บทความ » ทำความรู้จัก PicoSureⓇ เลเซอร์มาแรง กู้หน้าหมอง

ทำความรู้จัก PicoSureⓇ เลเซอร์มาแรง กู้หน้าหมอง

3 กุมภาพันธ์ 2021
288   0

 ทำความรู้จัก PicoSureⓇ เลเซอร์มาแรง กู้หน้าหมอง

 ทำความรู้จัก PicoSureⓇ เลเซอร์มาแรง กู้หน้าหมอง เคยรู้สึกไหมว่า เราก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนที่ผ่านมา ใช้ครีมตัวเดิม ทาครีมกันแดดทุกวัน แต่ทำไมใบหน้าถึงหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำทั่วใบหน้า รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนหน้าโทรมไปเสียแล้ว จนต้องหาวิธีรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งวิธีที่เห็นผลเร็วที่สุดก็หนีไม่พ้นการใช้เทคโนโลยีอย่างการทำเลเซอร์ ที่ปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน แต่ที่กำลังมาแรงและเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ต้องยกให้ Picosecond Laser เทคโนโลยีที่เน้นการแก้ปัญหาเรื่องเม็ดสี ตัวการที่ทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ เกิดฝ้า จุดด่างดำ และกระต่างๆ แต่คำถามคือเทคโนโลยีนี้มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร และจะมีผลข้างเคียงตามมาไหม  

ครั้งนี้เราจึงขอไปทำความรู้จัก Picosecond Laser ให้ดียิ่งขึ้น เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยและทดลองทำกับ คุณหมอโบ หรือ แพทย์หญิงนัทธมน บวรสถิตชัย แพทย์ประจำคลินิกผิวหนัง โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark Hospital) ซึ่งที่นี่ใช้เครื่อง PicoSureⓇ ซึ่งเป็น Picosecond Laser ตัวแรกที่ได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยา (US FDA) จากประเทศสหรัฐอเมริกา และมีงานวิจัยรองรับ จึงมั่นใจได้ในเรื่องความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความสะอาดถูกสุขอนามัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ   

คุณหมอโบ หรือ แพทย์หญิงนัทธมน บวรสถิตชัย

จริงหรือที่เราสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดด้วย PicoSureⓇ

We Say: เครื่องเลเซอร์ในแง่ความงามนั้นก็มีอยู่หลายประเภทที่ช่วยแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็น IPL หรือ Q-Switch Laser แต่ทำไม Picosecond จึงมีประสิทธิภาพดีที่สุด เรื่องนี้คุณหมอโบอธิบายว่า หลักการทำงานของ PicoSureⓇ คือการใช้พลังเลเซอร์ด้วยความเร็วสูง 1 ต่อล้านล้านวินาที ยิงไปทั่วหน้า ทำให้เม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวหนังเกิดการสั่นสะเทือนระดับสูง จากเม็ดสีที่รวมตัวอย่างหนาแน่นจนเกิดเป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ แตกกระจายตัวกลายเป็นอนุภาคที่เล็กลง ทำให้ร่างกายสามารถกำจัดผ่านกระบวนการธรรมชาติได้ง่ายขึ้น  

“ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ความพิเศษของเครื่อง PicoSureⓇ จะทำให้เม็ดสีแตกละเอียดเป็นทราย ในขณะที่เครื่อง Q-Switch เมื่อโดนพลังงานเลเซอร์จะกลายเป็นก้อนกรวด และเมื่อเม็ดสีแตกละเอียดเป็นเม็ดทรายแล้ว เม็ดเลือดขาวจะสามารถกำจัดเก็บกินพวกเม็ดสีได้ง่ายขึ้น รวมถึงการกำจัดทางระบบน้ำเหลืองได้ดีขึ้น ทำให้จุดด่างดำค่อยๆ จางลง” กล่าวโดยคุณหมอโบ

คุณหมอยังเสริมอีกว่า นอกจากปัญหาเกี่ยวกับเม็ดสีแล้ว เครื่องนี้ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง แก้ปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของการสูญเสียคอลลาเจนได้อีกด้วย ทำให้ใบหน้ากระจ่างใสขึ้นจากการยิงเพียงครั้งเดียว ซึ่งทรีตเมนต์ที่เราทดลองทำในครั้งนี้ได้แก่ Rejuvenation Full Face ทรีตเมนต์ที่ช่วยทั้งลบจุดด่างดำ กระ ฝ้า ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวหน้าดูมีสุขภาพดี 

แสงแดดกลางแจ้งและความร้อนจากบลูไลต์ที่ปล่อยมาจากโทรศัทพ์มือถือ นับเป็นสองวายร้ายทำลายผิว 

ขั้นตอนการทำ Rejuvenation Full Face โดยเครื่อง PicoSureⓇ    

We Say: ถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ใช่ว่าเราจะสามารถเข้าไปทำได้เลย ก่อนอื่นแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญก่อนว่า สภาพผิวของเราตอนนี้พร้อมสำหรับการทำเลเซอร์แล้วหรือยัง ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนการทำ และผิวหน้าควรมีสภาพที่แข็งแรง ไม่เป็นผื่นขึ้นเต็มหน้าหรือหน้าแห้งลอกเป็นขุย เพราะอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้  

