออกมายืนยันให้เราเห็นแล้วว่า มันเป็นไปได้ที่จะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงและทำงานเป็นพรีเซนเตอร์ให้หลายต่อหลายแบรนด์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

01
Cardi B

ดารา call out

“Okurrr”

การส่งเสียงอันแสนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราจำไม่ลืมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินจากปากแรปเปอร์สาว คาร์ดิ บี อาจจะทำให้เราเหมารวมไปว่าเธอเป็นศิลปินแรปสายตลกเพียงอย่างเดียว แต่อันที่จริงเธอคนนี้ได้ออกโรง ‘ฟาด’ กับอดีตประธานาธิบดี Donald Trump มาแล้วหลายแมตช์หลายประเด็น ตั้งแต่กรณีที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับคนผิวดำอย่างไม่เป็นธรรมที่เธอเห็นว่าทรัมป์นั้น ‘ไม่แคร์’

“ฉันรู้ว่าเขาเห็น (ความรุนแรงที่เกิดกับคนผิวดำ) แต่เขาแม่งไม่แคร์”

หรือในขณะที่โควิด-19 กำลังระบาดหนัก เธอก็ตัดสินใจออกมาไลฟ์ผ่านอินสตาแกรมเพื่อวิจารณ์การทำงานของอดีตประธานาธิบดีอย่างเผ็ดร้อน ทั้งการที่มีคนตายมากมาย เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไม่มีชุดที่เหมาะสมสำหรับใส่ปฏิบัติงาน และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ทรัมป์ไม่สามารถทำได้ตามสัญญาถึงจะให้เวลาไปตั้งนาน

เธอจะไม่ปล่อยให้เขาชนะการเลือกตั้งอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้เธอจึงตัดสินใจออกมาไลฟ์อีกครั้งเพื่อรณรงค์ให้แฟนคลับของเธอออกไปเลือกตั้ง

“ฉันเบื่อที่จะฟังอีตานี่ (โดนัลด์ ทรัมป์) พูดแล้ว เสียงโหวตเล็กๆ ของคุณแค่หนึ่งเสียงก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้” แล้วการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างที่เธอว่าจริงๆ เชื่อได้เลยว่าวินาทีที่ประกาศผล แรปเปอร์สาวคนนี้ต้องร้อง ‘okurrr’ ออกมาอย่างแน่นอนhttps://www.youtube.com/embed/bWp9tg5c8Kc?feature=oembed

คราวนี้ชวนมาดูผลงานโฆษณาของคาร์ดิ บี กันบ้างดีกว่า

Alexa Loses Her Voice | Amazon

เรื่องราวของโฆษณา Amazon แบรนด์ยักษ์ใหญ่ประจำงาน Super Bowl ครั้งที่ 52 ในปี 2561 มีอยู่ว่า วันหนึ่ง Alexa–AI หรือปัญญาประดิษฐ์ของแบรนด์เกิดเสียงหายขึ้นมา ทีมงานเลยต้องหาเสียงใหม่มาแทนที่เธอ และหนึ่งในตัวแทนก็คือคาร์ดิ บี คนดีคนเดิมที่เราคุ้นเคย

ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าคุณมีคาร์ดิ บี เป็น AI ประจำบ้านจะเกิดอะไรขึ้น ถ้านึกไม่ออกลองดูโฆษณานี้เลยhttps://www.youtube.com/embed/iNxvsxU2rJE?feature=oembed

02
Taylor Swift

เธอคนนี้คือเจ้าของฉายา America’s sweetheart ที่ลุกขึ้นมาฟาดกับอดีตประธานาธิบดีอย่างร้อนแรงเช่นกัน โดยชนวนของเหตุเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของ George Floyd ชายผิวดำที่ถูกตำรวจผิวขาวใช้กำลังควบคุมโดยเอาเข่ากดลงที่คอ ทำให้เขาขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

การตายของจอร์จ ฟลอยด์ ปลุกความโกรธแค้นของคนดำที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมาตลอด จนเกิดเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่รัฐมินนิโซตา

และการตอบสนองจากอดีตประธานาธิบดีก็คือการขู่ที่จะใช้อาวุธปราบปรามเหล่าผู้ชุมนุม

“When the looting starts, the shooting starts.” (หากเกิดการปล้นเมื่อไหร่ เสียงปืนจะดังขึ้นเมื่อนั้น) คือใจความส่วนหนึ่งจากทวีตของอดีตประธานาธิบดี

ในเวลาต่อมา เทย์เลอร์ สวิฟต์ ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนผ่านทวิตเตอร์ โดยวิจารณ์ถึงทัศนคติและการกระทำของทรัมป์อย่างรุนแรงว่า เขาอุ้มชูความเป็นใหญ่ของคนขาวอันเป็นปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและสีผิวมาตลอดระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง แล้วยังขู่จะใช้อาวุธกับประชาชนอีกหรือ? พอกันที

“We will vote you out in November.” (เดือนพฤศจิกายนนี้เราจะโหวตคุณออกไป) เทย์เลอร์ทวีตทิ้งท้ายพร้อมแท็กทรัมป์ให้มาเห็นด้วยตัวเองhttps://platform.twitter.com/embed/Tweet.html?creatorScreenName=adaymagazine&dnt=true&embedId=twitter-widget-0&features=eyJ0ZndfZXhwZXJpbWVudHNfY29va2llX2V4cGlyYXRpb24iOnsiYnVja2V0IjoxMjA5NjAwLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X2hvcml6b25fdHdlZXRfZW1iZWRfOTU1NSI6eyJidWNrZXQiOiJodGUiLCJ2ZXJzaW9uIjpudWxsfSwidGZ3X3NwYWNlX2NhcmQiOnsiYnVja2V0Ijoib2ZmIiwidmVyc2lvbiI6bnVsbH19&frame=false&hideCard=false&hideThread=false&id=1266392274549776387&lang=th&origin=https%3A%2F%2Fadaymagazine.com%2Fcelebrities-call-out%2F&sessionId=2b67c409fce8bdf74fcd750f2b5f11948bdbae29&siteScreenName=adaymagazine&theme=light&widgetsVersion=1890d59c%3A1627936082797&width=500px

เห็นดังนั้นทรัมป์ก็ได้ทวีตตอบว่า “ผมชอบเพลงของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ลดลง 25 เปอร์เซ็นต์เลย”

มีหรือที่เธอจะแคร์ หลังจากนั้นเทย์เลอร์ก็ลุกขึ้นมาวิจารณ์ทรัมป์และสนับสนุน Joe Biden คู่แข่งของเขาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่สหรัฐอเมริกาประกาศให้โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ของประเทศ

ดีใจกับเทย์เลอร์ที่การโหวตสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และกลไกของประชาธิปไตยสามารถทำให้เราเปลี่ยนตัวผู้นำที่เราไม่ให้ผ่านได้ (หันกลับมามองทางนี้แล้วถอนหายใจหนึ่งที)

นอกจากเป็นกระบอกเสียงทางการเมือง นักร้อง และนักแสดง เธอก็ยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ดังด้วย ลองมาดูผลงานของเธอกัน

Taylor’s Up To Now | AT&T 

แบรนด์เครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ให้คุณอัพเดตชีวิตเทย์เลอร์กันแบบวินาทีต่อวินาทีสุดเอกซ์คลูซีฟ และหนังโฆษณาเรื่องนี้ก็พาเราตามติดชีวิตเทย์เลอร์แบบวินาทีต่อวินาทีชนิดที่คาดไม่ถึงจริงๆhttps://www.youtube.com/embed/3ZrBYu05OKg?feature=oembed

DIRECTV Meow | DIRECTV 

เหล่าสวิฟตี้คงทราบกันดีว่าเทย์เลอร์คือทาสแมวตัวยง แต่หากยังไม่ทราบก็ขอบอกว่าเธอเป็นเจ้าของแมวแสนน่ารัก 3 ตัว และในโฆษณาของ DIRECTV นี้ เธอได้ร่วมเล่นกับ Olivia และ Meredith แมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์จอมป่วนและเอาแต่ใจที่ DIRECTV จะช่วยกำราบให้เองhttps://www.youtube.com/embed/VaPqqxnqVv8?feature=oembed

