บทความ » เทียบสเปกกล้อง iPhone 12 รุ่นไหนถ่ายดีที่สุด

เทียบสเปกกล้อง iPhone 12 รุ่นไหนถ่ายดีที่สุด

26 พฤศจิกายน 2020
287   0

เทียบสเปกกล้อง iPhone 12 รุ่นไหนถ่ายดีที่สุด 

เทียบสเปกกล้อง iPhone 12 รุ่นไหนถ่ายดีที่สุด  iPhone 12 mini และ iPhone 12 มีสเปกกล้องที่ไม่ต่างกันเลย จะต่างกันก็เพียงขนาดและน้ำหนักเท่านั้น การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับไซส์ที่ชอบ 

จุดสำคัญที่ทำให้ iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max เหนือชั้นกว่า  iPhone ผู้น้องทั้งสอง คือโหมดกลางคืน (Night Mode)

สำหรับ 3 เลนส์ ที่ทำให้เราสามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะถ่ายจากเลนส์ปกติ กล้องหน้า หรือโหมด Portrait 

แต่ iPhone 12 Pro Max จะมีภาษีดีกว่าหน่อย เพราะสเปคสูงกว่า ทำให้ถ่ายในที่มืดได้ดีที่สุดในบรรดารุ่นที่ออกมา 

สำหรับคนที่คิดอยากเปลี่ยนมือถือ เน้นการใช้งานด้านกล้องและวิดีโอ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกตัวไหนดีระหว่าง iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เมื่อเรานำสเปกของกล้องแต่ละรุ่นมาเทียบกันให้เห็นถึงความแตกต่าง เพื่อให้คุณได้ลองชั่งใจดูว่า ด้วยสเปกที่ Apple ให้มานั้นคุ้มค่าแล้วหรือยังกับการใช้งานของคุณ เมื่อต้องแลกกับเงินที่ต้องเสียไป  

สิ่งที่ทั้ง 4 รุ่นมี ‘เหมือนกัน’  

ก่อนที่จะลงลึกไปถึงสเปกกล้อง และความสามารถในการถ่ายภาพ เราอยากพูดถึงคุณสมบัติโดยรวมของมือถือตระกูล iPhone 12 กันหน่อยว่า โมเดลทั้ง 4 รุ่นที่ปล่อยออกมานั้นมีอะไรเหมือนกันบ้าง

เริ่มจากดีไซน์ที่ปรับมาเป็นทรงเหลี่ยม ขอบแบนตัด ไม่โค้งมนเหมือนรุ่น iPhone 11 ซึ่งชวนให้นึกถึงสมัยที่ Apple ออกตัว iPhone 5 เมื่อปี 2012 ก่อนปรับดีไซน์ในรุ่นถัดๆ มาให้ความเหลี่ยมลดลง ก่อนกลับมาอีกครั้งในรุ่นนี้ 

หน้าจอทุกรุ่นเป็น Super Retina XDR มอบแสงคมชัด สดใส ตัวกระจกทำจาก Ceramic Shield ที่ทาง Apple ระบุว่า ป้องกันการกระแทกได้มากขึ้นถึง 4 เท่า เสริมด้วยความแรงของ CPU A14 Bionic

ที่ทำให้เครื่องเร็วและแรงขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ และรองรับ 5G เหมือนกันหมดทุกรุ่น นอกจากนี้ทั้ง 4 รุ่น ยังกันน้ำลึกได้ไม่เกิน 6 เมตร นาน 30 นาที

จากเดิมที่ทำได้เพียง 2 เมตรเท่านั้น ดังนั้น หากคุณวางไว้บนโต๊ะแล้วโดนน้ำสาดใส่ ก็ไม่ต้องกลัวว่ามือถือจะเสียหาย แต่ถ้าเอาลงไปว่ายน้ำด้วย ไม่ว่าจะระดับความลึกเท่าไร เรื่องนี้ไม่รับประกันว่ารอดไหม  

ทุกรุ่นมีการป้องกันอยู่ในชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่ระดับ IP68 ที่ทนน้ำและป้องกันน้ำที่หกใส่ในชีวิตประจำวัน 

