บทความ » มีคนจ้างผม 150,000 ให้นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน

มีคนจ้างผม 150,000 ให้นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน

21 กรกฎาคม 2021
174   0

มีคนจ้างผม 150,000 ให้นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน มันไม่คุ้มกับเงินที่ได้เลย

มีคนจ้างผม 150,000 ให้นั่งอยู่ในห้องๆหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน มันไม่คุ้มกับเงินที่ได้เลย

ผมได้รับการติดต่อจากบริษัทจัดหางาน โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าผมจะต้องทำงานให้ใครหรือลักษณะงานนั้นเป็นแบบไหน ผมรู้อย่างเดียวว่าค่าจ้างมันดีงามมาก สัญญาจ้างหนึ่งอาทิตย์โดยจ่ายให้คืนละ 22,000 กว่าบาท จำนวนเงินนั้นมากพอที่จะจ่ายหนี้บัตรเครดิตของผมสองสามใบแถมยังเหลือจ่ายค่าเช่าบ้านจนถึงเดือนหน้าอีกต่างหาก และด้วยค่าจ้างที่เยอะขนาดนั้นผมพูดเลยว่าผมแทบจะยอมทำทุกอย่าง อยากรู้เหลือเกินว่าตอนนั้นผมจะต้องเจอกับอะไรตอนที่ผมเดินทางมาถึงตามที่อยู่ที่ได้มาผมค่อนข้างประหลาดใจอยู่นิดหน่อย มันเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างถนนลูกรังลึกเข้ามาในป่า

ที่อยู่ตรงกลางระหว่างเมืองสองเมือง ป้ายขนาดใหญ่ข้างนอกสลักคำว่า SynthetiCorp. ข้างในมีอาคารสีขาวที่มีสามชั้น เป็นอาคารธรรมดาๆที่ไม่มีเครื่องหมายหรือป้ายอะไรกำกับไว้ ซึ่งเห็นแบบนั้นแล้วผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์อะไรกัน นี่ยังไม่ได้พูดถึงสถานที่ตั้งที่ดูลึกลับซับซ้อนอีกด้วยนะ แต่ฟังจากชื่อของมันแล้ว ผมเดาว่ามันน่าจะเป็นบริษัทวิจัยอะไรสักอย่าง ผมอาจจะได้ไปเก็บกวาดกากกัมมันตรังสีหรืออะไรทำนองนั้น

แต่ถ้าค่าจ้างเยอะขนาดนั้นแล้วละก็ ผมคิดว่ามันก็คุ้มที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงหลังจากที่เข้ามาในตึกและพบกับพนักงานต้อนรับเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พาผมไปที่ห้อง 371 ที่อยู่บนชั้นสองเพื่อนั่งรอเจ้านายใหม่ของผมที่ชื่อคุณอัล สภาพภายในห้องดูเหมือนสำนักงานหรือออฟฟิศทั่วๆ ไปถึงแม้บางอย่างจะดูแปลกตาไปสักหน่อย เช่น พื้นที่ปูด้วยพรมแดง ผนังที่ทาด้วยสีขาวและไม่มีหน้าต่างสักบาน ในห้องมีเพียงโต๊ะทำงานหกตัว แบ่งออกเป็นสามแถว แถวละสองโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องตั้งอยู่ ด้านหลังห้องมีกระจกสะท้อนทางเดียวบานใหญ่ ซึ่งทั้งสองข้างของกระจกจะมีบันไดที่พาเข้าไปยังห้องที่อยู่หลังกระจกบานนั้น ภายในห้องหลังกระจกจะมีโต๊ะและเก้าอี้ตั้งอยู่อย่างละตัว บนโต๊ะมีโทรศัพท์บ้านเครื่องหนึ่งวางอยู่

ผมเดาว่ามันน่าจะเป็นห้องของหัวหน้าที่เอาไว้ใช้สังเกตการณ์ลูกน้องของตัวเอง นอกจากที่ผมบอกในห้องนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว เว้นเสียจากว่าถังขยะกับกระถางต้นเฟิร์นที่อยู่ตรงมุมห้องมันจะดูน่าประหลาดสำหรับคุณแล้วชายสูงอายุคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง เขาตรงมาที่ผมแล้วจับมือทักทายพร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเขาชื่ออัล

เขาท่าทางดูรีบมากและไม่รอช้าที่จะอธิบายงานที่ผมต้องทำให้ฟัง สิ่งที่ผมต้องทำคืออยู่ในห้องนี้ตั้งแต่สองทุ่มยันหกโมงเช้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกคืนจนครบอาทิตย์ เขาทิ้งเบอร์ติดต่อและกระดาษที่มีกฎข้อบังคับต่างๆ เอาไว้ด้วย พร้อมกับเน้นย้ำว่ากฎทุกข้อนั้นสำคัญและผมต้องปฏิบัติตามที่มันระบุไว้ทุกอย่าง หลังจากที่เขาเห็นว่าผมเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างดีแล้ว

