บทความ » ราชินีผู้บ้าคลั่ง แห่งมาดากัสการ์ Queen Ranavalona I

ราชินีผู้บ้าคลั่ง แห่งมาดากัสการ์ Queen Ranavalona I

28 กุมภาพันธ์ 2021
552   0

ราชินีผู้บ้าคลั่ง แห่งมาดากัสการ์ Queen Ranavalona I

ราชินีผู้บ้าคลั่ง แห่งมาดากัสการ์ Queen Ranavalona I

พระนางคือคนที่ทำให้ประชากรของอาณาจักร Imerina ลดจำนวนลงไปกว่า 1 ใน 3 พระนางคือคนที่ขับไล่ชาวต่างชาติออกจากอาณาจักรของพระนาง และสามารถคุมกองกำลังทหารรบชนะมหาอำนาจอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสได้ พระนางคือคนที่ทุกคนในอาณาจักรต่างเกรงกลัว

วันนี้ Kang’s Journal อยากจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับราชินี Ranavalona ที่หนึ่ง ราชินีที่ได้รับสมญานามว่า “The Mad Queen of Madagascar” ราชินีที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่รับรองว่าถ้าได้อ่านเรื่องราวของเธอแล้ว เพื่อน ๆ จะไม่มีวันลืมชื่อของเธอแน่นอน
ประเทศมาดากัสการ์
มาดากัสการ์ เป็นประเทศในทวีปแอฟริกา มีลักษณะเป็นเกาะที่แยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้ธรรมชาติบนเกาะนี้มีลักษณะเฉพาะตัว พืชและสัตว์หลายชนิดไม่สามารถพบได้ที่อื่นใดในโลกเช่นต้นเบาบับ ตัวลีเมอร์ กิ้งก่าคามิลเลียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอัญมณีที่สำคัญของโลกอีกด้วย
เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 15 และเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศสมาก่อน ใช้ภาษามาลากาซีเป็นภาษาราชการ และเรื่องที่น่าสนใจคือ ภาษามาลากาซี มีลักษณะคล้ายกับภาษาบาฮาซาของอินโดนีเซียมาก ซึ่งนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักประวัติศาสตร์สามารถสืบหาได้ว่า จริง ๆ แล้ว คนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากที่มาดากัสการ์นั้น ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มคนที่ล่องเรือมาจากอินโดนีเซียนั่นเอง โดยพวกเขาได้ล่องเรือมายังเกาะแห่งนี้ในช่วงปี ค.ศ. 500 และกลายมาเป็นชนเผ่า Merina ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีการผสมเชื้อชาติกับชาวแอฟริกันที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่จนกลายมาเป็นชาวมาลากาซีในปัจจุบัน
ในประวัติศาสตร์ของมาดากัสการ์ มีอาณาจักรหลายแห่งเกิดขึ้นบนเกาะ และมักจะเกิดการสู้รบกันไปมาระหว่างอาณาจักร โดยหนึ่งในอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดคือ อาณาจักร Imerina ที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ปกครองโดยราชินี Ranavalona ที่ 1 นั่นเอง ซึ่งในช่วงที่พระนางปกครองนั้นมีชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษและฝรั่งเศส เริ่มมาตั้งรกรากเป็นมิชชันนารีในเกาะนี้อยู่จำนวนหนึ่งแล้ว

ปัจจุบันมาดากัสการ์เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก โดย 78% ของประชากรอาศัยอยู่ในภาวะยากจน เศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการเกษตร การท่องเที่ยว และการทำเหมืองแร่ ส่วนสินค้าส่งออกที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกคือวานิลลา โดยในปี 2019 วานิลลาจากมาดากัสการ์คิดเป็น 57.2% ของวานิลลาทั่วโลก และคิดเป็น 27.2% ของมูลค่าการส่งออกของทั้งประเทศเลยทีเดียว
จากลูกชาวบ้าน สู่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า ราชินี Ranavalona ที่ 1 มีชื่อเดิมว่า Ramavo เธอเกิดในปี 1778 ในครอบครัวสามัญชนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และเธอก็ไม่ได้รับการศึกษา ทำให้เธอไม่รู้จักวิธีเขียนหรืออ่านหนังสือ
ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อพ่อของเธอซึ่งทำงานในวังหลวง แอบไปได้ยินถึงแผนการลอบสังหารราชา Andrianampoinimirena ซึ่งเป็นราชาของอาณาจักร Imerina

ในขณะนั้น ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณ พระราชาจึงรับ Ramavo มาเป็นลูกบุญธรรม ยิ่งกว่านั้นยังให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเขาที่มีชื่อว่า เจ้าชาย Radama ซึ่งมีตำแหน่งเป็นมกุฎราชกุมาร

และบอกอีกว่าลูกชายที่เกิดจากการแต่งงานครั้งนี้ จะได้เป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนต่อไป จากสามัญชนธรรมดา Ramavo ก้าวเข้าสู่ชีวิตในวังอย่างรวดเร็ว และเธอก็วาดฝันถึงชีวิตเจ้าหญิงไว้อย่างสวยหรู

