บทความ » อยากมีความสัมพันธ์ แต่ดันกลัวความใกล้ชิด

อยากมีความสัมพันธ์ แต่ดันกลัวความใกล้ชิด

21 กันยายน 2020
657   0

อยากมีความสัมพันธ์ แต่ดันกลัวความใกล้ชิด

อยากมีความสัมพันธ์ แต่ดันกลัวความใกล้ชิด

อยากมีความสัมพันธ์ แต่ดันกลัวความใกล้ชิด ในเรื่องของความสัมพันธ์ บางครั้งอะไรๆ ก็ไม่ได้เป็น ไปตามใจ เราทุกอย่าง บางคนพบเ จอคนถูกใจแต่ดันผิดที่ผิดเวลา

กว่าจะรู้ว่ารักก็สายไป เสียแล้ว หรือพบเจอคนที่ ถูกใจ แต่ เขาดันมีเจ้าของ หลากหลายปัญหา เกิดขึ้น ให้เราว้าวุ่นใจ ได้เสมอใ นจักรวาล ของ ความสัมพันธ์ 

แต่ สังเกตุหนึ่ง สิ่งจากตัวอย่าง ของ ปัญหาที่ เกริ่นมาข้างต้น ทุกครั้งความ ‘ไม่เป็นไปตามใจ’ ล้วน เกิดจากตัวเรา กับ ปัจจัยภายนอก หรือ ก็คือความรู้สึกของคนอีกคน แตกต่างจากปัญหาคาใจที่ เรา หยิบยกขึ้นมา เป็น คำถามประจำสัปดาห์นี้

เพราะว่าไม่เป็นไปตามใจที่ว่า เกิดขึ้น จาก ภายในของตัวเราเอง หรือ ภาวะที่เรียกว่า เมื่อ ความคิด ไม่เป็นไป ตามใจ ‘อยากมี ความสัมพันธ์ แต่ดัน กลัวความใกล้ชิด’

คำว่า Fear of Commitment ซึ่งก็ คือ ‘การกลัวความผูกมัด’ มีแนวโน้มเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ พบเห็นได้ มากขึ้น แต่ ไม่ได้หมายความ ว่าเพิ่งเริ่ม มีรูปแบบความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงนี้ การเปิดเผย ความสัมพันธ์

ต่อ สาธารณะ เป็นสิ่ง ที่กระทำกัน มากขึ้น เราจึง พบเห็น ความสัมพันธ์ได้ในหลายรูปแบบ และ หนึ่งในนั้น คือ ความสัมพันธ์แบบ ‘อยากรัก แต่ ไม่อยากคบ’

ส่วนหนึ่งอาจ เป็น ผลตามธรรมชาติของ Gen ที่มี ความรักในอิสระ เคารพสิทธิ และขอบเขตตนเอง มีข้อมูล ต่ออนาคต ค่อนข้างมาก

การ ‘ตระเตรียมชีวิตประจำวันเพื่อตัวเองมากกว่าเพื่อ ความสัมพันธ์’ จึงเป็น ทางเลือกที่ปลอดภัย และค่อยๆ สะสมเป็นค วามไม่คุ้น เคยในการผูกมัด ความสัมพันธ์ต่อกันนั่นเอง 

ส่วนหนึ่งอาจ เป็น เพราะ การมีความสัมพันธ์ ระหว่าง คนสองคนเสมือนมีภูเขาน้ำแข็งแห่งบุคลิกภาพ สองก้อนข้ามา ทับซ้อนกัน และ

ในบางความสัมพันธ์ภูเขาน้ำแข็งของบุคลิกภาพก็ปะทะเข้าหา กันจน ขอบเขต ส่วนตัวเสียหาย การลอยอยู่ กับ ผิวน้ำในระยะห่างที่ปลอดภัยจึงเป็นที่สิ่งน่ารื่นรมย์มากกว่า จนกระทั่ง พัฒนาต่อไป เป็น รูปแบบของความสัมพันธ์1 รักษาระยะระหว่างกัน

