บทความ » เพราะสมองนั้นยืดหยุ่น อ่อนไหว

เพราะสมองนั้นยืดหยุ่น อ่อนไหว

22 กันยายน 2020
689   0

เพราะสมองนั้นยืดหยุ่น อ่อนไหว

เพราะสมองนั้นยืดหยุ่น อ่อนไหว “สมองส่วนควบคุมเท้าของคนทั่วไปจะขนาดประมาณเม็ดถั่ว แต่ของผม…ใหญ่ เกือบเ ท่าลูกปิงปอง”

แมตต์ สตัทซ์แมน นักกีฬา ยิงธนูพาราลิมปิก ซึ่ง ไม่มีแขนสอง ข้าง แต่ สามารถใช้เท้าและคอในก ารเหนี่ยวคันธนูยิง ได้อย่างแม่นยำ เล่าถึ งผลสแกน สมอง ของ เขา

หลังจาก ดูหนัง Rising Phoenix ซึ่งเป็น สารคดีที่ว่า ด้วยเรื่อง ราวการต่อสู้ ของ นักกีฬาพาราลิมปิก จบลง ความรู้สึก และ ความคิดหลาก

หลายลอยฟุ้ง ในสมอง เหมือนสารแขวนลอย ที่รอเวลา หรือ ปฏิกิริยาบางอย่าง มาทำให้ ตกตะกอน หนึ่ง ในนั้น คือ ประโยคข้างต้นของแมตต์ที่ชวนให้ นึกถึง คำว่า ‘Neuroplasticity’

สมอง เป็น อวัยวะที่มัก ถูกนำ มาเปรียบเทียบ กับ คอมพิวเตอร์ แต่ส่วนตัวมองว่าสมองนั้นมีความ ’คูล’ ยิ่ง กว่า คอมพิวเตอร์อยู่ หลาย แง่มุม หนึ่งในนั้น คือ ความสามารถในการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ ด้วย ตัวเอง

ถ้าความรู้เปรียบเสมือนซอฟต์แวร์ ตัวสมองเอง เปรียบเสมือนฮาร์ดแวร์ ใน ขณะที่ คอมพิวเตอร์ไม่ สามารถ อัปเกรดฮาร์ดแวร์ โดยอัตโนมัติได้ แต่สมองกลับมี ความสามารถ ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อ ให้

การทำงานตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นได้โดยอัตโนมัติ และ นั่นคือ ‘Neuroplasticity’ หรือการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง การทำงาน หรือ

เคมีของสมอง ซึ่ง เป็นผลจ ากสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้น เป็นกระบวนการที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ เป็นตัวอ่อนในมด ลูกของแม่ จนกระทั่ง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ไป จนถึงวันสุดท้าย ของชีวิต

Neuroplasticity อธิบายเป็นภาษาไทยได้ ง่ายๆ ว่า สมองมีความยืดหยุ่น ตัวอย่างคลาสสิกที่มักถูกหยิบยกมาอธิบายใ นเรื่องนี้คือ งานวิจัยที่เปรียบเทียบสมองของคนขับแท็กซี่ในลอนดอนกับสมอง ของ คนขับรถบัส พบว่าสมองส่วนความจำ

หรือ ฮิปโปแคมปัส ของคนขับแท็กซี่มี ขนาดใหญ่ กว่าคนขับรถบัส เป็นผลจากการที่คนขับแท็กซี่ต้องจดจำเส้นทางลัดต่างๆ ที่ ซับซ้อนมากกว่า

คนขับรถบัส อีก ตัวอย่าง ที่ชัดเจน คือ ในผู้พิการทางสายตา ซึ่งต้อง ใช้มือใน การอ่านอักษรเบรลล์ จะมีสมองส่วนประสาทสัมผัส บริเวณมือที่ใ หญ่กว่าคนทั่วไป

สมอง ของ พวกเราจึงต่างมี ความยืดหยุ่น และ อ่อนไหวไ ปตามสิ่งแวดล้อม และ การเลือกใช้ชีวิตที่ต่างกันไป แต่มี การเปลี่ยนแปลง สองรูปแบบ ที่เชื่อว่า น่าจะเกิดขึ้นกับสมองของคนส่วนใหญ่ ในปัจจุบัน หนึ่งคือ เมื่อเทียบ กับ

มนุษย์ยุคก่อนอิ นเทอร์เน็ต สมองของเรามีแนวโน้มจะ ทำงานไ ด้ตื้นเขินขึ้น เป็นทฤษฎีที่ นิโคลัส คาร์ ได้เขียนไว้ในหนังสือดัง The Shallows: What the Internet Is Doing to Our Brains เนื่องจา กสมองของเ ราถูกฝึกให้คุ้นชินกับการรับข้อมูลใหม่จำนวนมาก หลากหลาย เปลี่ยนหัวข้อ ไปมาในช่วงเวลาสั้นๆ