มาดูเรื่องแอ็กเซสซอรีกันบ้าง อย่างที่รู้กันว่า iPhone 12 มีกิมมิกเล็กๆ ที่ไม่เหมือนมือถือรุ่นใดๆ ของ iPhone มาก่อน และไม่ใช่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกด้วย แต่เป็นการใช้แม่เหล็กฝังอยู่ในตัวเครื่องด้านหลัง เพื่อให้รองรับ MagSafe

หรือการชาร์จไร้สาย ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับสายชาร์จ MacBook รุ่นหลังๆ หรือ Apple Watch ที่ยึดติดตัวเครื่องกับที่ชาร์จด้วยแรงดูดของแม่เหล็ก เพื่อตัดปัญหาเรื่องการวางไม่แนบสนิทหรือไม่ถูกจุด ทำให้ชาร์จไฟไม่เข้า   

นอกจากนี้ MagSafe ยังทำงานร่วมกับเคสรุ่นใหม่ที่มาพร้อมแม่เหล็กบริเวณฝาหลัง และ Wallet ที่แนบติดกับตัวเครื่องอย่างง่ายดาย ซึ่งเชื่อขนมกินได้เลยว่า ต่อไปจากนี้ MagSafe จะกลายมาเป็นลูกเล่นที่ทำให้ iPhone มีแอ็กเซสซอรีแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาอีกเพียบ 

MagSafe ที่ชาร์จไร้สาย ราคา 1,490 บาท และ 4,900 บาท สำหรับที่ชาร์จแบบคู่ สามารถวางชาร์พร้อม Apple Watch ได้เลย   

Wallet แอ็กเซสซอรีใหม่ที่ใส่ได้ทั้งนามบัตรและการ์ด ราคา 2,190 บาท ส่วนเคสซิลิโคนพร้อม MagSafe ราคาเริ่มต้นที่ 1,790 บาท 

สุดท้าย สิ่งที่ไม่มีเหมือนกันไม่ว่าจะเปิดกล่องรุ่นไหนๆ มา ได้แก่ หูฟังและหัวชาร์จ เพราะ iPhone ตระกูล 12 จะมีเพียงสายชาร์จ Lightning USB-Cซึ่งเป็นสายชาร์จแบบใหม่ให้มาเท่านั้น ใครที่เคยใช้ iPhone 11 มาก่อน สามารถใช้หัวชาร์จร่วมกันได้ แต่รุ่นต่ำกว่านั้นต้องซื้อแยก       

ความต่างของแต่ละรุ่น 

แน่นอนว่าสเปกเครื่องย่อมแตกต่างกันตามราคา แต่หากดูจากภายนอก มือถือทั้ง 4 รุ่นก็พอมีความต่างที่เห็นได้ชัดเจน เริ่มจากขนาดหน้าจอที่ไล่ระดับ ตั้งแต่รุ่นเล็กสุด iPhone 12 mini ขนาด 5.4 นิ้ว ซึ่งหลังจากที่ได้สัมผัสแล้วต้องบอกว่าความเล็กกะทัดรัดนั้นน่าประทับใจมาก น่าจะถูกใจคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนดีๆแรงๆ ที่ทั้งเล็กและเบา ชนิดที่ใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตได้สบาย  

ถัดมาเป็นรุ่น iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ที่มาพร้อมขนาดเท่ากันอยู่ที่ 6.1 นิ้ว ซึ่งเป็นไซส์กลางๆ ของมือถือค่ายนี้ จะต่างกันตรง iPhone 12 Pro

มีเลนส์ 3 ตัวสุดท้าย iPhone 12 Pro Max ใหญ่สุดที่หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ซึ่งต้องแลกกับน้ำหนักตัวที่สูงกว่าใครเพื่อน 

นอกจากขนาดและน้ำหนักที่ต่างกันแล้ว สิ่งที่ต่างได้แก่ วัสดุ เมื่อรุ่น iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ใช้ขอบเป็นสเตนเลสสตีล ด้านหลังเป็นกระจกด้านให้อารมณ์พรีเมียม

ในขณะที่ขอบของรุ่น iPhone 12 mini และ iPhone 12 เป็นอะลูมิเนียม ด้านหลังเป็นกระจก (ซึ่งทั้ง 4 รุ่นไม่ใช่ Ceramic Shield ดังนั้นจึงไม่ทนเท่าด้านหน้า)

บทความอื่นๆ 6 เรื่องราวของหญิงเหล็ก Margaret Thatcher