เขาก็เดินออกจากห้องนี้ ทิ้งให้ผมเริ่มงานในคืนแรกอย่างสงบสุข แล้วปิดประตูทางออกไปแค่นี้เหรอ ? จริงดิ ? นั่งโง่อยู่ในห้องสิบคืนแค่นั้น ?ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกจ้างด้วยจำนวนเงินถึง 22,000 ต่อวันเพื่อนั่งอยู่ในห้องเฉยๆ แต่จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของผมมันได้สอนผมว่าเราไม่ควรจะปล่อยโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาให้หลุดมือไป ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ในห้องสังเกตการณ์พร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าและเริ่มอ่านกฎที่เขียนไว้ในกระดาษ

มันมีทั้งหมดสิบข้อด้วยกันและเป็นสิบข้อที่ทำให้ผมปวดหัวเสียจริง

มีคนจ้างผม

1. ในทุกคืนเมื่อถึงเวลา 20.00 น. ล็อกประตูห้องและห้ามออกจากห้อง “ไม่ว่ากรณีใดๆ” จนกว่าจะถึงเวลา 6.00 น. เพราะฉะนั้นคุณควรกะเวลาเข้าห้องน้ำหรือการรับประทานอาหารให้ดี ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาในห้องเด็ดขาด

2. “ห้าม” ใช้คอมพิวเตอร์ของแฮงค์เด็ดขาด มันเป็นคอมพิวเตอร์ตัวที่อยู่ตรงประตูทางออกของห้องอย่าให้ใครไปแตะต้องมันไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามซึ่งรวมถึงแฮงค์ผู้เป็นเจ้าของเครื่องเองด้วย

3. ถ้าโทรศัพท์ดังให้รับสายแต่ห้ามพูดอะไรเด็ดขาด ไม่ว่าปลายสายจะพูดอะไรก็แล้วแต่คุณห้ามตอบอะไรกลับไป และวางหูโทรศัพท์ทันทีหลังจากที่เวลาผ่านไปสองนาทีแล้ว

4. ห้ามให้คนทำความสะอาดเข้ามาในห้อง บริษัทเราไม่มีพนักงานตำแหน่งนี้

5. ถ้าคนที่มาเคาะประตูไม่ใช่คนทำความสะอาดก็ให้เขาเข้ามาข้างในได้แต่อย่าคุยกับเขา ห้ามมีปฏิสัมพันธ์กับเขาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ถ้าเขาออกจากห้องไปแล้วก็ให้ปิดประตูและล็อกไว้เหมือนเดิม

6. ถ้าจู่ๆ ถังขยะย้ายไปอยู่ที่อื่น ให้รีบหยิบมันมาวางไว้ตรงมุมห้องที่เดิมทันทีที่คุณสังเกตเห็น

7. ถ้าผมแวะมาเยี่ยม เปิดประตูให้ผมถ้าผมรู้รหัสลับ8. เมื่อถึงเวลา 21.30 น.ให้คุณไล่เปลี่ยน URL ใน Browser ที่อยู่ที่หน้าจอของคอมพิวเตอร์ทุกตัวโดยไม่ให้ซ้ำกัน (ยกเว้นคอมของแฮงค์) หากมีภาพอะไรประหลาดๆ โผล่ขึ้นมาที่หน้าจอก็อย่าไปสนใจ ให้คุณทำตัวตามปกติ

9. ถ้าคุณเห็นฮาร์วี่ก็หยิบขนมที่อยู่ที่โต๊ะของลิซ่า (โต๊ะตรงข้ามแฮงค์) มาให้มันกินด้วย

10. ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินให้โทรมาหาผม แต่อย่าโทรหลัง 22.05 น. เป็นอันขาดข้างล่างของกระดาษมีอีกหนึ่งประโยคถูกเขียนอย่างลวกๆ ไว้ด้วยปากกาว่า “ไม่มีใครเคยอยู่ถึงคืนที่สาม ขอให้โชคดีนะ”มันทำให้ผมนั่งงงอยู่พักใหญ่ๆ คนที่ชื่ออัลนี่เป็นคนบ้าหรือยังไงกันแล้วทำไมถึงไม่มีใครอยู่ทำงานนี้จบครบอาทิตย์เลยสักคน บางทีพฤติกรรมประหลาดของคุณอัลอาจจะทำให้พนักงานคนก่อนลาออกไป เขาคงรู้สึกไม่ปลอดภัยที่มีนายจ้างสติสตังแบบนี้ แต่แค่นี้มันก็ไม่ได้ทำให้ผมกลัวหรอก ถึงคุณอัลจะบ้าแต่ผมก็ยินดีที่จะรับค่าจ้างจำนวนมหาศาลจากเขาแลกกับการนั่งเฉยๆ พร้อมกฎหยุมหยิมไม่ก็ข้อ งานนี้โคตรหมูเลย ผมคิดอย่างนั้นนะคืนแรกมันน่าเบื่อมาก ทุกอย่างช่างดูปกติ — ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ผมเตรียมรับมือกับกฎที่เขียนเอาไว้เป็นอย่างดี ตอน 21.30 น. ผมก็ไล่เปลี่ยน URL ในคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมได้ขยับร่างกายบ้างไม่ใช่เอาแต่นั่งอยู่เฉยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะคืนต่อมามันก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนเดิมคืนที่สองทุกอย่างก็เริ่มต้นเหมือนปกติ ผมพยายามทำตัวเองให้คุ้นชินกับการอยู่กลางคืนยาวๆ แบบนี้ ผมกินข้าวมาจนอิ่มท้องพร้อมกับเคลียร์กระเพาะปัสสาวะเรียบร้อยก่อนจะขังตัวเองไว้ จนเมื่อถึงเวลา 21.25 น. ผมที่กำลังจะเตรียมตัวไปเปลี่ยน URL ในคอมอีกครั้ง ผมก็สังเกตเห็นมัน ถังขยะใบนั้นตั้งอยู่ทางขวามือของหัวบันได ผมจำได้แม่นเลยว่าผมไม่ได้วางมันไว้ที่นั่นสักหน่อยผมรู้สึกได้ถึงอะดรีนาลีนที่กำลังถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกายก่อนที่ผมจะค่อยๆ สงบสติแล้วยิ้มออกมา ถังขยะ … กฎข้อนั้น … คิดว่าผมโง่ขนาดนั้นเลยรึไงคุณอัล คุณอยู่ในห้องถัดไปใช่ไหมล่ะ คงกำลังตื่นเต้นที่จะได้เห็นผมหน้าซีดตอนเดินออกไปแน่ๆผมรีบลงไปที่ชั้นออฟฟิศแต่ก็ไม่เห็นใครอยู่ในห้อง ผมจึงเดินไปที่ประตูทางออกและลองหมุนลูกบิด มันก็ยังล็อกอยู่นี่นาผมเริ่มเสียขวัญและขนลุกขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นจึงรีบหันไปหยิบถังขยะแล้วเอาวางไว้ตรงมุมห้องที่เดิม ผมมองดูเวลา ตอนนี้ก็ 21.30 น. แล้ว จึงวิ่งลงมาเปลี่ยน URL ของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ขณะเดียวกันในใจผมก็ยังคิดในแง่ดีว่าผมอาจจะเผลอหยิบถังขยะวางไว้ตรงนั้นเอง หลังจากที่ข้ามคอมพิวเตอร์ของแฮงค์ ผมก็มาเปลี่ยน URL ของคอมเครื่องที่หกซึ่งเป็นเครื่องสุดท้าย ตอนที่ผมเปลี่ยนเสร็จแล้วและกำลังจะเขยิบตัวออกมา ก็มีภาพอะไรบางอย่างที่ดูน่าประหลาดปรากฏขึ้นที่หน้าจอมันเหมือนเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องห้องหนึ่ง ซึ่งคล้ายกับห้องที่ผมอยู่ในตอนนี้มาก และผมก็เห็นภาพของตัวเองกำลังก้มมองที่จอคอมพิวเตอร์ ผมจึงหันไปมองทางด้านหลังแต่ก็ไม่พบกล้องตรงไหนสักตัว แต่ในตอนนั้นเองที่ผมหันกลับมามองที่จอคอม ผมก็เห็นอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากๆผมเห็นตัวผมอีกคนหนึ่ง เดินออกมาจากห้องสังเกตการณ์ มันเดินเข้ามาหาผมจากทางด้านหลังพร้อมกับหยิบ Hard drive อันหนึ่งมาจากโต๊ะคอมในห้อง แล้วยกมันขึ้นเตรียมที่จะทุบใส่ผม ผมจึงหันกลับไปและยกแขนขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว แต่ … ไม่มีใครอยู่เลย … ผมหันกลับไปมองที่จอคอมและตอนนี้มันก็เปลี่ยนเป็นหน้าเว็บอย่างที่มันควรจะเป็นผมวิ่งกลับไปที่ห้องสังเกตการณ์อย่างรวดเร็วและนั่งลงที่โต๊ะ ผมว่ามันชักจะทะแม่งๆ แล้วนะ ผมอยากจะหนีกลับบ้านซะเดี๋ยวนี้เลยแต่ก็พยายามข่มใจตัวเองให้อยู่ต่อ ผมยังสบายดีอยู่นี่นา บางทีคุณอัลอาจจะไม่ได้บ้าและถึงแม้ผมจะไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เขาก็ดูไม่น่าจะโรคจิตถึงขนาดที่จะจ้างผมมาเพื่อให้โดนทำร้ายนะ แถมผมยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยด้วยซ้ำ ถ้าถามผมว่ามันทำให้ผมสติแตกไหม ใช่ แต่ร่างกายของผมก็ยังอยู่ครบสามสิบสอง ไม่ว่าสิ่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่จะคืออะไร แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ทำอันตรายอะไรกับผมเลยจนกระทั่งตอนนี้ก๊อก …. ก๊อก ….เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ผมเจอเรื่องน่ากลัวในชีวิตมาเยอะเหมือนกันนะ แต่บอกได้เลยว่าเสียงเคาะเมื่อสักครู่นี้มันทำให้ผมสะดุ้งจนหัวใจจะวายที่สุดแล้ว จากนั้นก็มีเสียงตะโกนดังผ่านประตูเข้ามา“ผมเป็นคนทำความสะอาดครับ ช่วยเปิดประตูให้ผมเข้าไปทำความสะอาดหน่อยได้ไหมครับ ?”ผมนึกย้อนไปถึงกฎข้อที่สี่และตัดสินใจนั่งอยู่ที่เดิม ไม่เปิดประตูเขาเข้ามาข้างใน‘นายทำดีแล้วพวกที่ไม่ให้เขาเข้ามา นายทำตามกฎที่เขียนไว้นี่ ตอนนี้นายก็ยังสบายดีและตราบเท่าที่นายยังทำตามกฎทุกข้อนายก็จะต้องปลอดภัยแน่นอน เรื่องมันก็ง่ายแค่นี้แหละ นายก็รู้นี่’ ผมบอกกับตัวเองก๊อก …. ก๊อก ….ผมสะดุ้งตกใจอีกรอบ“ผมต้องเข้าไปทำความสะอาดข้างใน เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”ผมพยายามตั้งสติและหายใจเข้าลึกๆ ผมทำเป็นไม่ได้ยิน, ไม่สนใจเขาและในที่สุดเขาก็เดินจากไป นี่ถือเป็นความสำเร็จของผมเลยและมันทำให้ผมรู้สึกดีมากเหมือนผมเพิ่งผ่านบททดสอบอันยากลำบากมาได้จากนั้นผมก็นั่งลุ้นจนตัวโก่งว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ปกติสุขตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ถึงขนาดว่าผมยังเผลอหลับไปช่วงหนึ่งเลยด้วย จนกระทั่งถึงเวลา 02.30 น. บททดสอบใหม่ของผมก็ปรากฏขึ้นมาแมวตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมาบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าผม มันเป็นแมวสีเปรอะที่มีลวดลายบนตัวที่ดูสวยงาม ผมตกใจมากตอนที่มันโผล่ออกมา แต่หลังจากนั้นมันก็เดินมาคลอเคลียที่มือของผมด้วยท่าทางที่ดูเป็นมิตร ผมสังเกตเห็นชื่อของมันสลักไว้ที่ปลอกคอ — ฮาร์วี่ผมรู้ในทันทีว่าควรทำอะไรต่อ ผมเดินไปคุ้ยที่โต๊ะของลิซ่าจนเจอเข้ากับเหยือกที่ข้างในใส่ขนมเอาไว้ ผมจึงเทมันออกมาชิ้นหนึ่งแล้วเอาให้ฮาร์วี่กิน สีหน้าของมันดูมีความสุขมากหลังจากที่ได้ขนมชิ้นนั้นลงท้อง หลังจากที่กินจนอิ่มท้องมันก็กระโดดไปที่ประตูแล้วพุ่งทะลุหายเข้าไปต่อหน้าต่อตาผม ผมช็อกจนอ้าปากค้าง แต่หลังจากที่อาการตกตะลึงนั้นหายไปผมก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก นี่เป็นชัยชนะของผมอีกครั้ง และถึงแม้มันจะฟังดูแปลกไปหน่อยแต่ผมว่าผมชักจะเริ่มชอบงานนี้ขึ้นมาซะแล้วกริ๊ง …. กริ๊ง ….เสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะดังขึ้น ผมยังจำกฎของมันได้ ผมยกยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วหนีบไว้ที่ข้างหูและคอยเหลือบตามองดูเวลา“เฮ้! นี่ฉันเอง อัล เดี๋ยวฉันจะแวะเข้าไปสักหน่อยนะ พอดีมีงานที่ฉันต้องทำ ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม ?”ผมเงียบ ไม่พูดอะไร“ฮัลโหล ?