บทความ » อ่านเกม ‘Apple Alibaba Baidu’ รุกสังเวียน EV

อ่านเกม ‘Apple Alibaba Baidu’ รุกสังเวียน EV

19 มกราคม 2021
535   0

อ่านเกม ‘Apple Alibaba Baidu’ รุกสังเวียน EV 

อ่านเกม ‘Apple Alibaba Baidu’ รุกสังเวียน EV  ยังไม่ทันจะผ่านพ้นเดือนแรกของปี 2021 ดี ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโลกจะเริ่มฉายภาพจังหวะขยับตัวและบิ๊กมูฟที่น่าสนใจออกมากันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมน้อยหน้ากันเลย

ที่สำคัญความน่าสนใจของทิศทางการเคลื่อนไหวในครั้งนี้มาจากการที่บริษัทจำนวนไม่น้อยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์มาก่อน ต่างก็ ‘พาตัวเอง’ เข้ามากรุยทางชิมลางในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากันถ้วนหน้า

เริ่มต้นที่ Apple บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ที่ตั้งแต่ปลายปี 2020 เริ่มมีข่าวระแคะระคายหนาหูว่าพวกเขาจะเข้ามารุกสังเวียนรถยนต์ไฟฟ้าด้วยตัวเอง

ซึ่งในเวลาต่อมา IT News สื่อในเกาหลีใต้ก็ร่วมวงยืนยัน โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็นทั้งสองบริษัทเซ็นสัญญาร่วมกันในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะเปิดตัวรถไฟฟ้าโมเดลโปรโตไทป์ในปี 2022 ภายใต้เป้าหมายการผลิตรถไฟฟ้าแบรนด์ Apple ให้ได้ครบ 100,000 คันภายในปี 2024

ว่ากันตรงๆ อันที่จริงข่าวการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ Apple ไม่ใช่เรื่องที่ใหม่หมดจดเลยเสียทีเดียว เพราะถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักประมาณช่วงปี 2014-2015 ก็เคยมีรายงานออกมาว่า Apple ได้เริ่มรันโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ ‘Titan’ ก่อนที่ข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ จะค่อยๆ เลือนหายไปจากพื้นที่สื่อ และยังไร้วี่แววความคืบหน้าของตัวโปรเจกต์ดังกล่าวไปดื้อๆ จนถึงวันนี้

อีกกระแสที่น่าสนใจเปิดเผยออกมาจากฝั่ง The Verge ที่ระบุว่า Apple ได้หารืออย่างลับๆ ร่วมกับสตาร์ทอัพผู้พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าฟ้า ‘Canoo’ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว (2020) เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกันหลายๆ รูปแบบ

ตั้งแต่การเข้าลงทุน ไปจนถึงการเทกโอเวอร์ฮุบกิจการ (ตามรายงานระบุว่า Apple สนใจ ‘Skateboard’ แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าของ Canoo ที่สามารถปรับแต่งรูปแบบตัวรถตามความต้องการในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ)

วิดีโอสาธิตการใช้งาน Skateboard แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าโดย Canoo

ในมุมหนึ่ง อดัม โจนาส (Adam Jonas) นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley เชื่อว่า Apple จะมีความได้เปรียบในทุกๆ มิติและแง่มุม หากพวกเขาเลือกบุกตลาดรถไฟฟ้าจริง ทั้งชื่อชั้นความน่าสนใจของการเป็นแบรนด์ Apple,

ศักยภาพในการดึงดูดเงินทุน บุคลากร, ระบบนิเวศบริการและเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้น ซึ่ง ณ วันนี้ถือว่าครบวงจรและสามารถผนวกรวมเข้ากับรถยนต์ไฟฟ้าได้สบายๆ หายห่วง

ฟาก Alibaba Group Holding และค่ายผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน SAIC Motor (บริษัทแม่ของ MG) ก็เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าโมเดลซีดานแบรนด์ IM แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2020 ทั้งคู่ได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะร่วมกัน

โดยทั้ง Alibaba และ SAIC ตั้งเป้าไว้ว่าพวกเขาจะเริ่มเปิดให้พรีออร์เดอร์รถไฟฟ้า IM ล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ในงาน Shanghai Auto Show ส่วนรถยนต์ในโมเดลที่สอง ซึ่งจะมาในรูปโฉมของ SUV คาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ในช่วงปี 2022 เป็นต้นไป

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อช่วงประมาณกลางปีที่แล้ว Alibaba ยังเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพผู้พัฒนา EV อย่าง ‘Xpeng’ หรือ Xiaopeng Motors อีกด้วย

ขณะที่ Baidu แพลตฟอร์มเสิร์ชเอนจิน และบริษัทเทคโนโลยีจากจีนก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้ผนึกความร่วมมือกับ Geely บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน (บริษัทแม่ Volvo) เพื่อจัดตั้งบริษัทพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่ง Geely จะเน้นไปที่การสร้างฮาร์ดแวร์ ซึ่งในที่นี้ก็คือตัวรถ ส่วน Baidu จะรับหน้าที่รับผิดชอบพัฒนาซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีของรถ

ปิดท้ายด้วย Foxconn บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน และผู้ประกอบ iPhone ที่คนส่วนใหญ่ใช้งานกัน ที่ได้จัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบ Joint Venture เมื่อวันพุธที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อให้บริการผลิตรถยนต์,

ให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบการขับขี่อัจฉริยะ ตลอดจนโซลูชันบริการที่เกี่ยวข้องให้กับค่ายรถยนต์ทั่วโลก (เน้นกลุ่ม B2B เป็นหลัก: แต่ละรายถือหุ้น 50% เท่ากัน)

ก่อนหน้านี้ Foxconn รับหน้าที่เป็นซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่จำเป็นให้กับ BMW และ Tesla ในการประกอบรถยนต์ของพวกเขา

คำถามสำคัญก็คือ จุดร่วมของการขยับตัวในครั้งนี้ที่เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกระโจนลงมาเล่นศึก EV ด้วยตัวเองกำลังบอกอะไรกับเรามากกว่าแค่มิติการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินธุรกิจไปตามเทรนด์พลังงานทางเลือกทั่วๆ ไป?

Apple Alibaba Baidu

รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ IM ภายใต้ความร่วมมือและพัฒนาโดย 
SAIC, Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park Development

‘ข้อมูลขนาดมหาศาล’ ต่อยอดสร้างรายได้ ‘ธุรกิจบริการ’ และการรุก ‘ตลาดแห่งอนาคต’ ที่ประตูต้อนรับยังคงเปิดกว้างคือคำตอบ

มุมมองที่น่าสนใจที่นักวิเคราะห์มีต่อปฏิกิริยาการทะยานเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากในช่วงจังหวะเวลาไล่เลี่ยกันคือ ความเชื่อที่ว่าบิ๊กเทคส่วนใหญ่ต่างก็ต้องการ ‘ข้อมูลมหาศาล’ ของผู้บริโภค ซึ่งในที่นี้คือข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ สถานที่ที่เดินทางไปของคนขับ ก่อนจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาบริการรูปแบบต่างๆ ออกมาที่สามารถสร้างรายได้ในอนาคต

เล่อ ตู่ (Le Tu) กรรมการผู้จัดการ Sino Auto Insights บริษัทให้ข้อมูลด้านการตลาดและให้คำปรึกษาค่ายรถยนต์บอกกับ Nikkei Asia ว่า “บริษัทเทคโนโลยีต่างก็มีข้อมูลผู้บริโภคอยู่แล้ว ทั้งสถานที่ที่เราจะไปรับประทานอาหาร, สิ่งที่เราจะซื้อ, ที่ที่เราจะไป

เกา เฉิน (Gao Shen) นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมสะท้อนความเห็นผ่าน South China Morning Post โดยยกเคสตัวอย่างของ Baidu และ Foxconn ที่จับมือกับ Geelu ว่าสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีที่มองเห็น

‘โอกาส’ ในการจะเข้ามาสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ เนื่องจากรถในอนาคตจะกลายเป็นหนึ่งใน Smart Devices ที่ต้องเชื่อมโยงกับทั้ง IoT, 5G, คลาวด์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์

ซึ่งการที่บริษัทกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านั้นมุ่งหน้ามายังตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็เพราะหวังที่จะพัฒนารถยนต์เจนใหม่แห่งอนาคตที่มาพร้อมกับบริการ นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เพียบพร้อม เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่นั่นเอง

ความเห็นของ เกา เฉิน ยังสอดคล้องกับมุมมองความเชื่อของ พอล กอง (Paul Gong) นักวิเคราะห์จาก UBS ที่มองว่าผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคตจะถูกคาดหวังว่าต้องเป็นมากกว่าแค่ ‘คนประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นรถยนต์หนึ่งคัน’ เพราะจะต้องสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมออกมาหลอมรวมกับรถยนต์ของตัวเองให้ได้ เพื่อต่อยอดมูลค่าสินค้า และสนองความต้องการของตลาดไปด้วยกัน

“ต้องยอมรับว่า EV ในวันนี้คือตลาดใหม่บนอุตสาหกรรมเดิม (รถยนต์) บริษัทใหญ่ๆ มองเห็นโอกาสตรงนี้ และด้วยความที่รถยนต์ไฟฟ้าคือส่วนผสมระหว่างสองอุตสาหกรรมคือ ‘รถยนต์’ และ ‘ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์’ ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ก็จะคุ้นเคยในข้อหลังอยู่แล้ว สิ่งที่พวกเขายังขาดมีเพียงแค่โนฮาวในการออกแบบรถ ดังนั้นเราจึงได้เห็นความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีกับค่ายรถยนต์ในอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากเพื่อสร้าง ‘Shortcut’ (เรียนลัด) เข้าสู่ตลาดกันอย่างต่อเนื่อง

Apple Alibaba Baidu

บทความอื่นๆ สรุปภาพรวมโยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น