บทความ » ถ้าคุณเห็น รถไอศกรีมของมิสเตอร์ไซเคิลแถวบ้าน…จงรีบหนีไปซะ

ถ้าคุณเห็น รถไอศกรีมของมิสเตอร์ไซเคิลแถวบ้าน…จงรีบหนีไปซะ

23 กรกฎาคม 2021
84   0

ถ้าคุณเห็น รถไอศกรีมของมิสเตอร์ไซเคิลแถวบ้าน…จงรีบหนีไปซะ

ถ้าคุณเห็น รถไอศกรีมของมิสเตอร์ไซเคิลแถวบ้าน…จงรีบหนีไปซะ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับฉันเมื่อหนล่าสุดที่ฉันได้ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับคุณพ่อคนหนึ่งที่ฉันเรียกว่าคุณเจมส์ เขาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านของฉันราว 5 บล็อก ในเรื่องราวนี้ฉันได้เปลี่ยนชื่อเรียกของทุกคนในเหตุการณ์รวมถึงตัวเองด้วย อย่าสงสัยเลยว่าทำไม แต่แค่บอกให้รู้ไว้เท่านั้นล่ะ

ถ้าคุณเห็น รถไอศกรีมของมิสเตอร์ไซเคิลแถวบ้าน...จงรีบหนีไปซะ

คุณจะได้ยินเสียงทำนองเพลงดังแว่วมาแต่ไกลแม้มันจะห่างออกไปเป็นกิโลเมโลดี้เด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาและเริ่มร้องเพลงคลอไปกับมัน“คุณชอบสีเขียวหรือฟ้า?ราสเบอร์รี่หรือช็อกโกแลตก็บอกมาถ้ารสชาติหวานอร่อยสีสวยต้องตาคือสิ่งที่ท้องของคุณถามหาเช่นนั้นอย่ารอช้ารี่เร่งมาหารถของมิสเตอร์ไซเคิล!”มันเป็นเสียงเพลงดังลั่นเล่นซ้ำไปซ้ำมาจนแทบ ทำให้แก้วหูของทุกคนบนถนนเส้นนี้ระเบิดบึ้ม มันดังออกมาจากจมูก ของตัวตลกหน้าตาประหลาดบนหลังคารถไอศกรีมคันนั้น ฉันคงจะอธิบายให้มันดูดีกว่าสิ่งที่มันเป็นไม่ได้หรอก รถคันนั้นถูกทาด้วยสีรุ้งน่าเกลียด ไล่เฉดตั้งแต่สีน้ำตาล เขียวอมฟ้า แดงเชอร์รี่ ไปจนถึงสีเหลืองอ๋อย เหมือนกับว่าคนทาสีรถคันนี้แค่อยากจะทำงาน ของตัวเอง ให้มันเสร็จ ๆ ไปเสียทีบนหลังคารถ มีเพียงจมูกของตัวตลก เท่านั้นที่วางเด่นอยู่ ฉันเดาว่า ศีรษะส่วนที่เหลือของ มันอาจจะถูกพัด หายไปกับพายุ ครั้งล่าสุดเมื่อ ไม่นานมานี้ หน้าต่างรถรวม ถึงหน้าปัดถูกปิด ด้วยฟิล์มสีดำทึบจนไม่สามารถ มองเข้าไปข้างในได้ และในที่สุด เมื่อมันมาจอดอยู่ ที่หน้าบล็อกที่ 13 บนถนนนอนทิน เสียงเบรกเอี๊ยดก็ดังขึ้นเสียดแทงราวกับเสียงแมวถูกเชือด ขณะที่ตัวรถนั้นโยกไปมาหน้าหลังจากการหยุดกะทันหันทันทีที่รถคันนั้นหยุดแล่น เสียงเพลงก็หยุดลงเช่นกัน ก่อนที่หน้าต่างข้างรถที่ควรจะเปิดออกเผยให้เห็นคนขายไอศกรีม กลับเปิดออกมาเป็นป้ายสีดำที่มีตัวอักษรสีส้มหวัด ๆ เขียนอยู่เท่านั้น*“มิสเตอร์ไซเคิลมีไอศกรีมทุกรสชาติ และเขารู้เสมอว่าคุณอยากได้รสไหน! !” ฉันเองก็ไม่รู้ว่าไอ้เครื่องหมายอัศเจรีย์สองตัวนี่มันจะเว้นช่องว่างไว้ทำซากอะไร แต่ดูเหมือนมันจะมีสัญลักษณ์บางอย่างคล้าย ๆ เครื่องหมายการค้าอยู่ระหว่างนั้น เหมือนพวกที่คุณจะสามารถเห็นได้ในงานลิขสิทธิ์ต่าง ๆถัดลงมาจากข้อความนั้นเป็นราคา…32 บาทสำหรับไอศกรีมโคน…98 บาทสำหรับทริปเปิลซันเดย์แต่…บางอย่างดูประหลาดชะมัด… 2,300 บาทเนี่ยนะ? มันไอศกรีมบ้าอะไร ทำมาจากทองรึไงกัน?“แนท…แนท ซื้อได้มั้ย” เมโลดี้เอ่ยถาม พ่อของเธอไม่ได้สั่งห้ามอะไรไว้เรื่องการซื้อขนมหรือไอศกรีม และฉันก็มีเศษเหรียญอยู่ในกระเป๋าพอดี ฉันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าฉันมีตัวเลือกอยู่แค่สองทาง ระหว่างการต้องทนฟังเมโลดี้คร่ำครวญเรื่องอยากกินไอศกรีมไปทั้งวัน หรือจะยอม ๆ ซื้อให้เธอไปซะแล้วค่อยมาโดนพ่อเธอว่าเอาทีหลังและถ้าคุณเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กไฮเปอร์อายุ 4 ขวบอะนะ ฉันว่าคุณรู้ดีเลยล่ะว่าฉันจะเลือกข้อไหนฉันยืนห่างออกไปจากรถเพียงไม่ถึงเมตร รอให้ใครก็ตามที่เป็นคนขับรถคันนี้โผล่หน้าออกมา เหมือนว่าฉันจะรออยู่นานทีเดียวกว่าที่ในที่สุดเสียงหนึ่งจะดังออกมาจากข้างใน“อยากได้ซักรสมั้ยนังหนู” มันถาม ว่าตามตรงคือฉันเองก็แยกไม่ออกว่ามันคือเสียงของผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่“เอาสตรอว์เบอร์รี่ให้เด็กโคนนึง” ฉันตอบพร้อมควักเศษเหรียญออกมาจากกระเป๋า“ม่าย ไม่ ๆ ๆ ที่นี่เราไม่ทำกันงั้น ‘เรา’ จะเป็นคนเลือกรสให้เธอ ส่วนเธอมีหน้าที่กิน” เสียงนั้นตอบมา“ปัญญาอ่อนปะ” ฉันเอ่ย แต่ก็แอบรู้สึกไม่มั่นใจหน่อย ๆ ทำไมฉันต้องมายืนเถียงกับคนขายด้วยนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ของนี่มันกินได้หรือเปล่า“เด็กนั่นชอบสตรอว์เบอร์รี่” ฉันตอบไปแบบนั้น“เธอไม่ควรซื้อให้ใครนอกจากตัวเองนะนังหนู”“เออ เอาเหอะ” ฉันพูดเยาะ“วางเงินไว้นั่นแหละ แล้วหันหลังไปซะ” มันเอ่ยฉันยักไหล่และทำตามที่มันบอก ก่อนจะหันหลังไปหาแม่สาวน้อยที่กำลังยืนรออย่างใจจดใจจ่อ เขย่งขาขึ้นลงด้วยความตื่นเต้น “เมโลดี้…ใจเย็นก่อนน่า” ฉันบอกกับเธอ“หนูอยากได้ช็อกโกแลตด้วยอ้ะ!” เธอยืนกราน“พ่อเธอจะได้ฆ่าพี่เอาน่ะสิ” ฉันบอกพร้อมกับยืนรอต่อไป พลางก็คิดว่าทำไมคนขายต้องให้ฉันหันหลังด้วยนะ ก่อนที่เสียงของมันจะดังขึ้นจากด้านหลัง “ทานให้อร่อยนะ”ฉันถอนหายใจและมองไปยังโคนไอศกรีมโย้เย้ที่ตั้งอยู่บนที่วางเงินทอน ก่อนที่ฉันจะหยิบมันส่งให้กับเมโลดี้ “ไปนั่งกินที่ม้านั่งเถอะจะได้ไม่เลอะ” ฉันแนะเธอทำตามอย่างว่าง่ายด้วยความดีใจ เราไปนั่งกันที่ม้านั่ง ก่อนที่ฉันจะสังเกตได้ว่ารถคันนั้นยังไม่ขยับไปไหนเลย นี่มันดูเราอยู่งั้นเหรอ? ฉันอดจะรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้เมโลดี้นั้นเงียบสนิทพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเมื่อเธอกัดมันเข้าไปคำแรก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแสบแก้วหู“เชี่ยไรเนี่ย!” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่องมองลงไปยังโคนไอศกรีมในมือของเธอ ไอศกรีมข้างในนั้นเหมือนผสมไปด้วยเนื้อของอะไรบางอย่างที่ดูจะเป็นเนื้อดิบเสียด้วย ภายในมีหนอนชอนไชพยายามจะคลานหาทางออกจากไอศกรีมลูกโต เมโลดี้ทิ้งโคนไอศกรีมลงกับพื้นและวิ่งแจ้นหนีหายเข้าไปในบ้านฉันลุกพรวดขึ้นด้วยความฉุนเฉียวและจ้ำอ้าวไปยังรถไอศกรีม ก่อนจะตบข้างตัวรถอย่างโกรธเกรี้ยว“เล่นอะไรของแก! นี่แกเป็นบ้าไรเนี่ย ทำไมทำงั้นกับเด็กตัวนิดเดียวได้วะ!” ฉันตะโกนลั่น“เราก็แค่มอบสิ่งที่เธอควรจะได้รับเท่านั้น นั่นล่ะ…ความพิเศษของเรา” เสียงนั้นตอบมา“อ๋อหรอ? งั้นฉันว่าฉันก็ควรได้เงิน 32 บาทคืนมาเหมือนกันนะกับการเล่นพิเรนท์ของแก!” ฉันสั่ง“โทษที ไม่มีนโยบายคืนเงิน”“ฟังนะไอ้กร๊วก แกจะคืนเงินฉันดี ๆ หรือจะให้ฉันโทรแจ้งตำรวจข้อหาถ้ำมองดีล่ะ หา!” ฉันเอ่ยมันหยุดไปชั่วครู่และฉันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของชัยชนะ ก่อนที่มันจะตอบกลับมาว่า “ลองถามเมโลดี้ดูก่อนดีไหม…ว่าเธออยากได้เงินคืนหรือเปล่า”ฉันอ้าปากเตรียมจะสรรหาคำด่าพ่นออกไป ทันทีที่ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกที่ขา ฉันหันไปและเห็นเมโลดี้ยืนอยู่ข้าง ๆ เลอะไปด้วยไอศกรีม ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะย้อนกลับมากินมันจนหมด ทั้งหนอนและเนื้อสดพวกนั้น“แนท… หนูอยากได้อีกโคน”ฉันคุกเข่าลงและเช็ดปากที่เลอะไปด้วยไอศกรีมของเธอ ในหัวเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง “ยัยหนู… ไอศกรีมนั่นมันน่าแหวะจะตาย” ฉันเอ็ดเธอ“ไม่! มันไม่แหวะ! หนูชอบ หนูอยากกินอีก หนูจะเอาอีกโคน!” เมโลดี้ตะโกนลั่นฉันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากในรถ ฉันตัดสินใจหันหลังไปหามันอีกครั้ง“เนี่ยหรอที่แกทำ? แกทำให้เด็กตัวแค่นี้ต้องมาเสพติดกับของเลว ๆ ของแกงั้นหรอวะ!” ฉันกัดฟันกรอด“บางทีเธอก็น่าจะลองชิมรสชาติของเธอเหมือนกันนะ…จะได้รู้ไงล่ะ นังหนู” มันตอบ“หรือไม่ฉันก็น่าจะให้แกชิมรสชาติหมัดฉันซักหน่อยนะ!” ฉันพูดพร้อมกับกำมัดแน่น“นาตาลี! หนูจะเอาอีกโคน!” เมโลดี้กรีดร้อง“บอกว่าไม่ไง!” ฉันตะโกนพร้อมกับพุ่งกำปั้นเข้าใส่รถหนแล้วหนเล่า “ทนไม่ไหวแล้วโว้ย! แน่จริงมึงโผล่หัวออกมาสิวะ!”