บทความ » รวมเกร็ดน่าสนใจที่เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ

รวมเกร็ดน่าสนใจที่เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ

2 พฤศจิกายน 2020
537   0

รวมเกร็ดน่าสนใจที่เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ

รวมเกร็ดน่าสนใจที่เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ รู้หรือไม่ อับราฮัม ลินคอล์น เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์มาก่อน, Teddy Bear

ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์, เคยสงสัยไหมว่าทำไมภาพวาดของ จอร์จ วอชิงตัน จึงไม่ยิ้ม แถมทำหน้าบึ้งๆ, แล้วนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนอกโลกเขาเลือกตั้งอย่างไร รวมเกร็ดน่าสนใจที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีและการเลือกตั้งสหรัฐฯ 

1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันอังคารแรกหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในวันอังคารแรกหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน ฉะนั้นวันเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน สำหรับปีนี้ วันเลือกตั้งคือวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2020 และเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 59

2. Teddy Bear ถือกำเนิดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์

เคยสงสัยไหมว่า Teddy Bear มีที่มาอย่างไร

ตำนานเกี่ยวกับตุ๊กตาหมีนี้มีต้นกำเนิดมาจาก ธีโอดอร์ โรสเวลต์ 

ในปี 1902 ตอนที่ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เข้าป่าไปล่าสัตว์ที่มิสซิสซิปปี ปรากฏว่าเขาไม่เจอหมีเลย จึงมีคนพยายามเอาใจโดยการจับหมีมาผูกกับต้นไม้ แล้วเรียกโรสเวลต์มายิงมัน แต่เขาปฏิเสธที่จะฆ่ามัน เพราะมันไม่สมศักดิ์ศรีเลย

เรื่องนี้ออกข่าวไปทั่ว จึงมีช่างทำตุ๊กตาหมีขึ้นมาเพื่อเป็นที่ระลึกของเหตุการณ์นี้ และขอใช้ชื่อเล่นของธีโอดอร์ หรือ เท็ดดี (Teddy) มาเป็นชื่อเรียกของตุ๊กตาที่โด่งดังไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

อีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ก็คือเขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง

มีการออกกฎหมายพิทักษ์สัตว์ และอุทยานแห่งชาติหลายแห่งทั่วอเมริกา มีป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มขึ้นมากว่า 150 แห่ง และสร้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 51 แห่ง

ในปี 1905 ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการช่วยเจรจาสงครามระหว่างรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo-Japanese War) ปี 1904-1905 เกิดเป็นสนธิสัญญาพอร์ตสมัธ (Treaty of Portsmouth)

ซึ่งเป็นสงครามเพื่อควบคุมพื้นที่บริเวณทางใต้ของแมนจูเรียและบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ญี่ปุ่นชนะในสงครามครั้งนี้ จึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจในเวลานั้น

เรื่องที่น่าเหลือเชื่อของประธานาธิบดีคนนี้อีกเรื่องก็คือ ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เคยถูกยิงตอนที่กำลังเดินสายหาเสียงอยู่ แต่โชคดีที่ในกระเป๋าเสื้อมีบทพูดที่เตรียมเอาไว้ ซึ่งหนาถึง 50 หน้า แถมยังพับครึ่งเอาไว้

ประกอบกับมีกล่องแว่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้วย จึงช่วยลดแรงของกระสุนที่ยิงมา แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ดี ทว่า โรสเวลต์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปราศรัย และขึ้นพูดกับประชาชนตามที่เตรียมการเอาไว้ โดยใช้เวลาถึงชั่วโมงครึ่งกว่าที่จะลงจากเวทีและเข้ารับการรักษา

3. มีประธานาธิบดี 5 คนที่ไม่ชนะ Popular Vote แต่ได้เป็นประธานาธิบดีจากคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) 

จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ ผ่านมาทั้งหมด 58 ครั้ง (ยังไม่นับรวมครั้งนี้) มีประธานาธิบดี 5 คนที่ไม่ชนะ

Popular Vote (คะแนนดิบทั่วประเทศ) แต่ชนะเลือกตั้งจากคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ได้แก่ จอห์น อดัมส์ (1824), รัทเทอร์ฟอร์ด บี. เฮส์ (1876), เบนจามิน แฮร์ริสัน (1888), จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (2000) และ โดนัลด์ ทรัมป์ (2016)

การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา จะต่างจากประเทศอื่น เพราะไม่ได้นับจากคะแนนดิบหรือ Popular Vote ว่า ใครได้คะแนนมากที่สุดแล้วจะชนะ แต่ว่าประชาชนในแต่ละรัฐจะลงคะแนน ให้ฝ่ายที่ ตนเลือก แล้วคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐจะไปเลือกประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง

โดยแต่ละรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน รัฐใหญ่ประชากร เยอะ ก็จะมีจำนวนผู้แทนมากกว่า เช่น แคลิฟอร์เนียมี 55 คน, เท็กซัส 38 คน ส่วนรัฐที่ ประชากรน้อยอย่างอะแลสกาจะมีแค่ 3 คน ส่วนใหญ่แล้วแต่ละรัฐจะใช้ระบบ Winner-Take-All คือถ้าประชาชนเลือกเดโมแครตหรือรีพับลิกัน คณะผู้เลือกตั้งก็จะเลือกพรรคนั้นเช่นกัน 

4. แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ เป็นประธานาธิบดีคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย (รวม 4 สมัย) เพราะเป็นช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ตามปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย (สมัยละ 4 ปี คือไม่เกิน 8 ปี) แต่มีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกถึง 4 สมัย ซึ่งก็คือ แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ (ปี 1933-1945)

สาเหตุก็เพราะโรสเวลต์เป็นประธานาธิบดีในยุคที่สภาวะบ้านเมืองไม่มั่นคง ตอนแรกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) จากนั้นในสมัยหลังก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่โรสเวลต์เสียชีวิตในช่วงต้นของสมัยที่ 4 ดังนั้น แฮร์รี เอส. ทรูแมน รองประธานาธิบดีในขณะนั้นจึงขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

5. จอร์จ วอชิงตัน เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์

นอกจาก จอร์จ วอชิงตัน จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาแล้ว เขายังเป็นประธานาธิบดีคนเดียวที่ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ โดยได้คะแนนเสียง 69 คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 69 คนในเวลานั้น

6. โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 แต่จริงๆ แล้วสหรัฐฯ มีประธานาธิบดี 44 คน เพราะ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ดำรงตำแหน่ง 2 สมัยไม่ติดกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 แต่หากนับจริงๆ แล้ว สหรัฐฯ มีประธานาธิบดี 44 คน เพราะ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ได้ตำแหน่ง 2 สมัยไม่ติดกัน คือเป็นคนที่ 22 และ 24 (หากได้ตำแหน่ง 2 สมัยติดกันจะนับเป็น 1)

บทความอื่นๆ เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 จับตา 9 รัฐสำคัญ