บทความ » ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

25 พฤศจิกายน 2020
275   0

ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน

ทำไมคนเรารับข้อมูลเดียวกัน แต่ตีความต่างกัน นักวิจัยด้านประสาทวิทยาได้ใช้เครื่องฉายภาพสมองด้วยแม่เหล็ก Functional magnetic resonance imaging (fMRI) สำรวจการทำงานของสมองในขณะที่ ผู้เข้าร่วมทั้ง

ฝั่งอนุรักษนิยม และเ สรีนิยม กำลังดูคลิปวิดีโอที่ให้ข้อมูล เกี่ยวกับ นโยบายผู้ลี้ภัยทั้งสองแง่มุม จนพบว่า สมองของผู้เข้าร่วมทั้งสอง ฝั่งทำงานแตกต่างกัน

ผลการทดลอง ทำให้ เราเห็นว่า อคติทางการเมืองเกิดขึ้น ตั้งแต่ ในระดับระบบประสาท และสามารถ ตรวจ วัดได้

นี่อาจจะ เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เราไม่สามารถชักจูง ผู้ที่มี ความเชื่ออีกฝ่ายได้ด้วยการให้ข้อมูลเพิ่ม เพราะคนเราส ามารถให้ข้อสรุปที่ตรง กับ ความคิดความเชื่อ พื้นฐานได้อย่างง่ายดาย นี่จึงเป็น เรื่องยากอย่างยิ่งที่จะเชื่อม ประสานหา จุดตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย

ในช่วงโมงยามที่ ความคิดทั้งสองฟากฝ่าย กำลังเข้าปะทะกัน หากถอยห่างออกมาจาก สถานการณ์ คุกรุ่นสักนิด เราจะพบกับ เหตุการณ์น่าประหลาด บางอย่าง เมื่อข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกัน อาจจะถูกรับรู้ และ นำไปตีความได้แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โดยกลุ่มผู้คนที่มีความ คิดความ เชื่อต่างกัน

ปรากฏการณ์นี้ เป็นที่สนใจ ของนักวิจัยด้านสมอง จำนวนมาก เพราะการทำความเข้าใจว่ารากฐานของ การตีความชุดข้อมูลเกิด จากกระบวนการใดในสมอง อาจนำไปสู่การช่วยลดความตึงเครียด และ ทลายความเป็นขั้วตรงข้าม ของ สองแนวคิดลงไปได้

ทีมนักวิจัยนำ โดย Yuan Chang Leong จากสถาบัน ประสาทวิทยาศาสตร์ เฮเลน วิลส์ (Helen Wills Neuroscience Institute) มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley)

ได้ใช้เครื่องฉายภาพสมองด้วยแม่เหล็ก Functional magnetic resonance imaging (fMRI) สำรวจการทำงาน ของส มองในขณะ ที่ผู้เข้า ร่วมทั้งฝั่งอนุรักษนิยม และ เสรีนิยมกำลังดูคลิปวิดีโอที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายผู้ลี้ภัย ทั้งสองแง่มุม จนพบว่า สมองของผู้เข้าร่วมทั้ง สองฝั่งทำงานแตกต่างกัน

หากจะกล่าวโดยละเอียดยิ่งขึ้นคือ ผู้เข้าร่วมการทดลองจะต้องตอบคำถามเพื่อสำรวจความคิดของตนเองเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย จากนั้นจะได้ชมคลิปวิดีโอในเครื่อง fMRI แล้วให้คะแนนว่าเห็นด้วยเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวมากน้อยเพียงใด

ผลการวิเคราะห์พบว่า สมองส่วนที่ใช้ รับภาพ (Visual Cortex) และรับเสียง (Auditory Cortex) ของ ผู้เข้าร่วมทั้งสองฝั่งอุดมการณ์ ทางการเมืองทำงานอยู่ใน ระดับใกล้เคียงกัน หมาย ความว่า การประมวลผลสัญญาณภาพ และเ สียงไม่มีผลต่อการรับรู้ข้อมูล