กระจกค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกช้า ๆและในตอนนั้น…ฉันไม่แม้แต่จะส่งเสียงอะไรออกมาได้สักคำนี่ก็ผ่านมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายสิ่งที่ตัวเองเห็น…หรืออธิบายรูปร่างของมิสเตอร์ไซเคิลยังไงดี เขามีใบหน้าเหมือนตัวตลกในกล่องไขลาน เว้นเพียงแต่ดวงตาที่ลึกโหลมองไม่เห็นก้นบึ้ง ปากของเขาอ้ากว้างออกทอดยาวลงมาถึงกลางลำตัว เขาใส่ชุดเอี๊ยมและหมวกแบบคนขายไอศกรีมทั่วไป แต่สิ่งที่น่าหวาดผวามากที่สุด…คือมือของเขา มันโค้งงอราวกับเคียวที่มีใบมีดคมกริบ หากแต่มันประกอบขึ้นจากกระดูกและเนื้อฉันไม่สามารถทนยืนอยู่ได้อีกต่อไปเมื่อปีศาจน่าสยองตัวนั้นค่อย ๆ ยื่นศีรษะและคอยาวเหยียดของมันเข้ามาใกล้ฉัน ใบหน้าของมันไม่ไหวติงทันทีที่เสียงเพลงดังลั่นออกมาจากจมูก มันเหยียดคอของตัวเองออกและวางหัวของตัวเองไว้บนหลังคารถไอศกรีม ก่อนที่มันจะดึงหัวนั้นออกจากตัว และหมุนไปรอบทิศเพื่อเรียกหาเด็ก ๆ ให้มาลิ้มรสชาติไอศกรีมของมันมันค่อย ๆ หดคอยาวยืดนั้นกลับลงไปในหลุมมืดลึกบนหลังคารถ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยศีรษะที่วางอยู่บนหลังคา ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกที่ขากางเกงอีกหน และฉันไม่อยากจะยอมรับแบบนี้เลย แต่ในห้วงเวลาแห่งฝันร้ายนั้น…ฉันกลับลืมเมโลดี้ไปเสียสนิทฉันหันกลับไปหาเธอและในครั้งนี้ เสียงกรีดร้องที่ดังออกมากลับเป็นเสียงของตัวฉันเอง ร่างกายเล็ก ๆ ของเธอเริ่มจะละลายย้อยเช่นเดียวกับไอศกรีมกลางแดดจ้า ใบหน้าบูดเบี้ยวนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเช่นเดียวกับตอนที่เธอพยายามจะขอซื้อไอศกรีมอีกโคน ปากของเธอละลายหลุดออกจากใบหน้าลงบนพื้นถนนเบื้องล่างและเพียงชั่ววินาทีต่อมา เธอก็กลายเป็นแอ่งน้ำไร้รูปร่างกองอยู่บนพื้นถนนไปเสียแล้วและมิสเตอร์ไซเคิลก็กลับไปโลดแล่นอยู่บนท้องถนนอีกครั้ง พร้อมด้วยเสียงเพลงดังลั่นที่คอยหลอกล่อผู้คนให้เข้ามาลิ้มชิมรสชาติแห่งความวิปลาสของมัน

see also : JW Anderson เด็กหนุ่มมหัศจรรย์ผู้สั่นสะเทือนวงการแฟชั่น