บทความ » ผมได้งานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง

ผมได้งานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง

22 กรกฎาคม 2021
17   0

ผมได้งานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง และในที่สุดผมก็รอดมาได้

ผมได้งานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง และในที่สุดผมก็รอดมาได้ ผมพยายามห้ามตัวเองไม่ให้หลับ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ความง่วงก็เป็นฝ่ายชนะ ผมไม่มีเรี่ยวแรง จะดิ้นรนอีกต่อไป และการหลับ ๆ ไปซะ ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะถ้าหากว่า ผมจะต้องตายคืนนี้ ผมก็ ขอตายทั้ง ๆ ที่ยังหลับอยู่ ซะจะดีกว่า และ ในสติสัมปชัญญะ สุดท้ายก่อนที่สติของผมจะดับวูบลง ผมก็ เห็นร่างเงาดำ ๆ เหล่านั้นมายืนรายล้อม ผมเต็มไปหมด แต่ใน ตอนนั้นผมสิ้นสติ เสียจนไม่ได้รู้ สึกถึงความอันตราย ของพวกมัน อีกต่อไป และผมก็ หลุดเข้าสู่ ภวังค์ในที่สุด

ผมได้งานเป็นพนักงาน รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง และในที่สุดผมก็รอดมาได้

ผมตื่นขึ้นมาในห้อง รักษาความปลอดภัยก่อน จะรีบดูนาฬิกา ทันทีที่ตื่นขึ้นมา 6 โมงเช้า เวรล่ะ ผมเพิ่งรู้ตัว ว่าตัวเองหลับ ไปกว่า 2 ชั่วโมง ผมทำผิดกฎ และ ผมกำลังจะ ได้รับผลของมัน ผมปลดล็อก หน้าจอมือถือ และ เห็นว่าตัวเอง ได้อัปโพสต์ สุดท้ายไปก่อนที่จะหลับพอดี ผมไล่ดู ในช่องคอมเม้นต์ และ พบบางสิ่ง ที่ทำให้ ผมตาสว่างวาบ ขอโทษด้วย ที่ปล่อยให้ทุกคน ค้างเติ่งแบบนั้น

แต่สิ่งที่ผมเห็น และ ทำให้ผมตาสว่าง ได้ก็คือ คอมเม้นต์ จากแอคเค้าท์ u/phantomrogers‘น้ำมะนาวสามารถ ใช้ในการเขียน ตัวหนังสือแบบล่องหน ลองใช้ไฟ แช็กลน กระดาษดูสิ กฎข้อที่ 10 ควรจะ โผล่ขึ้นมา จากเปลวไฟนั่นแหละ’ผมเจอของดี เข้าให้แล้ว ผมรีบหยิบกระดาษ ทั้งสองใบออก มาพร้อม กับไฟแช็ก ผมต้อง รีบออกจาก

ที่นี่ให้ได้ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมจุดไฟแช็กขึ้นและลนมันเข้ากับกระดาษจนกระดาษเริ่มร้อน ผมเกือบจะหมดหวังเสียแล้วในตอนที่ไปเห็นเข้ากับรอยสีน้ำตาลจาง ๆ ด้านล่างของกระดาษเสียก่อน ผมจ่อเปลวไฟเข้าไปใกล้อีกหน่อยจนกระทั่งตัวอักษรปรากฏชัดเจนขึ้น และมันเขียนเอาไว้ว่า‘กฎข้อที่ 10 ในตอนนี้ท่านอาจได้ทราบแล้วว่าทำไมกฎข้อนี้จึงจำเป็นต้องถูกซ่อนเอาไว้ เพราะมันควรจะเป็นหนทางสุดท้ายในการเอาตัวรอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านเผลอหลับไปในระหว่างกะ นั่นแปลว่า

ท่านจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎนี้อย่างเคร่งครัด และหากท่านไม่ปฏิบัติตาม ท่านอาจจะต้องจบชีวิตอย่างโหดเหี้ยมอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ท่านมีเวลาเหลือ 15 นาทีหลังจากตื่นขึ้นมา และหากท่านไม่สามารถปฏิบัติตามกฎข้อที่ 10 นี้ได้ทันเวลา ห้างแห่งนี้จะไม่ปล่อยท่านออกมาอีกเลย’‘หากท่านตื่นขึ้นมาในห้องรักษาความปลอดภัย เราขอให้ท่านปีนขึ้นไปยังบันไดหนีไฟสู่ดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าและกระโดดออกมาเสีย พยายามกระโดดออกจากฝั่งด้านหลัง

เบื้องล่างนั่นเป็นพื้นหญ้าของบริเวณป่ารอบห้าง เราหวังว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด พยายามลงมาพร้อมแขนและขาในแนวราบ และเราจะไปรับท่านเร็ว ๆ นี้’และในตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากการต้องทำตามกฎ ผมล่ะไม่เคยสันทัดกับที่สูง ๆ เลย แต่ในตอนนี้ผมคงเลี่ยงไม่ได้ ผมลุกขึ้นและเซนิดหน่อยเมื่อลงน้ำหนักบนข้อเท้าข้างที่หัก

ผมปีนขึ้นบันไดหนีไฟไปช้า ๆ พลางเช็กเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาไปด้วย6 โมงเช้า 7 นาทีผมยังมีเวลาเหลือเฟือในที่สุดผมก็ปีนขึ้นไปถึงดาดฟ้าจนได้ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปยังขอบรั้ว มันมีรั้วที่สูงขึ้นมาระดับหนึ่งอยู่ ผมพยายามข้ามมันออกไปอย่างระมัดระวัง ผมปีนขึ้นไปบนรั้วและมองลงไปเบื้องล่างในขณะที่หัวใจของผมแทบจะทะลุออกมาจากอกข้างบนนี่โคตรสูงเลย ขาของผมห้อยลงไปยังพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ข้างหนึ่ง ผมเกิดปอดขึ้นมาและถอยกลับมาตั้งหลักบนพื้นดาดฟ้าอีกครั้ง