เมื่อคุณหมอประเมินแล้วว่าสภาพผิวของเราพร้อม ก็เข้าสู่ขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ได้เลย เริ่มด้วยการทายาชาให้ทั่วใบหน้า ไม่เว้นแม้แต่ขอบปากและใต้ตาที่เป็นจุดหมองคล้ำ จากนั้นรอจนยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 35 นาที แล้วค่อยทำเลเซอร์ที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องสวมแว่นปิดตาเพื่อป้องกันแสงจากเลเซอร์ที่ยิงออกมา 

PicoSure

PicoSureⓇ เป็นตัวแรกที่ได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยา (FDA) จากประเทศสหรัฐอเมริกา และมีงานวิจัยรองรับ

คุณหมอใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการยิงเลเซอร์ทั่วหน้า ทั้งขอบปาก หน้าผาก จมูก และใต้ดวงตา เรียกได้ว่าเก็บทุกส่วน ซึ่งระดับความเจ็บนั้นขึ้นอยู่กับความรับได้ของแต่ละคน รวมถึงการรักษาที่เลือกทำ ส่วนตัวผู้เขียนยังรู้สึกอยู่บ้าง แต่เป็นความเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึงขั้นสะดุ้งโหยงทุกครั้งที่อยู่ในขั้นตอนยิงเลเซอร์ หากใครเคยทำอัลเทอร์รามาแล้ว ต้องบอกว่าตัวนี้เจ็บน้อยกว่ามาก และแทบไม่รู้สึกถึงความร้อน หรือมีกลิ่นไหม้ บางคนไม่อยากรอนาน เลือกที่จะยิงหน้าสด (ไม่ทายาชา) เลยก็มี หลังจากยิงเลเซอร์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทาครีมบำรุงผิว หลังจากนั้นก็สามารถกลับบ้านได้เลย 

ผลลัพธ์ที่ได้หลังการทำ 1 ครั้ง 

We Say: หลังทำเสร็จพบว่าใบหน้ามีรอยแดงแต่ก็แดงไม่นาน เพราะรอยแดงจะค่อยๆ จางลงไปพร้อมกับความระบม วันรุ่งขึ้นอาจมีรอยแดงปรากฏอยู่บ้าง แต่จะจางลงเรื่อยๆ เพียงวันที่ 2 ใบหน้าก็กลับสู่ปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเคย ไม่ต้องหลบหน้าหลบตาผู้คน หรือใส่หน้ากากตลอดเวลาเพื่อปกปิดรอยแดง ถือว่าใช้เวลาน้อยมากเมื่อเทียบกับการทำเลเซอร์ตัวอื่นๆ 

ลักษณะของจุดด่างดำ กระแดด ฝ้า รวมถึงสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ส่วนสภาพผิวหลังทำหนึ่งสัปดาห์ ใบหน้าแลดูกระจ่างใสขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้ม และไม่มีผลข้างเคียงอย่างแผลหรือจุดดำปรากฏให้เห็น หลังจากนั้นผิวหน้าจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อผ่านไป 2-3 สัปดาห์ที่เห็นความต่างอย่างชัดเจน เพราะบริเวณที่เคยเป็นจุดหมองคล้ำหรือจุดแดงดำต่างๆ จางและบางลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น สีผิวเสมอขึ้น 

ส่วนการยิงกระแดดที่ตกสะเก็ดพบว่า สะเก็ดนั้นใช้เวลาฟื้นฟูเร็วกว่าเลเซอร์ตัวอื่นๆ และเมื่อหลุดไปแล้วก็ไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็นอีก (ในขณะที่การยิงตกสะเก็ดจากเลเซอร์ตัวอื่นต้องดูแลมากเป็นพิเศษ) ส่วนตัวผู้เขียนจึงแทบไม่พบผลข้างเคียงของการทำ แต่เห็นถึงผลลัพท์ตั้งแต่ครั้งแรกในเวลาไม่ถึงเดือน ถือเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก    

ควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ PicoSureⓇ   

คุณหมอแนะนำว่า ควรหลบแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ งดกิจกรรมที่ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดด เช่น ไปทะเล ขึ้นภูเขา หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อเลี่ยงการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี รวมถึงมลพิษต่างๆ ที่ทำลายผิว ในช่วงที่สะเก็ดยังไม่หลุด ควรเว้นการแต่งหน้าไปก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการฟื้นฟูผิว และไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื่น ส่วนเรื่องอาหาร คุณหมอแนะนำว่า ควรเน้นโปรตีนดีเพื่อซ่อมแซมผิว และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่ดีอยู่แล้ว หากใครทำแล้วติดใจต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรงเต็มที่ก่อนการทำครั้งต่อไป 

ส่วนข้อเสียคือ Picosecond เป็นเลเซอร์ที่ราคาค่อนข้างสูง การทำต่อครั้งเริ่มตั้งแต่ 15,000-30,000 บาท และต้องใช้เวลาทำแต่ละครั้งร่วมสองชั่วโมง อีกทั้งยังต้องเตรียมสภาพผิวหน้าให้พร้อมจริงๆ เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียง ที่อาจกลายเป็นปัญหาใหม่ของคุณได้   

บทความอื่นๆ ถอดบทเรียนตลาดการซื้อขายนักฟุตบอลฤดูหนาว 2021