บทความ » ทำอย่างไรเมื่อความกังวลกำลังส่งผลให้กลายเป็น อาการกังวล

ทำอย่างไรเมื่อความกังวลกำลังส่งผลให้กลายเป็น อาการกังวล

10 กันยายน 2020
439   0

ทำอย่างไรเมื่อความกังวลกำลังส่งผลให้กลายเป็น อาการกังวล

ทำอย่างไรเมื่อความกังวลกำลังส่งผลให้กลายเป็น อาการกังวล

ทำอย่างไรเมื่อความกังวลกำลังส่งผลให้กลายเป็น อาการกังวล ช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินเรื่องของ ‘อาการซึมเศร้า’ กัน มากขึ้น และ พอเข้าใจได้ ว่า อาการแสดงส่วนใหญ่ ของ ซึมเศร้าเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วย

รวมทั้งผู้ป่วยเองได้รับ การดูแล อย่างเข้าใจ แต่ไม่น้อยที่อาการบางอย่างนั้นแสดงออกอย่างไม่ตรงไปตรงมา เพราะ ไม่ได้เศร้า ไม่ได้ ร้องไห้ ไม่ได้เก็บตัว

แต่บางครั้งกลับแสดงออกผ่านการ ‘หลีกหนีสถานการณ์ ที่มี แรงกดดันสูง’ ที่มีระยะ ของ เวลาชัดเจน มีขอบเขต ของ การวัด มาตรฐาน มีการบ่งชี้คุณ และ โทษของการลงมือทำ หรือมีการประเมินผลงาน

นอกเหนือจาก การหลีกหนีแล้วนั้น ในสถานการณ์ที่ ไม่สามารถจัดการด้วยการหลีกหนีได้มักจะมี อาการท างกายอื่นๆ ตามมา เช่น มือสั่น ตัวสั่น หายใจติดขัด ควบคุม

ร่างกายได้ ยาก โดย เฉพาะในสถานการณ์ที่เขา คนนั้น แปลความ ได้ว่า “ฉันไม่มี ความสามารถในการควบคุมหรือจัดการได้” อาการ ดังกล่าวมักมีแนวโน้ม มาจาก ความกังวล

โดยทั่วไป ความกังวลอาจพบได้กับทุกคน เนื่องจาก ความกังวล เป็นเสมือนสิ่งที่ช่วยประคับประคองการ มีชีวิตรอด ของ มนุษย์ ลองนึกกันดูเล่นๆ ว่าถ้าตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์ หากเราไม่กลัวหรือกังวลใดๆ เลยต่อ สิ่งที่อาจ ก่อให้เ กิดอันตรายอ ย่างงู ไฟ

หรือเห็ดสีสวยมีพิษ เราก็คง ไม่มีชีวิตรอด มาจนถึงทุกวันนี้ หากแต่ ในบางคนที่มี ความกังวลต่อบางสิ่งบางอย่างมากเกินไป จนกระทบอาการ ทางกาย และ การดำรงชีวิตอย่า งต่อเนื่องยาวนาน เราอาจเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘อาการกังวล’ (Anxiety)

ทางการแพทย์ชี้ใ ห้เห็นว่า อาการกังวลที่ เรื้อรังยาวนานและไม่ได้ รับการแก้ไข อาจส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้าใน ระยะต่อมา และ ในบางคน อาจมี อาการแสดงได้ ทั้งความกังวลและความเศร้าในเวลาเดียวกัน และ แน่นอนว่า

ถ้าความกังวลนั้นกระทบกับการใช้ชีวิตของเราอยู่มาก การพบ กับ ผู้เชี่ยวชาญเป็น วิธีการ ที่จะช่วยให้ก้าวผ่านอาการนั้นไปได้ เพราะในหลายครั้ง ความกังวล ก็ รบกวนการใช้ชีวิต ของ เราเช่นกัน

แล้วเราจะจัดการกับ ความกังวลนั้นได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ เป็น สัญญาณบอกชัดว่า เรากำลังประสบกับความรู้สึกกลัวหรือกังวลคืออาการทางกาย มิหนำซ้ำ อาการทางกายนั้น ก็ยังเป็น สิ่งที่กระตุ้นซ้ำให้ความเชื่อว่า

สิ่งที่น่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้นกับคุณจริงๆ ยิ่งส่งผลให้ระดับของความกังวลหรือกลัวเพิ่มขึ้น หรือ ไม่ลดลงอย่างที่มันควรจะเป็น

ในขั้นต้น การถอยออกมา หนึ่งก้าว จาก สิ่งกระตุ้นและค่อยๆ สังเกตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายคือสิ่งที่แนะนำให้ คุณลองลงมือทำ จากนั้น ค่อย สร้าง

ความตระหนักรู้ต่อสิ่งรอบตัวผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณ เพื่อกระตุ้นให้ เกิดปัจจุบันขณะ เพราะในหลายๆ ครั้งความกังวลมักไป ผูกพันกับ อนาคตที่เ ราให้ความหมายกับมันว่า ‘ฉันควบคุมมันไม่ได้’