อีกทั้งใน ช่วง ของ การก่อตัวภายใต้ภูเขาน้ำแข็งแห่งบุคลิกภาพ อาจมีโครงสร้างบางส่วนที่ได้ พบกับ ประสบการณ์ที่ไม่มั่นคง หรือ

การตอบสนองต ามความต้องการที่ไม่เพียงพอ เหล่านี้สะสมกลาย เป็น ความรู้สึกหวาดหวั่น และ ไว้ใจได้น้อย ทั้ง ต่อโลก ต่อผู้อื่น

รวมถึงต่อการมีความสัมพันธ์ ทำให้เ มื่อถึงช่วงวัย ที่เหมาะสม รูปแบบ ความสัมพันธ์แบบ ‘อยากรักแต่ไม่อยากคบ’ จึงอาจ เป็นท างเลือก ของ ความสัมพันธ์ที่ดูมั่นคง และ ปลอดภัยที่สุด

ถ้าทั้งหมดนี้ใช่เรา เราจะจัดการกับตนเองและความสัมพันธ์นี้อย่างไร? 

  1. เปิดโอกาสให้ตนเองเริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นไป 

เพราะการที่เราเร่งรีบที่จะ ผูกมัดจากความเชื่อที่ว่านั้นเป็นวิธีก้าวข้ามความกลัว และคิดว่าการกดดันอย่างเข้มงวดจะ นำไป สู่ความกล้าหาญในการมีความสัมพันธ์ การกระทำแบบนี้ให้ผลลัพธ์ในทาง ตรงกันข้าม

เพราะ ความกลัว และ ความกังวลที่ถาโถมเข้ามาอาจยิ่งทับซ้อนลงในความ เชื่อว่า ‘ความสัมพันธ์มัน ไม่น่าอภิรมย์’ และ ยิ่งส่งผล ต่อ ความยากในการสร้าง ความสัมพันธ์ในครั้งต่อๆ ไป

  1. สื่อสารรูปแบบความสัมพันธ์ที่ปรารถนา

ด้วย ประสบการณ์ ชีวิต ที่ต่างกัน และ มุมมองต่อโลกที่ต่างกัน จึงส่งผลต่อมุมมองด้านความสัมพันธ์ที่ต่างกัน การ สื่อสาร

ความต้องการ ด้านความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมาและสุภาพ คือฐานใน การสร้างความเข้าใจ ภายใต้ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เป็นไป

  1. บอกข้อจำกัดบางประการด้านความสัมพันธ์

แน่นอนว่านอกเหนือจากการบอกความต้องการจะช่วยให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างค่อยๆ เป็นไปแล้ว

การสื่อสารอุปสรรคและข้อจำกัดบางประการของตัวเรา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจ และการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแสดงเจตนาและความปรารถนาดีต่อเรา

  1. การบอกความรู้สึกอึดอัดใจเป็นการรักษาความสัมพันธ์แบบหนึ่ง

ถึงแม้ว่าเราทั้งคู่ จะสื่อสารทั้ง ความต้องการและความสัมพันธ์ออกไปกับอีกฝ่ายแล้ว แต่การตอบสนองตามธรรมชาติ ของ แต่ละคนที่ สะสมมาอาจกระทบกับความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และ แม้ไม่ได้มีเจตนาให้ มันเป็นอย่างนั้นก็ตาม การบอกความรู้สึกอึดอัดใจอย่างสุภาพ และ การกล่าวขออภัยเป็นไปได้อย่างมาก ที่การกระทำดังกล่าวกำลังบอกถึงระดับ ของ ความสัมพันธ์ว่า หัวใจดวงหนึ่งเริ่มต้นประสานกับหัวใจอีกดวง

  1. ให้ระยะเวลากับแต่ละความสัมพันธ์

เพราะ ความสัมพันธ์ เป็นเ รื่องยาก และเราเองที่คุ้นเคยกับการหลีกหนีความสัมพันธ์เสมอมา โดย เฉพาะเมื่อ เกิดความกังวลและความกลัว การตั้งระยะเวลาไว้ล่วงหน้าช่วยให้เรามองเรื่อง ความสัมพันธ์

