สุขภาพ » เป็นสิวเพราะ ใส่หน้ากากอนามัย ทำยังไงดี

เป็นสิวเพราะ ใส่หน้ากากอนามัย ทำยังไงดี

20 สิงหาคม 2020
562   0

เป็นสิวเพราะ ใส่หน้ากากอนามัย ทำยังไงดี

เป็นสิวเพราะ ใส่หน้ากากอนามัย ทำยังไงดี

ชื่อว่าหลายคนอึดอัด และ รู้สึกไม่สบายผิวหน้าเมื่อต้อง ใส่หน้ากากอนามัย เป็นเวลานาน แต่ ก็ต้องยอมรับความจริงว่านี่เป็นวิธีปฏิบัติที่ ได้กลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาของใครหลายคน

เมื่อ ใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานานคือเจ้าสิวตัวร้าย ที่ร้อยวันพันปีผิวหน้าที่ไม่เคยเป็นสิวก็เริ่มปรากฏว่ามีสิว หรือ คนที่เป็นสิวอยู่แล้วยิ่งมีสิวเห่อไปกันใหญ่ บางคนแพ้หน้ากากอนามัยจนเกิด อาการระคายเคืองผิวก็มี

จึงรวบรวมสารพัดวิธีรับมือกับสิวที่เกิดจากการสวมใส่ หน้ากากอนามัยในช่วงนี้ เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์ และช่วยบรรเทาอาการเป็นสิวให้ลดน้อยลงได้ หากปฏิบัติ ตามคำแนะนำเหล่านี้ 

สาเหตุของสิว 

We Say: สาเหตุอันดับต้นๆ ของสิวที่เกิดจากการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานานๆ คือความอับชื้น เหงื่อ และ การสะสมของสิ่งสกปรกในหน้ากากอนามัย

ในคนที่แต่งหน้า บางครั้ง เมกอัพหลุดออกมาติดกับหน้ากากอนามัยและฝังแน่นอยู่ในนั้น ขณะ ที่มีการเสียดสีสร้างการระคายเคือง

ให้ผิวบริเวณ ใบหน้าตลอดเวลา ก็เป็นหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้ เกิดการสะสมของสารเคมี ความมันบนผิว เหงื่อ จนทำให้ เกิดสิวได้ เมื่อเกิดการ อุดตันของสิ่งสกปรกเหล่านี้ก็ทำให้สิวเกิดขึ้นง่ายมาก 

วิธีแก้ปัญหา

We Say: เมื่อเรารู้แล้วว่าสาเหตุของสิว เกิดจากอะไร ทำให้เรายิ่งต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดของ หน้ากากอนามัยมากยิ่งขึ้น บางคนใส่ หน้ากากอนามัยซ้ำๆ ไม่ยอมเปลี่ยน บางคนใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้า แต่ไม่ซัก

สิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ ทำให้เกิดสิวได้ เราจึงต้องมาปฏิบัติตัว กันใหม่ เริ่มจากการเปลี่ยนหน้า กากอนามัยใหม่ เสมอทุกวัน (กรณี ใช้หน้ากากผ้าควรซัก และ มีสำรองไว้เปลี่ยน)​ และเมื่ออยู่ใน สถานที่ที่คนไม่พลุกพล่าน

ไม่แออัด หรืออยู่คนเดียว ก็สามารถถอดหน้ากากอนามัยออกได้ เพื่อลดความมันบนผิว และลดการเสียดสีระหว่างหน้ากากอนามัยกับผิวหน้าโดยตรง

นอกจากนี้การแปรงฟันหลังทานอาหารก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยทำให้หน้ากากอนามัยไม่ถูกปนเปื้อน เพราะหากเราทานอาหารแล้วไม่แปรงฟันทำความสะอาด

บางทีคราบมัน คราบอาหารที่ ติดอยู่บริเวณริมฝีปาก อาจติดหน้ากากอนามัยได้ด้วย และหากสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ ปนเปื้อน สิ่งสกปรกเป็น เวลานาน ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อผิวพรรณ

แนวทางการรักษา

We Say: สำหรับคนที่ เป็น สิวหัวดำ สิวหัวขาว หรือสิวเม็ดเล็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่บ่อย (อาจเกิด เป็น ครั้งคราวในช่วงที่สวมใส่หน้ากากอนามัย)

สามารถ ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วไป (ที่ ไม่ใช่ยา) เรามักเคยเห็นในรูปแบบของสบู่ เจลล้างหน้า โลชั่น ครีม แผ่นเช็ด ทำความผิว โทนเนอร์ต่างๆ และ หมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอ แต่ หากจะ ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิวต่างๆ

ตามที่ แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่ จะประกอบด้วย ยาไอโซเตรทติโนอิน ซึ่งแพทย์จะจัดยาให้กับคนไข้ที่มี ปัญหาสิวใน ระดับที่รุ นแรงเท่านั้น ไม่เหมาะจะใช้เพื่อรักษาสิวเม็ดเล็กๆ ที่ไม่อักเสบ แต่ ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจ ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน เป็น ‘ยา’ รักษาสิว

จะไม่ สามารถจำหน่าย ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเครื่องสำอาง เหมือนกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็น สิวทั่วไป โดย ยารักษาสิว จะมีจำหน่ายเฉพาะในร้านขายยาเท่านั้น

ซึ่งตัว ยารักษาสิว มีหลายชนิด ยกตัวอย่าง เช่น เบนโซอิล เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) และ กรดซาลิซิลิก (Salicylic Acid)

มี คุณสมบัติเด่นๆ ช่วยกำจัดปริมาณไขมัน ส่วนเกิน และ ทำลายแบคทีเรีย บนผิว ส่วน รีซอร์ซินอล (Resorcinol) ซัลเฟอร์ (Sulfur) ช่วย ทำให้ สิวสลายตัว ดังนั้น ควรปรึกษา หมอผู้เชี่ยวชาญด้านสิว โดยตรงจะดีที่สุด

ข้อแนะนำ ในการทายา รักษาสิว 

We Say: สเตปการ ทาครีมบำรุงหลังจาก ทายาสิวนั้น ให้เลือกลำดับการทาก่อนหลังจากเนื้อ ผลิตภัณฑ์ ให้เรียงลำดับ การทาครีม หรือ เซรั่มจากเนื้อเบาที่สุด ไปยังเนื้อหนักที่สุด อะไรที่ทา แล้วซึมเร็วให้ทาลงผิวก่อน

อะไรที่ ดูหนากว่า ให้ทาทีหลัง ใน การทายาสิวนั้น ต้องรู้ว่า ตัวเอง เป็น สิวแบบไหน เช่น สิวไม่อักเสบ หรือ สิวอุดตัน (Comedone) กับสิวอักเสบ (Inflamatory Acne) เราจะรู้จักกันในรูปแบบของสิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวเสี้ยน

ที่กด แล้ว ไม่รู้สึกเจ็บ สิวประเภทนี้ รักษาได้ง่ายกว่า เพียงกำจัดความมัน และ ผลัดเซลล์ผิว รวมถึง การ ทายาละลาย หัวสิวบางๆ ก่อน ล้างหน้า

ควรหมั่น รักษาความสะอาด ก็จะ ช่วย กำจัดสิวเหล่านี้ ให้หมดไปได้ ส่วนสิวอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ P.Acnes จาก การกดบีบสิว หรือ เชื้อโรคอื่นๆ ที่เกิดจาก การเอามือสกปรกมาสัมผัสใบหน้าที่เป็นสิว

มักจะมี ลักษณะบวม แดง เมื่อ ใช้มือกดแล้วเจ็บ การรักษาทำได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาภายนอก ที่มี ตัวยาคลินดามัยซิน จะช่วย รักษาสิวอักเสบ โดยเฉพาะ โดย ใช้หลังการทำ ความสะอาดผิวหน้า และทาบริเวณที่เป็นสิวอักเสบวันละ 2 ครั้ง

ส่วนการ ทายา สิวอักเสบติดเชื้อ ก็ไม่ต่างจากเวลารับประทานยาปฏิชีวนะรักษาอาการต่างๆ ซึ่งแพทย์มักจะแนะนำเสมอ ว่า ควรทานให้ครบโดส

เช่น ยาฆ่าเชื้อระบุว่าให้ทานครบ 5 วัน (หรือหมดแผง) ก็ต้องทานให้ครบตามกำหนด (เพื่อป้องกันการดื้อยา) การทายาปฏิชีวนะรักษาสิวก็เช่นเดียวกัน

เมื่อทาไป 1-2 วันแล้วสิวยุบ บางคนหยุดทายาไปเลย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ทำให้มีโอกาสดื้อยาสูง ดังนั้น แม้สิวจะยุบหรือหายแล้ว ก็ควรทายาต่อเนื่อง 5 วัน และในการใช้ยาปฏิชีวนะแต้มสิวนั้น ไม่ควรใช้ ต่อเนื่องยาวนานเกิน 2 เดือน 

บทความอื่นๆ เขา นอกใจ เราแต่ก็ยังให้อภัย เราจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ?