บทความ » ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

11 พฤษภาคม 2021
375   0

ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

นักวิจัยด้านประสาทวิทยา ได้ใช้เครื่องฉายภาพสมอง ด้วยแม่เหล็ก Functional magnetic resonance imaging (fMRI) สำรวจ การทำงาน ของสมองในขณะที่ผู้เข้าร่วมทั้งฝั่งอนุรักษนิยมและเสรีนิยม กำลังดูคลิปวิดีโอที่ใ ห้ข้อมูล เกี่ยวกับนโยบายผู้ลี้ภัยทั้งสองแง่มุม จนพบว่าสมอง ของผู้เข้าร่วม ทั้งสองฝั่ง ทำงานแตกต่างกัน

ผลการทดลอง ทำให้เราเห็นว่า อคติทางการ เมืองเกิดขึ้นตั้งแต่ ในระดับระบบประสาท และสามารถ ตรวจวัดได้

นี่อาจจะ เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เรา ไม่สามารถชักจูงผู้ที่มีความเชื่ออีกฝ่ายได้ด้วยการให้ข้อมูลเพิ่ม เพราะคน เราสามารถใ ห้ข้อสรุปที่ตรงกับความคิดความเชื่อพื้นฐานได้อย่างง่ายดาย นี่จึงเป็นเรื่อง ยากอย่างยิ่งที่ จะเชื่อมประสานหาจุดตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย

ในช่วงโมงยามที่ความคิดทั้ง สองฟากฝ่ายกำลัง เข้าปะทะกัน หากถอยห่างออกมาจากสถานการณ์คุกรุ่นสักนิด เราจะพบ กับเหตุการณ์ น่าประหลาดบางอย่าง เมื่อข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกันอาจจะถูกรับรู้ และ นำไปตีความได้ แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยกลุ่มผู้คนที่มีความคิด ความเชื่อต่างกัน

ปรากฏการณ์ นี้เป็น ที่สนใจของนักวิจัย ด้านสมองจำนวนมาก เพราะการทำความเข้าใจว่ารากฐาน ของ การตีความชุดข้อมูล เกิดจากกระบวนการใดในสมอง อาจนำไปสู่การช่วยลดความตึงเครียด และ ทลายความ เป็นขั้วตรงข้ามของสองแนวคิดลงไปได้

ทีมนักวิจัยนำ โดย Yuan Chang Leong จากสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์ เฮเลน วิลส์ (Helen Wills Neuroscience Institute) มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ได้ใช้ เครื่องฉายภาพสมองด้วยแม่เหล็ก Functional magnetic resonance imaging (fMRI) สำรวจการทำงานของสมองในขณะที่ผู้เข้าร่วมทั้งฝั่งอนุรักษนิยม และ เสรีนิยมกำลังดู คลิปวิดีโอที่ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายผู้ลี้ภัยทั้งสองแง่มุม จนพบว่า สมองขอ งผู้เข้าร่วมทั้งสองฝั่ง ทำงานแตกต่างกัน

หากจะกล่าวโดยละเอียดยิ่งขึ้นคือ ผู้เข้าร่วม การทดลอง จะต้องตอบคำถามเพื่อสำรวจความคิด ของ ตนเองเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย จากนั้น จะได้ชมคลิปวิดีโอในเครื่อง fMRI แล้วให้คะแนนว่าเห็นด้วยเกี่ยวกับนโยบาย ดังกล่าวมากน้อยเพียงใด

ผลการวิเคราะห์ พบว่า สมองส่วน ที่ใช้รับภาพ (Visual Cortex) และรับเสียง (Auditory Cortex) ของผู้เข้าร่วม ทั้งสองฝั่งอุดมการณ์ทางการเมืองทำงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน หมายความว่า การประมวล ผลสัญญาณภาพ และเ สียงไม่มีผลต่อการรับรู้ข้อมูล

