บทความ » เบื้องหลัง ชัยชนะของไบเดน ที่เพนซิลเวเนีย

เบื้องหลัง ชัยชนะของไบเดน ที่เพนซิลเวเนีย

8 พฤศจิกายน 2020
390   0

เบื้องหลัง ชัยชนะของไบเดน ที่เพนซิลเวเนีย

เบื้องหลัง ชัยชนะของไบเดน ที่เพนซิลเวเนีย หลังจาก การนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาล่วงเลยมาถึงวันที่ 3 ในที่สุด เราก็ทราบกันแล้วว่า โจ ไบเดน ของ พรรคเดโมแครตคือผู้ชนะที่ ได้คะแนน Electoral College

เกิน 270 เสียง (แม้ว่าผลจะยังถือว่า ไม่เป็นทางการ เพราะ ทรัมป์และพรรครีพับลิกันกำลังจะดำเนินการทางกฎหมาย โดยกล่าวหา อย่าง ไม่มีหลักฐานว่า พรรคเดโมแครตได้ทำการทุจริตเลือกตั้ง) 

ซึ่งมลรัฐสุดท้ายที่เพิ่งมี การประกาศว่าไบเดนเป็นฝ่ายชนะและทำให้เขามีคะแนนถึง 270 เสียงในท้ายที่สุดก็ คือมลรัฐเพนซิลเวเ นีย ซึ่งไม่ใช่ เรื่องน่าแปลกใจ แต่อย่างใด เพราะทั้งทรัมป์ และ ไบเดนต่างก็คาดการณ์ไว้

แต่แรกอยู่แล้วว่า เพนซิลเวเนีย จะเป็นมลรัฐที่เป็นกุญแจ สำคัญต่อ การชนะเลือกตั้ง ดังนั้น ทั้งสองจึงได้ทุ่มเท หาเสียงในมลรัฐนี้ กันอย่างสุดตัวใน สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

แล้ว ไบเดนชนะที่ เพนซิลเวเนียได้อย่างไร อะไร คือกุญแจสำคัญ เราชวน วิเคราะห์ไปกับบทความนี้

ไบเดนไม่ได้ ทำคะแนนในหมู่คนผิวสีได้ ดีกว่า ฮิลลารี คลินตัน

สาเหตุหนึ่ง ที่ ฮิลลารี คลินตัน แพ้ทรัมป์ ใน 3 มลรัฐสำคัญในเขตมิดเวสต์อย่างมิชิแกน, วิสคอนซิน และ เพนซิลเวเนีย เป็น เพราะเธอไม่ สามารถดึงคะแนนจากคนผิวสี ในเขตเมืองใหญ่ได้ มากเท่า กับที่ บารัก โอบามา เคยทำได้ 

ในการเลือกตั้ง ครั้งนี้ พรรคเดโมแครตหวังว่าไบเดนที่เคยเป็นรองประธานาธิบดีของโอบามา และ มีผู้สมัครรองประธานาธิบดีเป็นคนผิวสีอย่าง คามาลา แฮร์ริส จะสามารถชนะใจคนผิวสีได้อย่างถล่มทลาย เหมือนที่โอบามา เคยทำได้ ในปี 2008 และ 2012 

อย่างไรก็ตาม ผล การเลือกตั้งที่ออกมาไม่ได้ เป็นอย่างที่ พวกเขาคาดหวัง ไบเดนชนะ ที่เมือง ฟิลาเดลเฟีย (ซึ่งเป็นเมืองที่มี คนผิวสีอาศัย อยู่เป็น จำนวนมาก) ที่ประมาณ 430,000 เสียง (ยังมี บัตรเลือกตั้งบางส่วนที่ ยังไม่ได้นับ) พอๆ กับที่คลินตันเคยทำได้ที่ 480,000 เสียง

แต่เขาทำได้ดีที่เขตชานเมือง

ใน ทางตรงกัน ข้าม ไบเดน ทำผลงานได้ดีกว่า คลินตันมากในเขตชานเมืองของเมืองฟิลาเดลเฟีย อย่างที่ เชสเตอร์เคาน์ตี ไบเดน สามารถชนะที่นี่ได้ มากถึงเท่าตัวของที่ คลินตันเคยทำได้ (51,000 เสียง เทียบกับ 25,000 เสียง) หรือ ที่มอนโกเมอรรีเคาน์ตี ที่คลินตัน เคยชนะแค่ 90,000 เสียง แต่ไบเดน ทำได้ถึง 130,000 เสียง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ ทาง การเมืองหลายคนมองว่า ผลงานที่เหนือกว่า ของ ไบเดนในเขตชานเมืองอาจจะ ไม่ได้ เกิดจาก ตัวไบเดนเอง แต่น่าจะ เกิดจาก ความไม่พอใจ ของชาวชานเมือง (ที่มักจะเป็น คนขาวที่มีการศึกษา)

ต่อการบริหารงานของทรัมป์ โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารจัด การวิกฤตโควิด-19 ที่ ไร้ประสิทธิภาพ รวมทั้ง พฤติกรรมหลายอย่างที่พวกเขามองว่าเป็นตัวอย่าง ที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม ต่อการเป็นผู้นำประเทศ (เช่น การพูดโกหก การพูดจา เหยียดคนผิวสี การใช้ความรุนแรง ต่อ ผู้ประท้วง เป็นต้น)

และ แพ้น้อยลงที่เขตชนบท

อีกปัจจัย ที่สำคัญที่ทำให้ไบเดนพลิกกลับมาชนะที่ เพนซิลเวเนีย ได้คือ เขาไม่ได้พ่ายแพ้ที่เขตชนบท ของ มลรัฐ อย่างขาดลอย แบบคลินตัน ไบเดน อาศัย ภาพลักษณ์ ของ การเป็นนักการเมืองสายกลางติดดิน ไม่ใช่ ภาพของการ เป็น ชนชั้นสูงอย่างคลินตัน รวมทั้งอาศัยการชูนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อม แบบไม่สุดโต่ง

(เช่น การประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาไม่สนับสนุนนโยบาย Green New Deal และ การแบนการขุดเจาะน้ำมันด้วยเทคโนโลยี Fracking) เพื่อรับประกันชาวชนบท ของ เพนซิลเวเนียว่ารัฐบาลของเขา จะไม่ทำลายอุตสาหกรรมคาร์บอนอัน เป็น เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจที่นี่ 

ด้วยกลยุทธ์นี้ทำให้ เขา แพ้คะแนน ที่ชนบทน้อยลง กว่าสมัยคลินตัน อย่างมีนัยสำคัญ อย่างเช่นที่ ยอร์คเคาน์ตี ที่คลินตันเคยแพ้ถึง 30% เขาก็แพ้

แค่ 25%, ที่คัมเบอร์แลนด์เคาน์ตี เขาก็แพ้แค่ 10% จาก ที่คลินตันเคย แพ้ 18% รวมทั้งการพลิกมา ชนะที่เคาน์ตีกึ่งเมืองกึ่งชนบทอย่างอีรี (คลินตัน เคยแพ้ 2% แต่เ ขาพลิกมาชนะที่ 1%)

บทความอื่นๆ Web Drama ซีรีส์เกาหลีขนาดสั้น บนแพลตฟอร์มออนไลน์