ราชินีผู้บ้าคลั่ง แห่งมาดากัสการ์ Queen Ranavalona I

พระนางคือคนที่ทำให้ประชากรของอาณาจักร Imerina ลดจำนวนลงไปกว่า 1 ใน 3 พระนางคือคนที่ขับไล่ชาวต่างชาติออกจากอาณาจักรของพระนาง และสามารถคุมกองกำลังทหารรบชนะมหาอำนาจอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสได้ พระนางคือคนที่ทุกคนในอาณาจักรต่างเกรงกลัว

วันนี้ Kang’s Journal อยากจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับราชินี Ranavalona ที่หนึ่ง ราชินีที่ได้รับสมญานามว่า “The Mad Queen of Madagascar” ราชินีที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่รับรองว่าถ้าได้อ่านเรื่องราวของเธอแล้ว เพื่อน ๆ จะไม่มีวันลืมชื่อของเธอแน่นอน
ประเทศมาดากัสการ์
มาดากัสการ์ เป็นประเทศในทวีปแอฟริกา มีลักษณะเป็นเกาะที่แยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้ธรรมชาติบนเกาะนี้มีลักษณะเฉพาะตัว พืชและสัตว์หลายชนิดไม่สามารถพบได้ที่อื่นใดในโลกเช่นต้นเบาบับ ตัวลีเมอร์ กิ้งก่าคามิลเลียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอัญมณีที่สำคัญของโลกอีกด้วย
เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 15 และเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศสมาก่อน ใช้ภาษามาลากาซีเป็นภาษาราชการ และเรื่องที่น่าสนใจคือ ภาษามาลากาซี มีลักษณะคล้ายกับภาษาบาฮาซาของอินโดนีเซียมาก ซึ่งนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักประวัติศาสตร์สามารถสืบหาได้ว่า จริง ๆ แล้ว คนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากที่มาดากัสการ์นั้น ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มคนที่ล่องเรือมาจากอินโดนีเซียนั่นเอง โดยพวกเขาได้ล่องเรือมายังเกาะแห่งนี้ในช่วงปี ค.ศ. 500 และกลายมาเป็นชนเผ่า Merina ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีการผสมเชื้อชาติกับชาวแอฟริกันที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่จนกลายมาเป็นชาวมาลากาซีในปัจจุบัน
ในประวัติศาสตร์ของมาดากัสการ์ มีอาณาจักรหลายแห่งเกิดขึ้นบนเกาะ และมักจะเกิดการสู้รบกันไปมาระหว่างอาณาจักร โดยหนึ่งในอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดคือ อาณาจักร Imerina ที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ปกครองโดยราชินี Ranavalona ที่ 1 นั่นเอง ซึ่งในช่วงที่พระนางปกครองนั้นมีชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษและฝรั่งเศส เริ่มมาตั้งรกรากเป็นมิชชันนารีในเกาะนี้อยู่จำนวนหนึ่งแล้ว

ปัจจุบันมาดากัสการ์เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก โดย 78% ของประชากรอาศัยอยู่ในภาวะยากจน เศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการเกษตร การท่องเที่ยว และการทำเหมืองแร่ ส่วนสินค้าส่งออกที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกคือวานิลลา โดยในปี 2019 วานิลลาจากมาดากัสการ์คิดเป็น 57.2% ของวานิลลาทั่วโลก และคิดเป็น 27.2% ของมูลค่าการส่งออกของทั้งประเทศเลยทีเดียว
จากลูกชาวบ้าน สู่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า ราชินี Ranavalona ที่ 1 มีชื่อเดิมว่า Ramavo เธอเกิดในปี 1778 ในครอบครัวสามัญชนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และเธอก็ไม่ได้รับการศึกษา ทำให้เธอไม่รู้จักวิธีเขียนหรืออ่านหนังสือ
ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อพ่อของเธอซึ่งทำงานในวังหลวง แอบไปได้ยินถึงแผนการลอบสังหารราชา Andrianampoinimirena ซึ่งเป็นราชาของอาณาจักร Imerina

ในขณะนั้น ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณ พระราชาจึงรับ Ramavo มาเป็นลูกบุญธรรม ยิ่งกว่านั้นยังให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเขาที่มีชื่อว่า เจ้าชาย Radama ซึ่งมีตำแหน่งเป็นมกุฎราชกุมาร

และบอกอีกว่าลูกชายที่เกิดจากการแต่งงานครั้งนี้ จะได้เป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนต่อไป จากสามัญชนธรรมดา Ramavo ก้าวเข้าสู่ชีวิตในวังอย่างรวดเร็ว และเธอก็วาดฝันถึงชีวิตเจ้าหญิงไว้อย่างสวยหรู

see also : ทักษะการพูดคุย มีความสำคัญ มากกว่าที่คุณคิดอีกนะ