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ส่วนที่ ทำงานแตกต่าง กันในสมอง เป็นบริเวณที่เรียก ว่า Dorsomedial prefrontal cortex (DMPFC) อยู่บริเวณ กลางหน้าผากค่อนไปทางด้านบน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียก ความทรงจำ เกี่ยวกับ เหตุการณ์ (Episodic Memory) กลับคืนมา การสร้างความประทับใจ และ การให้เหตุผลเกี่ยวกับ ภาวะทางจิตใจของผู้อื่น

การตอบสนอง ทางสมองที่ แตกต่างกันนี้ เรียกว่า ความมีขั้วทางประสาท (Neural Polarization) ซึ่งจะยิ่ง แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากได้รับชมคลิปที่ใช้ภาษาเร้าอารมณ์ และพูดถึงนโยบายที่พูด ถึงความเสี่ยงและความมั่นคง

นอกจากนี้ หากระดับการตอบสนองทาง สมองผู้เข้า ร่วมคนใดที่ถูกจัดว่าเป็น ‘ฝ่ายอนุรักษนิยมแบบกลางๆ’ หรือ ‘ฝ่ายเสรีนิยม แบบกลางๆ’ จะมีแนวโน้มสูงมากที่จะเห็นด้วยต่ออุดมการณ์ทางการเมืองนั้นๆ หลังจาก ดูคลิปจบ

แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมที่ เห็นด้วย กับ แนวคิดอนุรักษนิยม จะมีโอกาสที่จะถูกชักนำให้น้อมรับแนวคิดอนุรักษนิยม เพิ่มมากขึ้น และ เป็นในทำนองเดียวกันกับผู้ที่มีแนวคิดเสรีนิยม

ผลการทดลอง ทำให้เราเห็นว่า อคติทาง การเมืองเกิดขึ้น ตั้งแต่ในระดับระบบประสาท และสามารถ ตรวจวัดได้

“ระดับความแตกต่าง การตอบสนอง ของ สมองจะยิ่งเห็นได้ชัด หากภาษาที่ใช้ในวิดีโอพูดถึงภัยคุกคาม จริยธรรม และ เน้นใช้อารมณ์ ชี้ให้เห็นว่าภาษ าในสื่อส่งผลอย่างมากที่จะทำให้ขั้วแนวคิด ทางการเมืองรุนแรงมากขึ้น” Yuan Chang Leong นักวิจัยกล่าวเสริม

นี่อาจจะเป็น เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรา ไม่สามารถชักจูงผู้ที่มีความเชื่ออีกฝ่ายได้ด้วยการให้ข้อมูลเพิ่ม เพราะ คนเราสามารถ ให้ข้อสรุปที่ตรงกับความคิดความเชื่อพื้นฐานได้อย่างง่ายดาย นี่จึงเป็น เรื่องยากอย่างยิ่ง ที่จะเชื่อมประสานหาจุดตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย

ความเข้าใจ การทำงา นของสมองนี้ จึงสำคัญยิ่งหากเราต้องการ ที่จะเปลี่ยนใจอีกฝ่าย

ทีมนักวิจัยให้ข้อมูล เพิ่มเติมว่า ผลการทดลองนี้ ต้องแปลความอย่างระมัดระวัง เพราะมันไม่ได้หมายรวมถึงประเด็น ทางสังคมอื่นๆ งานวิจัยที่ จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ อาจจะต้อง สำรวจถึงประเด็นเรื่อง การทำแท้ง หรือ การควบคุมอาวุธปืน ซึ่งมีสื่อจำนวนมาก ที่นำเสนอโดยใช้คำพูดปลุกเร้าอารมณ์

การจะผลักดันประเด็น ทางการเมือง ไปให้ ถึง จุดที่ เราตั้งเป้าหมายไว้ อาจเริ่มต้น ที่การทำความเข้าใจระบบการตอบสนอง ต่อ แนวคิดทางการเมืองของสมองอย่า ละเอียดเสียก่อน

แต่นึกดูอีกทีก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะถ้าเรา เข้าใจสมองอย่างลึกซึ้งจนสามารถโน้มน้าวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ มนุษย์ เราอาจเข้าใจ ความสามารถในการล้างสมองเหมือนในนิยายหรือภาพยนตร์เข้าไปทุกที

บทความอื่นๆ แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ชีวิตปกติกลับมา