เป็นข้อมูลเชิงกว้าง มากกว่า เชิงลึก ซึ่งเป็น ลักษณะของการรับรู้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ในขณะที่การรับรู้ข้อมูลรูป แบบเดิมผ่าน การอ่านหนังสือ เป็น การเรียนรู้เชิงลึกที่ใช้เวลา และอาศัย ความต่อเนื่องทางการคิด สมอง ของ

คนยุคปัจจุบันจึงยืดหยุ่นปรับตัวให้เข้ากับลักษณะ การใช้งานในปัจจุบัน และ ลักษณะงานที่ ไม่ได้ฝึกใช้ เป็น ประจำก็จะด้อยประสิทธิภาพลง

อีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เกิดขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้นคือการถดถอยทางประสิทธิภาพของสมอง ทั้งในด้านความจำ การคิดวิเคราะห์ ความเร็ว รวมไปถึงความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัวเรียนรู้หรือ Neuroplasticity อาจสรุปง่ายๆ

ว่า สมองเองก็แก่ไปพร้อมๆ กับเรา แต่การตื้นเขินและแก่ลงของสมองที่เกิดขึ้นกับพวกเราแต่ละคนนั้นมีระดับของการเปลี่ยนแปลงและอัตราเร็วที่ไม่เท่ากัน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงพฤติกรรมที่เราเลือกที่จะ ‘ทำ’ หรือ ‘ไม่ทำ’

สิ่งแวดล้อม – สมองจะฝึกความยืดหยุ่นได้ดีเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความแปลกใหม่ มีสิ่งท้าทายให้คิด การได้พาตัวเองออกไปเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ

หรือไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยบ้างจะช่วยให้สมองได้ฝึกฝนการปรับตัว

โฟกัส – เพื่อป้องกันสมองคุ้นชินกับความตื้นเขิน ควรให้สมองได้มีเวลาฝึกการโฟกัสต่อเนื่อง ด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น อ่านหนังสือ

เขียนบล็อก โดยระหว่างทำกิจกรรมฝึกโฟกัสเหล่านี้ ควรปิดมือถือหรือสิ่งเร้าอื่นๆ ที่จะทำให้ไม่โฟกัส

นิวโรบิก – ออกกำลังสมองด้วยการใช้งานในด้านที่ไม่คุ้นชินบ้าง เช่น ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัดแปรงฟัน หลับตาคลำหาของในกระเป๋าเพื่อฝึกประสาทสัมผัสมือ

เรียนรู้ – ทุกครั้งที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สมองจะปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะการเรียนภาษา ดนตรี เต้นรำ ศิลปะ หรือแม้แต่การเล่นเกม 3D ออนไลน์

เลี่ยงความเครียด – อวัยวะที่อาจจะอ่อนไหวต่อความเครียดมากกว่าหัวใจคือสมอง ฮอร์โมนเครียดเพิ่มสารสื่อประสาทกลูตาเมตซึ่งส่งผลเสียต่อเซลล์สมอง ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้สมองส่วนความจำและการตัดสินใจทำงานแย่ลง

ออกกำลัง – การออกกำลังกายคือการออกกำลังสมองไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิกที่ทำให้เหนื่อยปานกลางแบบต่อเนื่อง

เช่น การวิ่งเร็วต่อเนื่อง 30 นาที พบว่าการออกกำลังแบบแอโรบิกส่งผลดีต่อสมองมากกว่าการออกกำลังรูปแบบอื่น

นอน – เวลาที่สมาร์ทโฟนของเราเริ่มอืดๆ ทำงานรวนๆ สิ่งแรกที่เรามักทำคือกด Reboot สมองก็เช่นกัน การนอนคือการ Reboot

สมองที่ดีที่สุด เป็นเวลาที่สมองจะได้จัดการกับข้อมูลต่างๆให้เป็นระเบียบ และเก็บกวาดสิ่งรกร้างในสมองออกไปจากระบบ

พฤติกรรมเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความยืดหยุ่นและการชะลอความเสื่อมไปตามวัยของสมอง เมื่อคุณอ่านบทความนี้จบ ข้อมูลใหม่ที่ได้รับได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสมองของคุณแล้ว

แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดต่อเนื่องและขยายผลได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการเลือกที่จะ ‘ทำ’ หรือไม่หลังจากนี้

ในวันที่ แมตต์ สตัทซ์แมน อยากฝึกยิงธนู เขากูเกิลหาวิธียิงธนูสำหรับคนไม่มีแขน แต่ไม่พบข้อมูลใดๆ ในอินเทอร์เน็ต นั่นคือความท้าทายที่กระตุ้นให้สมองของเขาสร้างสรรค์วิธีการยิง ปรับการทำงาน

เรียนรู้ ฝึกฝน จนเขากลายเป็นนักยิงธนูไร้แขนคนแรกของโลก ได้เป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งพาราลิมปิก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอีกมากมาย

…เพราะสมองนั้นยืดหยุ่น อ่อนไหว และมหัศจรรย์! 

บทความอื่นๆ เปิดมุมมองของ Beauty Influencer ในยุค New Normal