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ส่วนที่ ทำงานแตกต่างกัน ในสมอง เป็นบริเวณที่ เรียกว่า Dorsomedial prefrontal cortex (DMPFC) อยู่บริเวณ กลางหน้าผากค่อนไปทางด้านบน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับ การเรียกความทรงจำเกี่ยวกับ

เหตุการณ์ (Episodic Memory) กลับคืนมา การสร้าง ความประทับใจ และ การให้เหตุผล เกี่ยวกับ ภาวะทางจิตใจของผู้อื่น

การตอบสนองทางสมองที่แตกต่างกันนี้ เรียกว่า ความมีขั้ว ทางประสาท (Neural Polarization) ซึ่งจะ ยิ่งแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด หากได้รับชมคลิปที่ใช้ภาษาเร้าอารมณ์ และ พูดถึง นโยบายที่พูดถึง ความเสี่ยงและความมั่นคง

นอกจากนี้ หาก ระดับ การตอบสนอง ทางสมอง ผู้เข้าร่วมคนใดที่ถูก จัดว่าเป็น ‘ฝ่ายอนุรักษนิยม แบบกลางๆ’ หรือ ‘ฝ่ายเสรีนิยม แบบกลางๆ’ จะมีแนวโน้มสูงมากที่ จะเห็นด้วยต่อ อุดมการณ์ทาง การเมืองนั้นๆ หลังจาก ดูคลิปจบ

แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม ที่เห็นด้วย กับ แนวคิดอนุรักษนิยม จะมีโอกาสที่จะถูกชักนำให้น้อมรับ แนวคิดอนุรักษนิยม เพิ่มมากขึ้น และ เป็นในทำนองเดียวกัน กับผู้ ที่มีแนวคิดเสรีนิยม

ผลการทดลอง ทำให้เราเห็น ว่า อคติทางการเมืองเกิดขึ้น ตั้งแต่ ในระดับระบบประสาท และสามารถ ตรวจวัดได้

“ระดับ ความแตกต่างการตอบสนอง ของสมองจะยิ่งเห็นได้ชัด หากภาษาที่ใช้ในวิดีโอพูดถึงภัยคุกคาม จริยธรรม และ เน้นใช้อารมณ์ ชี้ให้เห็นว่า ภาษาในสื่อส่งผล อย่างมากที่จะทำให้ ขั้วแนวคิด ทางการเมืองรุนแรงมากขึ้น” Yuan Chang Leong นักวิจัยกล่าวเสริม

นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ ทำให้เราไม่ สามารถชักจูงผู้ที่มีความเชื่ออีกฝ่ายได้ด้วยการให้ข้อมูลเพิ่ม เพราะคนเ ราสามารถให้ข้อสรุปที่ตรง กับ ความคิดความเชื่อพื้นฐานได้อย่างง่ายดาย นี่จึงเป็นเรื่อ งยากอย่างยิ่งที่จะ เชื่อมประสานหา จุดตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย

ความเข้าใจการทำงานของสมองนี้จึงสำคัญยิ่งหากเราต้องการที่จะเปลี่ยนใจอีกฝ่าย

ทีมนักวิจัยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการทดลองนี้ต้องแปลความอย่างระมัดระวัง เพราะมันไม่ได้หมายรวมถึงประเด็นทางสังคมอื่นๆ งานวิจัยที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อาจจะต้องสำรวจถึงประเด็นเรื่องการทำแท้ง หรือการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งมีสื่อจำนวนมากที่นำเสนอโดยใช้คำพูดปลุกเร้าอารมณ์

การจะผลักดันประเด็นทางการเมืองไปให้ถึงจุดที่เราตั้งเป้าหมายไว้ อาจเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจระบบการตอบสนองต่อแนวคิดทางการเมืองของสมองอย่างละเอียดเสียก่อน

แต่นึกดูอีกทีก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะถ้าเราเข้าใจสมองอย่างลึกซึ้งจนสามารถโน้มน้าวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ มนุษย์เราอาจเข้าใจความสามารถในการล้างสมองเหมือนในนิยายหรือภาพยนตร์เข้าไปทุกที

บทความอื่นๆ เปิดมุมมอง ‘บลจ.’ ฟันธงปีหน้าหุ้นไทยพุ่ง ต่อตามเทรนด์โลก