บทความ » หลายชาติในยุโรปไม่พอใจ Pfizer ส่งมอบวัคซีนล่าช้า

หลายชาติในยุโรปไม่พอใจ Pfizer ส่งมอบวัคซีนล่าช้า

16 มกราคม 2021
231   0

หลายชาติในยุโรปไม่พอใจ Pfizer ส่งมอบวัคซีนล่าช้า

หลายชาติในยุโรปไม่พอใจ Pfizer ส่งมอบวัคซีนล่าช้า หลายประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ออกมาแสดงความไม่พอใจที่ได้ รับมอบวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท Pfizer ในจำนวนน้อยกว่าที่คาดว่าจะ ได้รับมาก หลังจากที่บริษัทยาสหรัฐฯ ชะลอการจัดส่ง

6 ชาติสมาชิก EU ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น “ไม่สามารถ ยอมรับได้” และเตือนว่าเรื่องนี้จะ “ลดความน่าเชื่อถือของขั้นตอนการให้วัคซีน” พร้อม เรียกร้องให้ EU กดดันบริษัท Pfizer ซึ่งพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 ร่วมกับบริษัท BioNTech

ด้าน Pfizer กล่าวว่า การจัดส่งวัคซีน ที่ลดลงเป็นปัญหาเพียงชั่วคราว โดยบริษัทผู้ผลิตยาสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ (15 มกราคม) ว่า การจัดส่งได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทเปลี่ยนแปลงกระบวน การผลิตโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการผลิต

 

การเปลี่ยนแปลงกระบวน การผลิต “จะส่งผลกระทบชั่วคราวต่อการจัดส่งวัคซีนในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้น เดือนกุมภาพันธ์ แต่จะช่วย เพิ่มปริมาณวัคซีนอย่างมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และ มีนาคม” Pfizer ระบุ

บริษัทกล่าวด้วยว่า การยกระดับการผลิตจะ “ส่งผลกระทบในระยะสั้น” ต่อการส่งมอบวัคซีนไปยังอังกฤษด้วยเช่นกัน

แม้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ แต่รัฐบาลอังกฤษยังคงวางแผนที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมายในการฉีดวัคซีนให้กลุ่มที่มีความจำเป็นทุกกลุ่มภายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ รวมประมาณ 15 ล้านคน

วัคซีนจาก Pfizer ไม่ใช่วัคซีนโควิด-19 ตัวเดียวที่ใช้ในอังกฤษ โดยยังมีวัคซีนจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและ AstraZeneca ที่อยู่ระหว่างการแจกจ่ายเพื่อฉีดให้แก่ประชาชนในประเทศด้วย

เช่นเดียวกับ EU ที่ไม่ได้หวัง พึ่งเฉพาะวัคซีนจาก Pfizer เท่านั้น โดยมีวัคซีนจากบริษัท Moderna ของสหรัฐฯ เป็น วัคซีนตัวที่สองที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในสหภาพยุโรป 

กระทรวงสาธารณสุข ของ เยอรมนีแสดงความประหลาดใจกับการประกาศของ Pfizer พร้อมทั้งระบุว่า เป็นเรื่องน่าเศร้า เนื่องจาก บริษัทได้ให้คำมั่นว่า จะส่งมอบวัคซีนตามวันที่กำหนดไปจนถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ด้าน อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิ การยุโรป กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เธอได้รับการยืนยันจากซีอีโอของ Pfizer ว่าคำสั่งซื้อ ทั้งหมดที่มี การรับประกันการจัดส่งในไตรมาสแรกของปีจะส่งถึง EU ตามกำหนด 

โดยสัปดาห์ที่แล้วฟอน แดร์ เลเยนกล่าวว่า Pfizer ตกลงที่จะจัดส่งวัคซีนให้กับ EU เป็นจำนวน 600 ล้านโดสในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นสอง เท่าจากยอดสั่งซื้อเบื้องต้น

