บทความ » ทำไมคนเรามัก ฝันประหลาด ในช่วงวิกฤต?

ทำไมคนเรามัก ฝันประหลาด ในช่วงวิกฤต?

19 กันยายน 2020
645   0

ทำไมคนเรามัก ฝันประหลาด ในช่วงวิกฤต?

ทำไมคนเรามัก ฝันประหลาด ในช่วงวิกฤต? เราต่างรู้กันดีว่าวิกฤตการณ์ร้ายแรงส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เมื่อต้องเผชิญ กับ ภาวะด้านลบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตกกังวล ความเหนื่อยล้า หรือ

ความเบื่อหน่าย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นผลกระทบหลักๆ ที่เรา พอ จะนึกออก แต่ทราบไหมว่าลึกๆ แล้ว ยังมี ผลกระทบทาง อ้อม อีกอย่างหนึ่ง ที่มาในรูปแบบ ของ ‘ความฝัน’ 

เวลา ที่ชีวิตเผชิญหน้า กับ ความลำบาก ความคิด มักจะโลดแล่น ไปหาความทรงจำเก่าๆ ทั้งดีและร้าย ซึ่งหลายคนก็ กำลัง หยุดตัวเอง ไม่ให้นึกถึง ความทรงจำแย่ๆ เหล่านั้นอยู่ แต่ในช่วงที่ เกิดวิกฤตการณ์ โรคระบาดนี่สิ มัน

ช่างกระตุ้นให้เรื่องแย่ๆ ประดังเข้ามาในหัวบ่อยครั้ง แล้ว บางคนก็ เก็บเอา ไป ฝันร้ายบ่อยๆ ราวกับ ถูกตั้งโปรแกรม เอาไว้ เกิดเป็นความสงสัย จนต้องเสิร์ช ถามอากู๋ ให้รู้แล้วรู้รอด

ใน สหราชอาณาจักร ตั้งแต่ มีมาตรการกักตัว และ ปิดประเทศ ผู้คนจำนวนมากเผชิญกับปัญหา การนอนหลับ และ ฝันประหลาดๆ จนมี

การเสิร์ช ถามในกูเกิล ว่า “ ทำไม ช่วงนี้ฉันชอบฝันแปลกๆ อยู่ เรื่อยๆ” หรือ “ทำไมช่วงนี้ฉันฝันร้ายบ่อยๆ” เพิ่มมากขึ้นห ลายเท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

เบื้องต้น ต้องทำ ความเข้าใจก่อน ว่า ความฝันเป็นสิ่งที่ เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลทางอารมณ์ เวลาที่เ รากำลังฝัน พื้นที่ของสมองที่ทำงานเกี่ยวกับ การประมวลผลนี้จะทำงานเพิ่มขึ้น 30% ในช่วง REM เมื่อเทียบกับตอนตื่น

(REM คือช่วง 90 นาทีหลัง จากเรานอนหลับ) ซึ่งความฝันส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ และ ในขณะเดียวกัน สมองส่วน ที่ใช้ความคิดแบบมีเหตุผลจะ ถูกปิดใช้งาน ทำให้ เราไม่ สามารถแยกแยะได้ว่าเราอยู่ใน ความฝัน หรือ ความจริง

แน่นอนว่า คนเราฝันอะไร ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ กับว่า วันนั้นพบเจอ อะไรมา หรือ มีเรื่องอะไรซ่อนอยู่ ภายในจิตใจ แต่ ช่วงนี้ดูเหมือนว่า จะมีความฝันยอดฮิต ที่ผู้คนจำนวนมาก ฝันถึงบ่อยที่สุดก็ คือ ฝันถึงคนรักเก่า หรือ แฟนเก่า

จนมีคนเสิร์ชหาคำตอบบนกูเกิลเพิ่มมากขึ้นถึง 2,450% และ รองลงมา คือ ฝันว่าตัวเอง ตกจาก ที่สูง (เพิ่มขึ้น 600%), ฝันว่าตัวเองฟันหลุด-ผมร่วง (400%) และ ฝันถึงใครสักคน (ที่ไม่คิดว่าจะฝันถึง) (300%) 

ทำไมใน ช่วงวิกฤตคนถึงฝันอะไร แปลกๆ มากขึ้น หรือ ความฝันเหล่านี้กำลังบ่งบอกอะไรบางอย่าง แต่ แล้วทำไม ต้องเชื่อมโยงความยากลำบาก เข้ากับความทรงจำร้ายๆ ด้วย ล่ะ