ผมคิดว่าถ้าได้ตกลงไปคงต้องตายแน่ ๆแต่แล้วในตอนนั้นเองที่พวกร่างเงาดำเหล่านั้นปรากฏขึ้นมาบนนี้ พวกมันกระหายจะไล่ล่าผมและไม่หยุดส่งเสียงโหยหวนขณะเข้ามาใกล้ พวกมันเริ่มเข้ามาห้อมล้อมผมไว้ และในตอนนี้ผมก็เหลือทางเลือกเพียง 2 ทางสุดท้ายเท่านั้นกระโดดออกจากดาดฟ้าหรือเผชิญหน้ากับไอ้ตัวพวกนั้นผมปล่อยให้สัญชาตญาณตัดสินใจแทนพร้อมกับที่ผมดันตัวเองขึ้นไปบนรั้วและกระโดดลงไปทันที เวลารอบตัวเหมือนเดินช้าลงอย่างไม่มีสาเหตุ

ผมเริ่มมองเห็นพื้นแข็ง ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ผมพยายามกางแขนออกในท่าแบบเดียวกับนกแต่ไอ้แรงโน้มถ่วงนี่ไม่เป็นใจเอาเสียเลย ผมมองขึ้นไปข้างบนและเห็นพวกร่างเงาพวกนั้นมองร่างของผมที่ค่อย ๆ ตกลงบนพื้นจากบนดาดฟ้า ผมมองลงไปเบื้องล่างและในตอนนี้พื้นดินไม่ได้อยู่ห่างไปเท่าไหร่นักส่วนขาของผมลงไปก่อน ตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกที่น่าจะมาจากหลายส่วนเลยทีเดียว ต่อด้วยหัวเข่าและส่วนมือของผมที่ตามลงมา ผมรู้สึกได้เลยว่ากระดูกข้อมือของตัวเองหักขณะที่ลงมาปะทะกับพื้น

ขาขวาของผมโดนกิ่งไม้หรืออะไรสักอย่างเสียบเข้าให้ ทั่วร่างของผมเจ็บปวดแสนสาหัสจนกระทั่งส่วนหัวของผมกระแทกลงกับพื้น และในตอนนั้นเองทุกอย่างก็ดับมืดลง******************************ผมตื่นขึ้นมาด้วยเสียงปี๊บจากเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจในโรงพยาบาล สายตาของผมยังคงพร่ามัวในขณะที่ทั่วร่างของผมปวดระบมไปหมด ในหัวของผมยังคงเบลอ ๆ

และไม่สามารถประมวลผลอะไรได้ดีนัก ผมได้ยินเสียงผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์ดังมาจากสักที่‘ห้างสรรพสินค้าไฟไหม้ พนักงานรักษาความปลอดภัยต้องกระโดดจากดาดฟ้าเพื่อหนีตาย’ผมได้ยินเหมือนบทสนทนาของการสัมภาษณ์แต่คำพูดพวกนั้นไม่เข้าหัวผมสักอย่าง และในที่สุดผมก็หมดสติไปอีกครั้ง

และในที่สุดเมื่อผมตื่นขึ้นมา ร่างกายของผมก็ยังคงปวดระบมไม่น้อยไปกว่าเดิมเลย ยาชาได้หมดฤทธิ์ไปแล้วและหัวผมก็ว่างเปล่าไปหมด แทบทุกส่วนในร่างกายของผมเต็มไปด้วยเฝือกและผ้าพันแผล หมอบอกว่าผมจะกลับมาหายดีได้ภายในไม่กี่เดือนผมเจอเช็คมูลค่า 300,000 บาทอยู่บนโต๊ะ

พวกเขาจ่ายมากกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ถึงเท่าตัวในที่สุดครอบครัวของผมก็มาถึงและเข้ามาถามไถ่อาการของผม ดูเหมือนว่าห้างสรรพสินค้านั้นจะเกิดไฟไหม้

ผมจึงต้องกระโดดออกมาจากดาดฟ้าเพื่อเอาชีวิตรอด ผมพยายามจะบอกพวกเขาว่าจริง ๆ แล้วผมไปเจออะไรมาบ้าง แต่พวกเขากลับมองมายังผมด้วยสายตาเป็นห่วงยิ่งกว่าเก่า พวกเขาเรียกหมอเข้ามาดูอาการ พวกเขาคงคิดว่าความทรงจำของผมคงผิดเพี้ยนไปจากการอาการบาดเจ็บ และเงิน 300,000 นั่นก็คงเป็นค่าทำขวัญจากบริษัทรักษาความปลอดภัย พวกเขายังคงจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ผมอีกด้วยในที่สุดผมก็ได้จับโทรศัพท์สักที และในตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นข้อความในนั้น‘เรายินดีที่ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จ และเราเชื่อว่าในตอนนี้ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนในการบรรจุเข้าเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำของเราแล้ว เราจะจ่ายค่าแรงให้ท่านชั่วโมงละ 2,250 บาท และเราจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลทุกชนิดให้แก่ท่านอีกด้วย และสำหรับตำแหน่งรับผิดชอบต่อไปของท่าน ท่านจะต้องดูแลบริเวณทางเข้าของห้างสรรพสินค้า รายละเอียดของงานจะแจ้งให้ทราบเมื่อท่านได้รักษาตัวหายดีแล้ว และจงจำไว้ว่า เรายังคงเก็บร่างของดีแลนเอาไว้อยู่’

see also : มีคนจ้างผม 150,000 ให้นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน