บทความ » รู้ไหมว่าใครใหญ่ การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

รู้ไหมว่าใครใหญ่ การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

19 มกราคม 2021
601   0

รู้ไหมว่าใครใหญ่’ การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

รู้ไหมว่าใครใหญ่’ การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แจ็ค หม่า หายไปไหน?”เชื่อเหลือเกินว่าคำถามข้างต้นน่าจะเป็นประเด็นข่าวที่ใครหลายคนให้ความสนใจและติดตามกันมากเป็นพิเศษ หลังจากที่เปิดศักราช 2021 เป็นต้นมา สื่อหลายสำนักได้เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า จู่ๆ ทำไมมหาเศรษฐีชาวจีนจากหางโจววัย 56 ปีผู้นี้ถึงอันตรธานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและน่าสงสัย 

เริ่มต้นจากการที่เขาไม่ได้ปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณชนนานถึง 2 เดือนเต็มๆ (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2020) ทั้งๆ ที่ตัวเขาก็มีประเด็นต้องตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเฉพาะการที่ Ant Group ถูกเตะเบรกการ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ 

รายการ Africa’s Business Heroes ที่แจ็ค หม่า เป็นโต้โผรังสรรค์รายการนี้ขึ้นมา
ผ่านมูลนิธิ Jack Ma Foundation

แม้ในเวลาต่อมา โฆษกของ Alibaba จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การที่ผู้ก่อตั้งบริษัทของพวกเขาไม่ได้ไปปรากฏตัว ในรายการเป็นผลมาจาก ‘ตารางงานที่ยุ่งเหยิง’ และปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่าคำตอบดังกล่าวจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร

หลายกระแสข่าวลือกัน อย่างหนาหู สนุกปากว่า ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Alibaba รายนี้กำลังตกอยู่ภายใต้อาณัติและการจองจำโดยรัฐบาลจีน เนื่องจากทำเรื่องขัดใจกับรัฐบาลเอาไว้

‘ธนาคาร = โรงรับจำนำ’ จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นที่นี่

ย้อนกลับไปในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 ช่วงเวลานั้น คือ ไทม์ไลน์เดียวกัน กับที่งานสัมมนาด้านฟินเทค 2nd Bund Financial Summit ถูกจัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้

วันนั้น แจ็ค หม่า ได้รับเชิญเข้าร่วมงานใน ฐานะสปีกเกอร์ เขาได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาบนเวทีเปรียบเปรยธนาคารในประเทศจีนเอาไว้ว่า มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจ ไม่ต่างอะไรจาก ‘โรงรับจำนำ’ และไร้ซึ่ง ‘นวัตกรรม’ 

แถมยังแอบกัดบรรดาสถาบันการเงินในประเทศได้อย่างเจ็บแสบไว้ว่า ปัญหาสำคัญของจีนไม่ใช่ ‘ความเสี่ยงเชิงระบบ’ แต่อย่างใด เพราะความเสี่ยงที่มากกว่าก็คือ การที่จีนไร้ซึ่งความสมบูรณ์ของ ‘ระบบนิเวศทางการเงิน’ นั่นเอง

เงิน 34,500 ล้านดอลลาร์ และ (ว่าที่) IPO ครั้งประวัติศาสตร์ที่ ‘หายวับ’ ไปในอากาศ

5 พฤศจิกายน 2020 คือกำหนดการวันที่ Ant Group ฟินเทคที่ก่อตั้งโดย แจ็ค หม่า เตรียมจะเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) โดยจะเป็นการเสนอขายหุ้นแบบเข้าจดทะเบียนในสองตลาด Dual Listing (อีกตลาดคือเซี่ยงไฮ้ (Star Market) ซึ่งในตอนนั้นยังไม่ได้เปิดเผยวัน IPO ออกมา)

 ซึ่งสามารถจำแนกได้คร่าวๆ ดังนี้

  1. ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง: 80 ดอลลาร์ฮ่องกง ‘ต่อหุ้น’ 
  • คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1.33 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1.72 แสนล้านดอลลาร์
  1. ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้: 68.8 หยวน ‘ต่อหุ้น’ 
  • คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1.14 แสนล้านหยวน หรือราว 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์