แต่ถึงกระนั้นการให้คำมั่นดังกล่าวแทบ ไม่ได้ช่วยปลอบประโลมรัฐบาลหลายชาติของยุโรปที่กำลังต่อสู้เพื่อ สกัดการแพร่ระบาด อย่างรวดเร็วของโควิด-19 กลายพันธุ์ที่มีการตรวจพบเป็นครั้งแรก ในอังกฤษ

สำนักข่าว Reuters รายงานโดย อ้างผู้เข้าร่วมประชุมรายหนึ่งว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของรัฐบาล 27 ประเทศที่เป็นสมาชิกของ EU รายงานในระหว่างการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีวัคซีน “ไม่เพียงพอ”

ลิทัวเนียรายงานว่า อาจจะได้รับวัคซีน Pfizer เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่บริษัทให้คำมั่นว่าจะจัดส่งให้จนถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ด้านเบลเยียมคาดว่าจะได้ รับวัคซีนใน ประมาณครึ่งหนึ่งของที่ วางแผนไว้ในเดือนมกราคม นอกจากนี้แคนาดาก็ได้ รับผลกระทบเช่นกัน เพราะวัคซีนที่จะจัดส่งให้แคนาดามาจากโรงงานของ Pfizer ในประเทศเบลเยียม

ขณะที่นอร์เวย์ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของ EU เปิดเผยวานนี้ว่า Pfizer ลดจำนวนวัคซีนที่จะส่งให้นอร์เวย์เป็นการชั่วคราวจนถึงสัปดาห์หน้า 

สถาบันสาธารณสุขนอร์เวย์ กล่าวใน แถลงการณ์ว่า ทางสถาบันอาจเสริมปริมาณวัคซีนที่หายไปด้วยการใช้ “สต๊อกฉุกเฉิน” 

“สต๊อกที่เรามี อยู่ตอนนี้จะ สามารถชดเชยการจัดส่ง ที่ลดลงจากที่วางแผนไว้ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า” แถลงการณ์ระบุ

สำหรับประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ของ โลกนั้น ตุรกีเปิดเผยว่าได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน 5 แสนคนใน 2 วัน โดยใช้วัคซีน ที่พัฒนาโดยบริษัท Sinovac Biotech ของจีน

ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า ตุรกีฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในวันแรกเป็นจำนวนมากกว่าที่ฝรั่งเศสฉีดให้แก่ประชาชนในเวลาเกือบ 3 สัปดาห์

รัฐบาลฝรั่งเศสเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมหลังจากปรากฏว่ามีประชาชนเพียง 500 คนที่ได้รับวัคซีนในสัปดาห์แรก ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แม้หลังจากนั้น ได้มีการเพิ่มความพยายามในการฉีดวัคซีน แต่ข้อมูลของ CovidTracker ระบุว่า จนถึง ตอนนี้มีประชาชนเพียง 388,730 คนที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

ขณะที่ในสหรัฐฯ ว่าที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาถึงแผนการที่จะยกระดับการให้วัคซีนแก่ประชาชน เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้

ไบเดนกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเขาจะจัดตั้งศูนย์บริการฉีดวัคซีนเป็นวงกว้าง และจะว่าจ้างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพิ่มเติมเพื่อบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ชาวอเมริกัน 100 ล้านคนภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง

การประกาศของไบเดนมีขึ้นในขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์ที่สามารถแพร่กระจายได้สูงในสหรัฐฯ 

ส่วนในอินเดีย ได้มีการเปิดตัวโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอินเดียอยู่ระหว่างการฉีดวัคซีนให้ประชาชน 1.3 ล้านคน เริ่มจากบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่แนวหน้า โดยใช้วัคซีนสองตัว ได้แก่ Covishield (ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในอินเดียสำหรับวัคซีนจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และ AstraZeneca) และอีกตัวหนึ่งคือ Covaxin

บทความอื่นๆ 7 ปีของ GOT7 กับ 7 เส้นทางชีวิตที่จะเติบโต