แมทธิว โบวส์ นักจิตอายุรเวท มากประสบการณ์ ในไบรท์ตัน อธิบายว่า ผู้คนมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ ความฝันมากขึ้น และ ฝันบ่อยขึ้นใน ช่วงที่ชีวิตมี การเปลี่ยนแปลงหรือเวลาที่ เกิดวิกฤตบางอย่าง เช่น

โดน ไล่ออกจากงาน เปลี่ยนงาน สูญเสียคน ในครอบครัว ซึ่งในเวลานี้ เราหลายๆ คน กำลังเผชิญ กับ เหตุการณ์ร้ายแรงเดียวกัน เพราะทั้งโลกกลับตาลปัตรไปหมด ด้วยโรคโควิด-19

“ความฝัน ประหลาดๆ แสดงให้เห็น ว่าเรากำลังจัด การ กับ ความเครียดและความวิตกกังวลที่มากกว่าปกติ ซึ่งขณะนี้ พวกเรา กำลังเผชิญหน้า กับช่วงเวลาที่ต้องจัดการกับหลายๆ อย่าง สิ่งที่เราเคยกังวล ตั้งแต่

ก่อนหน้าเกิดโรคระบาดก็ดูเหมือนจะถูกทำให้แย่ลงไปอีก ราวกับว่า ปัญหาหลาย อย่างกำลังถาโถมใส่ แต่ทุกคนกลับมองไม่เห็น” โบวส์เสริม ซึ่งความเครียด และ ความกังวล ที่ว่า อาจเชื่อมโยง กับ มาตรการเข้มงวดที่ เรากำลังรับมืออยู่ก็เป็นได้

มีอีก แนวคิดหนึ่งที่ สามารถอธิบายความฝัน ของ ผู้คนในช่วงนี้ได้ นั่นก็คือแนวคิดของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักจิตวิเคราะห์ คนสำคัญ ของ โลกผู้เชื่อว่า

ความฝันเป็น ตัวแทน ของความปรารถนาในจิตใจมนุษย์ เพราะเ มื่อพวกเราทุกคนติด อยู่กับ ความโดดเดี่ยว ขาดเพื่อนฝูง ขาดสังคม เป็นไปได้ที่ ความฝันของ เราจะสะท้อนถึง ความปรารถนา ของ เราเมื่อครั้งที่ชีวิตยังเป็นปกติ 

ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ชีวิตประจำวันของเราขาดหายไปบางส่วนจากวิกฤตโรคระบาด จู่ๆ ก็ต้องยืนห่างกัน 1-2 เมตร อาหารบนชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ว่างเปล่า

ไม่ได้พบเจอใครบางคนเหมือนเช่นเคย จึงไม่แปลกใจที่เราจะเริ่มมีภาพความทรงจำในอดีต หรือเกิดคิดถึงอะไรเก่าๆ ขึ้นมาเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ความปรารถนา ความตึงเครียด และการเปลี่ยนแปลงในสังคมมีผลทำให้คนเราฝันร้าย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตร้ายๆ เช่นเดียวกันกับตอนที่สหรัฐอเมริกามีการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดย มาร์ธา ครอว์ฟอร์ด

นักจิตวิทยาบำบัด ได้ทำการรวบรวมความฝันของผู้คนหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งเธอ พบว่าความฝันเหล่านั้นมีการเชื่อมโยงกับ ‘ความวิตกกังวลขั้นรุนแรง’ และเป็นความวิตกกังวลในประเภทเดียวกับสถานการณ์โรคระบาดในตอนนี้

นอกจากนี้เธอยังพบอีกว่า ฝันร้ายที่เพิ่มขึ้น ในช่วงโรคระบาดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับตารางเวลาการนอนที่เปลี่ยนไปอี กด้วย

เนื่องจากหลายคนต้องเปลี่ยนวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ หรือเปลี่ยนมา Work from Home แทน ทำให้ชีวิตต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง รวมไปถึงการพักผ่อนที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยเช่นกัน

อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ฝันร้ายบ่อยๆ ในช่วงนี้ และยังมีคนจำนวนมากที่ฝันถึงเรื่องราวแปลกๆ เป็นเพื่อนกัน เพราะทุกคนต่างก็กำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่ต่างกันสักเท่าไร แต่เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาแย่ๆ

นี้ไปได้ เราคงต้องใช้เวลาทำตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบใหม่ และโฟกัสความสุขใน ปัจจุบันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ความคิดไม่แล่นไปคิดถึงความทรงจำร้ายๆ จนเก็บไปฝันอีก

บทความอื่นๆ ทุกความกังวลในสถานการณ์ ที่มีแต่ความไม่รู้