บทความ » พิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบ Mugonkan

พิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบ Mugonkan

12 มิถุนายน 2021
138   0

พิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบ Mugonkan

พิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบ Mugonkan อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งหนึ่งปฏิเสธเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเสมอมา?

“เราไม่สามารถใช้เงินของรัฐบาล เพื่อ ดำเนินการพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเหล่านักเรียนที่ถูกพรากชีวิตไปโดยรัฐบาลเอง” คือ คำกล่าวของ Seiichiro Kuboshima ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบ Mugonkan 無言館  

ที่นี่คือหลักฐานการสูญเสีย ครั้งใหญ่ในแวดวงศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยบังคับให้เหล่าคนรุ่นใหม่ผู้มีใจรัก ในงานศิลป์ ต้องทิ้งด้ามพู่กันไปจับปืนในสนามรบ และต้องจบชีวิตลงท่ามกลางสงคราม ในต่างแดน 

Mugonkan

พิพิธภัณฑ์แห่งความเงียบนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1997 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่นักเรียนศิลปะที่ถูกรัฐบาลเกณฑ์ไปเป็นทหาร และถูกสังหาร ในแนวหน้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 

โดยเซอิจิโระ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความแน่วแน่ในการตามหาและรวบรวมผลงานของนักเรียนศิลปะ ผู้ซึ่ง ไม่มีโอกาสได้แสดงผลงานต่อสาธารณะเลยสักครั้ง เขาออกเดินทางไปยังบ้านเกิดของนักศึกษาศิลปะแต่ละคนที่มีรายชื่อในบันทึกการเสียชีวิต เพื่อขอรับงานศิลปะของนักศึกษาจากครอบครัว พร้อมทั้งถามไถ่ถึงชีวิต ความฝัน และความหวังต่ออนาคตของพวกเขาก่อนที่จะต้องเข้าร่วมสงคราม 

Mugonkan
SONY DSC

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรวบรวมงานศิลปะของนักศึกษาผู้ล่วงลับเพียงเท่านั้น แต่เซอิจิโระยังต้องการตอกย้ำถึงผลกระทบจากการใช้อำนาจของรัฐบาลในยุคสงคราม ซึ่งเป็นการตัดโอกาสของนักศึกษาเหล่านี้ไปโดยที่พวกเขาไม่มีสิทธิในชีวิตของตัวเองเลยด้วยซ้ำ 

เซอิจิโระจึงสร้าง Mugonkan ขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้จดจำพวกเขาไว้ด้วยภาพเขียนที่งดงาม ที่พวกเขาเขียนมันจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะต้องไปร่วมรบ

ดิฉันได้มีโอกาสไป เยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ กับครอบครัวศิลปิน ญี่ปุ่นของดิฉัน ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใน จังหวัดนากาโนะ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดสมกับชื่อของพิพิธภัณฑ์ 

สถาปัตยกรรม ของ Mugonkan ถูกออกแบบ เป็นรูปทรงไม้กางเขนที่เท่ากัน โดยผู้ออกแบบตั้งใจให้สถานที่ แห่งนี้เปรียบดังสุสาน ของ นักเรียนศิลปะเหล่านี้ ภายในจึงมีกฎห้ามถ่ายภาพ ห้ามพูดคุย และ ส่งเสียงใดๆ เพื่อเป็นการเคารพสถานที่และผลงาน

เมื่อก้าวเข้าสู่ด้านใน จะพบกับภาพเขียนต่างๆ ที่ถูกจัดเรียงอยู่บนผนังปูนเปลือยเรียบง่าย ที่แผ่นป้ายของผลงาน แต่ละชิ้นนั้น ไม่ระบุชื่อภาพ มีเพียงแค่ชื่อของนักเรียนเจ้าของผลงานและสถานที่ที่พวกเขาถูกส่ง ไปจบชีวิตในสงครามเท่านั้น 

ยกเว้นเพียงบางชิ้นงาน ที่มีการ เขียนอธิบายเรื่องราวเบื้องหลังผลงานนั้นๆ ตามคำบอกเล่าของครอบครัวด้วย เช่น การตัดสินใจเขียนภาพคนรักของตัวเองในคืนสุดท้ายก่อนที่จะต้องไปเกณฑ์ทหารในวันรุ่งขึ้น หรือรูปปั้น รูปหน้าคนที่ใกล้เสร็จเต็มที ซึ่งเจ้าของผลงานพยายามปั้นจนถึงวินาทีสุดท้าย ก่อนที่ ทางการจะมาเอาตัวเขาไป 