เมื่อรวมกันแล้วจะส่งผลให้การ IPO ของ Ant Group ในครั้งนี้มีมูลค่ามากถึง 34,500 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย โค่นแชมป์ IPO มูลค่าสูงสุดเจ้าเก่าจากซาอุฯ อย่าง Saudi Aramco (ด้วยมูลค่าระดมทุนกว่า 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์)

หาก IPO ครั้งดังกล่าวของ Ant Group ประสบความสำเร็จ ว่ากันว่าพวกเขาอาจจะพลิกโฉมโลกการทำธุรกรรม และการเงินไปโดยสิ้นเชิง และจะมีมูลค่าบริษัทมากกว่าสถาบันการเงินหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะ JPMorgan Chase & Co, Bank of America Corp หรือแม้แต่ PayPal รวมถึงจะทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินลงทุนจากเหล่านักลงทุนทั่วโลกได้อีกมหาศาล (ซึ่งจะมีผลกับการ IPO ของบริษัทเทคโนโลยีจีนในตลาดหุ้นจีนในอนาคตแน่นอน)

แต่แล้ว ‘ฝันที่เคยฝัน ที่กล้าฝัน’ ก็กลายเป็นฝันชั่วคราว เมื่อการ IPO ของ Ant Group ถูกรัฐบาลจีนเตะเบรกทันควันก่อนหน้ากำหนดการเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลจีน นำโดย ‘ธนาคารกลาง’ และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบด้านการเงินในประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 แห่ง

เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก ทั้งหุ้นที่ตกลงต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หล่นหาย ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องเปลี่ยนตัวเองจากฟินเทคสู่ ‘โฮลดิง’ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเงิน และเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอยู่พอสมควร

ดูเหมือนว่า แจ็ค หม่า คงไม่ได้คาดคิดเอาไว้ด้วยซ้ำว่า สปีชของเขาในวันนั้นจะมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกถึง 34,500 ล้านดอลลาร์

‘รู้ไหมว่าใครใหญ่!’ แจ็ค หม่า กับการสั่งสอนของรัฐบาลจีน

“ผมคิดว่าเขา (แจ็ค หม่า) ถูกบอกให้เก็บตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างแตกต่างออกไปเป็นอย่างมาก และเกี่ยวข้องกับการเติบโตของ Ant ไปจนถึงความอ่อนไหวที่มีต่อประเด็นการควบคุมนโยบายด้านการเงินของประเทศ” 

ดันแคลน คลาร์ก ประธานบริษัท BDA China บริษัทให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้สัมภาษณ์กับ Reuters ไว้เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2021

“ฉันคิดว่าข้อความที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องการจะส่งคือ แม้บรรดาผู้ประกอบการบริษัทเทคโนโลยีจะดูมีเสน่ห์ดึงดูด และเป็นด้านที่ดูดีของจีนที่ปรากฏต่อหน้าสาธารณชนทั่วทั้งโลก แต่ประเด็นก็คือ ไม่มีใครหรือบริษัทไหนจะใหญ่ไปกว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนอีกแล้ว” รานา มิตเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์และการเมืองจีนสมัยใหม่ ประจำมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ให้สัมภาษณ์กับ CNN

อาร์ม ยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า เคสการหายตัวไปของ แจ็ค หม่า ยังถือเป็นการส่งสัญญาณของรัฐบาลจีนใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย

  1. ไม่ควรแสดงความเห็นหรือจุดยืนที่สวนทางกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ในที่สาธารณะ
  1. ส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่า ในประเทศจีน ‘ไม่มีธุรกิจที่ใหญ่จนแตะไม่ได้’ (Too big to fail) กล่าวคือในประเทศอื่นๆ ปกติแล้ว ทุนจะกำกับรัฐ แต่ในจีนรัฐเป็นผู้กำกับทุน
  1. จะต้องมีการเจรจา ทำความตกลงร่วมกันว่า Alibaba และรัฐบาลจีนจะประสานประโยชน์กันอย่างไร 
  1. สอบสวน Alibaba เพื่อป้องกัน ‘การผูกขาด’ รวมถึงความ ‘พยายามจะวางกฎเกณฑ์กำกับการดำเนินงาน’ ของ Ant Group

บทความอื่นๆ อ่านเกม ‘Apple Alibaba Baidu’ รุกสังเวียน EV