03
Beyoncé

Beyoncé และ Jay-Z คือหนึ่งในคู่รักนักดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาหลังจบงาน Super Bowl ในปี 2563 ที่ทั้งคู่ตัดสินใจไม่ลุกขึ้นยืนในขณะที่ Demi Lovato กำลังขับร้องเพลงชาติของสหรัฐอเมริกา The Star-Spangled Banner

การกระทำของทั้งคู่ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะฝั่งอนุรักษนิยมที่ถึงกับไล่ทั้งคู่ออกไปอยู่ประเทศอื่น ไม่น่าเชื่อว่าบ้านเขาก็มีอะไรไร้เหตุผลแบบนี้เหมือนกัน (ยกมือทาบอก)

แต่ยังไงก็ดี ทั้งคู่ก็ได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อย ด้วยเข้าใจในเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 เพลงชาติสหรัฐฯ เริ่มกลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาเมื่อ Colin Kaepernick นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลผิวดำคุกเข่าลงในขณะที่เพลงชาติถูกบรรเลงเพื่อต่อต้านการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อคนผิวดำ และส่งไม้ต่อไปยังคนดังอีกมากมายที่เข้าร่วมการประท้วงในประเด็นนี้ด้วย แน่นอนว่าเจย์-ซีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เช่นกันกับเหล่าคนดังอีกหลายคน พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำลงไปต้องตามมาด้วยเสียงวิจารณ์ไปจนถึงก่นด่าอย่างอาฆาตมาดร้าย แต่พวกเขาก็เลือกที่จะทำเพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

และโฆษณาชิ้นนี้ก็เหมาะเจาะกับการกระทำของเธอพอดี

IMPOSSIBLE IS NOTHING | adidas 

โฆษณาที่เล่าเรื่องชีวิตตั้งแต่เด็กของบียอนเซ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นแค่นักร้อง นักเต้น หรือไอคอน แต่เธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนได้อีกมากมาย และพวกเขาก็สามารถเห็นความเป็นไปได้ในทุกๆ สิ่งเหมือนกับสิ่งที่เธอทำ ที่ส่งแรงกระเพื่อมให้กับคนอื่นๆ และลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริงhttps://www.youtube.com/embed/DtKJB-f8iQU?feature=oembed

04
Yoo Ah-in

คราวนี้ลองมาดูเหล่าคนดังในเอเชียกันบ้าง ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปี 2559 ณ จัตุรัสควังฮวามุนใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการรวมตัวกันของประชาชนจำนวนมหาศาลเพื่อประท้วงขับไล่อดีตประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย ให้พ้นจากตำแหน่ง 

หนึ่งในผู้เข้าร่วมการประท้วงคือ ยู อา-อิน พระเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลี

ดารา call out

เขาตัดสินใจเข้าร่วมประท้วงกับประชาชนเรือนแสนในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เรียกร้องต่อความอยุติธรรมตามวิถีแห่งประชาธิปไตย แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักแสดงแถวหน้า การลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลของคนระดับเขาย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายสูงกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีจากแอนตี้แฟน แรงกดดันจากผู้มีอำนาจในวงการบันเทิง หรือแม้กระทั่งยอมถูกขึ้นแบล็กลิสต์ดารา-ผู้กำกับที่โดนแบนในสมัยรัฐบาลพัค กึน-ฮเย

เขายอมจ่ายเพราะเขาเชื่อว่าการเมืองที่ดีและประชาธิปไตยคือสิ่งที่มีคุณค่าพอที่จะแลก

จนในที่สุดอดีตประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย ก็พ้นจากตำแหน่งและถูกจำคุกเป็นเวลา 24 ปีในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบ เป็นอีกครั้งที่เราอดยินดีและตื้นตันไปกับเสียงของประชาชนชาวเกาหลีไม่ได้จริงๆ