ตาฉันมองเห็นอะไร 

เสียงอะไรผ่านเข้ามาในหูของฉัน

อากาศรอบตัวฉันเป็นอย่างไร 

กลิ่นอะไรลอยวนไปมา

ในปาก และ ลำคอฉันสัมผัสได้ถึงอะไร 

..ค่อยๆ ชวนให้ ตัวคุณกลับ มาอยู่ในปัจจุบัน ค่อยๆ สัมผัส กับ ปัจจุบัน

จากนั้น ค่อยๆ ให้ลมหายใจ ของ คุณเป็น เครื่องมือ ในการสงบ อาการทางกายที่ เกิดขึ้น โดย มีใจความสำคัญใ ห้จังหวะหายใ จค่อย เป็นค่อยไป และ สอดคล้องกับภาษาของร่างกาย หายใจ เข้าท้องป่อง หายใจ ออกท้องแฟบ ให้เวลาร่างกายได้สงบ ก่อน กลับไปทำงาน ความคิด และ การลงมือทำ พยายามที่ จะประคอง ความคิดให้อยู่ กับ ร่างกายและลมหายใจ

เมื่อร่ างกายสงบ การคิดอย่าง ค่อย เป็นค่อยไป ‘หนึ่งลมหายใจ หนึ่งความคิด’ คือใจความสำคัญ เริ่ม ลำดับ ความคิดโดยค่อยๆ แยกส่วนในสิ่งที่เราควบคุมได้ออกจากสิ่งที่เรา

ควบคุมไม่ได้ จากนั้น ทำความเข้าใจข้อจำกัด ใน สิ่งที่ เราควบคุมไม่ได้ และค่อยๆ ลำดับกลับมาทำใน สิ่งที่ เราทำได้ เพื่อ การกลับไป ‘ลงมือทำ’

ใน การ ‘ลงมือทำ’ ค่อยๆ ลำดับสิ่ง ที่ ควรทำ (ถ้ามองจากในเรื่องการทำงาน) หรือ ค่อยๆ ลำดับ จากสิ่งที่ทำได้ง่าย หรือ ทำได้ก่อน

(ถ้า มองจาก มุมมองด้าน จิตใจ) เพื่อให้เราเองนั้นค่อยๆ กลับมา เห็น ความสามารถใน การจัดการ กับ สิ่งที่เกิดขึ้นของตัวเอง

คนรอบข้าง จะช่วยเขา ได้อย่างไร

ท่าทีรับฟัง ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการ ช่วยเหลือด้านความรู้สึก ท่าทีรับฟังคือเครื่องมือสำคัญในลำดับแรกๆ ที่จะช่วย ให้ผู้ที่

กำลังประสบกับอารมณ์ลบรับรู้ได้ว่าตนไม่ได้กำลังเผชิญกับปัญหานั้นลำพัง ท่าทีรับฟังยังมี ส่วนช่วยให้เขาเปิดใจระบายความรู้สึกที่อยู่ในภายในออกมา

ให้เวลาสงบตัวเอง ในบางคนที่มีความกังวล ส่งผลให้เกิดอาการทางกายและพฤติกรรมหลีกหนี ซึ่งอาจใช้เวลาในการจัดการต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไป

การให้เวลากับเขาเหล่านั้นในการจัดการกับอาการทางกายที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่จะช่วยให้อาการทางกายค่อยๆ สงบลง ตรงกันข้าม

หากเราเข้าไปเร่งเร้าให้เขาออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยแล้วกลับไปเผชิญปัญหาอย่างรวดเร็ว อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นแรงกดดัน อาการทางกายและพฤติกรรมหลีกหนีได้

ไม่รีบเร่งเข้าไปแก้ปัญหาให้เขาคนนั้น

ความกังวลโดยมากมักเกิดจากความเชื่อว่าตนเองไร้ความสามารถในการควบคุมและจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นแล้วการที่ความปรารถนาดีของเราจะมาในรูปแบบของการเข้าไปช่วยแก้ปัญหาแบบทันทีทันใด

โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้ค่อยๆ จัดการและควบคุมกับสิ่งตรงหน้าตามกำลัง อาจส่งผลต่อความเชื่อ ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ และการแก้ปัญหาของตนเองในระยะยาว

ชื่นชมที่ความพยายาม

แม้ว่าความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว แต่การที่เขาคนนั้นต้องพยายามมากที่จะจัดการอารมณ์ อาการทางกาย

และลำดับการแก้ปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือได้ว่าเขาแสดงความพยายามต่อการจัดการความกังวลภายในอย่างมาก

และแม้ผลในการจัดการปัญหาจริงจะไม่สำเร็จชนิดที่เรียกว่าสมบูรณ์ การชื่นชมในความพยายามก็เป็นสิ่งที่ช่วยประทับและประคับประคองให้คนคนนั้นรู้สึกดีกับตนเอง รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะจัดการกับปัญหาและอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้

บทความอื่นๆ ต้นคล้า ไม้อะไรบานเช้าหุบเย็น