เป็นรูปธรรมด้านความคิดไปพร้อมๆ กับการสังเกต เห็นอารมณ์ของตนเอง อีกทั้งช่วยยับยั้งการหลีกหนีความสัมพันธ์เมื่อมีภาวะอารมณ์เชิงลบอย่างทันทีทันใด ให้โอกาสตนเองได้แสดงความสามารถในการจัดการความกลัวหรือกังวลนั้นด้วยวิธีใหม่ๆ

  1. รูปแบบความสัมพันธ์มันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล 

ถ้าเราพยายามมากพอกับการรักษาความสัมพันธ์ และมันมีแนวโน้มจะไม่สำเร็จ กลับกันเราเห็นได้ว่าการอยู่คนเดียว หรือรักษาระยะของความสัมพันธ์ในแบบเรา

ก็อาจคุ้มค่ามากกว่ากับความรู้สึกของเราในตอนนี้ ก็จงให้โอกาสตนเองมีความสุขกับความสัมพันธ์แบบ ‘อยากรักแต่ไม่อยากคบ’

ในทางกลับกันหากเราพร้อมที่จะเริ่มต้น แต่ดันตกหลุมรักคนที่มีอาการกลัวความสัมพันธ์ เราเองก็ควรทำความเข้าใจและมีส่วนรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้

เพราะความสัมพันธ์ถึงอย่างไรก็เกิดขึ้นจากคนสองคน เราทั้งสองต่างมีส่วนในความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยกันทั้งนั้น  

ก่อนอื่นเริ่มจากการทบทวนเป้าหมายด้านความสัมพันธ์ของตนเองให้ชัดเจน เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน หากเราพยายามมากที่จะแสดงความต้องการหรือร้องขอความสัมพันธ์ที่มั่นคงจากอีกฝ่าย

ในขณะที่ภายในของเราเองนั้นอาจยังไม่แน่ใจ หรือชัดเจนในเรื่องของความสัมพันธ์ อาจไม่เป็นผลที่ดีของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน หรือกล่าวได้ง่ายๆ ว่าก่อนเริ่มการเดินทางครั้งนี้ คุณพร้อมและจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้จริงๆ หรือเปล่า 

สื่อสารรูปแบบความสัมพันธ์ที่ปรารถนา ถ้าเป้าหมายอยู่ที่การรักษาความสัมพันธ์ เราสามารถเริ่มต้นที่การพูดคุยถึงรูปแบบความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ต่อกันและกัน การพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาย่อมดีกว่าปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างคิดกันไปเอง แถมท่าทีของการสื่อสารยังบ่งบอกถึงความเคารพต่ออีกฝ่าย

และเป็นสัญญาณในการบ่งบอกพื้นที่ปลอดภัยให้เขาอีกคนได้ค่อยๆ ลำดับความต้องการออกมาอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย การหมั่นสังเกตและสำรวจอารมณ์ของทั้งตนเองและอีกฝ่าย

คือเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารความต้องการและข้อจำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร และเพิ่มความระมัดระวังในการก้าวข้ามข้อจำกัดของอีกฝ่าย

สิ่งสุดท้ายที่สำคัญคือการ เคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย เพราะเราต่างก็แตกต่างกัน ขอตอกย้ำในข้อสุดท้ายว่า “แม้ความสัมพันธ์จะเป็นเรื่องของคนสองคน มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เราสามารถเข้าไปควบคุมได้ นั่นคือส่วนของความคิด

ความรู้สึก และการกระทำของเราเอง” หากในความสัมพันธ์ เราทำทุกอย่างเต็มที่ตามความสามารถ และประกอบไปด้วยความปรารถนาที่ดีระหว่างกันแล้ว

แต่ความสัมพันธ์กลับยังไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ อย่าลืมที่จะบอกตัวเองว่า เรากับเขาต่างกัน มุมมองต่อความสัมพันธ์ก็ต่างกัน อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้รักตัวเรา และเคารพในการเลือกของเขาอย่างเต็มที่แล้ว

บทความอื่นๆ ทำไมคนเรามัก ฝันประหลาด ในช่วงวิกฤต?