ด้วยความหล่อเท่ทั้งลุคและอุดมการณ์ จึงเป็นที่มาของการที่ยู อา-อิน ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์อย่าง Diesel และเป็นที่มาของโฆษณาชิ้นนี้

Ha̶u̶te Couture | Diesel

อย่างที่บอกว่ายู อา-อิน เองก็โดนข้อความโจมตีอย่างไร้เหตุผลจากเหล่าแอนตี้แฟนอยู่ไม่น้อย และคอนเซปต์ใหญ่จากแบรนด์เสื้อผ้าสุดเท่คอลเลกชั่นนี้ก็คือการนำความเกลียดชังมาสร้างเป็นเสื้อผ้าให้สวมใส่ เพื่อเป็นการแสดงการต่อต้านและบอกว่าคำพูดเหล่านั้นทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอกhttps://www.youtube.com/embed/lUJtUojXY1k?feature=oembed

05
MILLI

ดารา call out

กลับมาแลนด์ดิ้งที่ประเทศไทยกับแรปเปอร์สาวน้องใหม่ไฟแรงของเรา เนื่องจากแอบเห็นคอมเมนต์ของบางคนที่บอกว่าไม่เห็นจะรู้จักเลยว่าเธอคนนี้คือใครกัน ก็เลยอยากพาน้องมิลลิมาแนะนำให้รู้จัก

แรปเปอร์สาววัย 18 ปีคนนี้ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลไทยหลายเรื่อง อย่างการคุกคามประชาชนหรือการบังคับใช้กฎหมายกับผู้เห็นต่าง นอกจากนี้เธอยังออกมาแสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ไว้ใจการบริหารของรัฐบาล เพราะหลายคำถามที่คาใจนั้นไม่เคยได้รับคำตอบ

คล้ายกับกรณีของยู อา-อิน มิลลิเองก็ถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทการทำงานของรัฐบาล ทำให้เธอต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์นี้ก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่และเสียงดังกว่าค่าปรับไปมาก นั่นคือ #SaveMilli ที่ติดเทรนด์ยาวนาน แถมยังจุดประกายให้คนในวงการอีกมากมายออกมาส่งเสียงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ทั้งมิลลิและประชาชนทุกคน

แน่นอนว่าหลังจากที่เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว มิลลิก็ยังยืนยันที่จะวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อไป เพราะเชื่อว่านี่คือสิทธิที่ประชาชนทุกคนพึงกระทำและไม่มีใครควรถูกฟ้องหรือถูกบังคับใช้กฎหมายเพียงเพราะแสดงความเห็นที่ไม่ถูกต้องตรงใจคนบางกลุ่ม

Sis2Sis x MILLI

ใดๆ ก็เพิ่งเคยได้ดูการขายมาสคาร่าและลิปแบบสุดปัง แรปไปขายของไป ไปต่อไม่มีหยุดเลยจ้าhttps://www.youtube.com/embed/vHhE7EWTrN4?feature=oembed

Lay’s MAX | Lays Thailand

ขายของแซ่บเหมาะกับลุคเผ็ดๆ เด็ดขนาดนี้จะไม่ดูหน่อยเหรอจ๊ะพี่จ๋าhttps://www.youtube.com/embed/EL8XRPp-QPQ?feature=oembed

จากตัวอย่างทั้ง 5 คนดังที่เรายกมา จะเห็นได้ว่าการส่งเสียงที่จะสร้างแรงเสียดทานต่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรานั้นย่อมมีราคา จริงอยู่ว่ามูลค่าที่ต้องจ่ายของแต่ละคนนั้นอาจไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่คุ้มค่ากว่าสิ่งใดก็คือการที่เราได้ยืนหยัดในสิทธิ เสียง คุณค่าในความเป็นมนุษย์ และชีวิตที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ?

บทความอื่นๆ จากแหล่งเชื้อราสู่คาเฟ่ฮิป มอง ‘พันจีฮา’ หรือ ‘ชั้นกึ่งใต้ดิน’ ผ่านหนัง ซีรีส์ และวิถีชีวิตคนเกาหลีใต้