การเดินชมผลงานใน Mugonkan แห่งนี้จึงเป็นการดูงานศิลปะที่คนดูอย่างเรารู้สึกหมดคำพูด ไร้ซึ่งคำถาม และใ นขณะเ ดียวกันก็ไม่มีคนที่จะตอบได้ สมกับชื่อของพิพิธภัณฑ์ที่หากเราลอง แปลตัวอักษรคันจิทีละ ตัวดูแล้วจะพบ ว่า 無 คือ ไม่มี, สูญเปล่า 言 คือ คำพูด ดังนั้นคำว่า 無言 จึงหมายถึง สภาวะที่ไร้คำพูด หรือก็คือความเงียบนั่นเอง

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาที่โถงของ เพดานรูปทรงโค้ง จะเห็นภาพสเกตช์มากมายจัดวางจนเต็มเพดานโถง ทั้งหมดคือ ผลงานจากการฝึกฝน ร่ำเรียน ของเหล่านักเรียนศิลปะ ที่มีความฝันว่าตัวเองจะได้เติบโตไป เป็นศิลปิน ในอนาคต 

นอกจากนี้ตรงส่วนกลางโถง ยังมีตู้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของเหล่าศิลปินในขณะที่เข้าร่วมสงคราม ทั้งเครื่อง เขียนเล็กๆ ที่พวกเขานำติดตัวไปด้วยเสมอ ภาพสเกตช์สถานที่ต่างๆ ในระหว่างการสู้รบซึ่ง ปรากฏบนโปสต์การ์ดส่งถึงคนที่บ้าน รวมถึงอุปกรณ์ศิลปะอื่นๆ ที่ยังหลงเหลือ เช่น ถาดสีที่ ถูกผสมไว้ในวันสุดท้ายของชีวิตการทำงานศิลปะ

Mugonkan

มีภาพหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ ทำให้ ดิฉันหยุดมองอยู่นาน เป็นภาพเขียนดอกซากุระด้วยพู่กันและหมึกสีดำภาพใหญ่ที่ ดูแล้ว มีมิติ ทั้งยังมีจังหวะในการลงพู่กันที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ในยุคนั้น

เมื่อสามีเห็นดิฉันหยุดดู อยู่นานจึง เดินมาเล่าให้ฟังว่านี่คือผลงานที่ได้รางวัลที่หนึ่งในการประกวดระดับชาติ ของญี่ปุ่น ในขณะนั้น แต่เนื่องจากเจ้าของผลงานจำเป็นต้องไปเกณฑ์ทหารเสียก่อน เธอรู้ไหม ว่านักเรียน ที่ได้อันดับสองในตอนนั้น ปัจจุบันได้กลายเป็นศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่น ลองคิดดูสิว่า ถ้าศิลปินคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ชื่อของเขาคงได้จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ศิลปะญี่ปุ่น ไม่ใช่มาอยู่ในรายชื่อประวัติศาสตร์ทหารที่เสียชีวิตในสงครามเช่นนี้

เมื่อได้ฟังสิ่งที่สามีกล่าวแล้ว ดิฉันก็เกิดคำถาม ต่อการรับใช้ชาติในหน้าที่พลเมืองคนหนึ่งขึ้นทันที การรับใช้ชาตินั้นจำเป็นที่เราต้องสละชีวิตเ พื่อรักษาแผ่นดินไว้เพียงอย่างเดียวเชียวหรือ ในเมื่อเราอาจจะมี ความถนัดอื่นที่จะ เป็นเรี่ยวแรง หรือมันสมองในการสร้างชาติให้พัฒนาทางด้านอื่นๆ ได้ 

หลังจากที่ญี่ปุ่น แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นก็ไม่ สามารถมีกองกำลังได้เหมือนก่อน ผู้ชายญี่ปุ่นในสมัยนี้ ไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร และ คนญี่ปุ่นสมัยใหม่ก็เห็นด้วยกับการที่รัฐไม่บังคับให้ผู้ชาย ต้องรับใช้ชาติด้วยการเป็น ทหารอีกต่อไป

Mugonkan

พิพิธภัณฑ์ Mugonkan แห่งนี้ได้รวบรวมผลงาน นักเรียนศิลปะไว้ ถึง 600 ชิ้น จากนักเรียนศิลปะที่เสียชีวิตในสงคราม 130 คน และ ยังคงดำเนินการเปิด ให้เข้าชมอยู่แม้ จะมีปัญหาทางด้านการเงินเนื่องจากมียอด ผู้เข้าชมน้อย โดยเฉพาะใน ช่วงการระบาด ของโควิด-19 

และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ที่นี่ยังได้รับเงินบริจาคจากมหาวิทยาลัย ศิลปะต่างๆ รวมถึงครอบครัวของนักเรียนศิลปะที่เป็นเจ้าของผลงานบางส่วน ซึ่งเซอิจิโระ มองว่า การรับเงินบริจาคจาก ประชาชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้คนยังคงรำลึกถึง พวกเขาในฐานะประชากร ที่เป็นศิลปินคนหนึ่ง

บทความอื่นๆ ความหลากหลาย ความหมาย และวิทยาศาสตร์ของ สีรุ้ง