บทความ » เมื่อไป กินบุฟเฟต์ ต้องกินยังไงให้คุ้มที่สุด

เมื่อไป กินบุฟเฟต์ ต้องกินยังไงให้คุ้มที่สุด

8 สิงหาคม 2020
417   0

เมื่อไป กินบุฟเฟต์ ต้องกินยังไงให้คุ้มที่สุด

เมื่อไป กินบุฟเฟต์ ต้องกินยังไงให้คุ้มที่สุด

สำหรับ คนเล่นทวิตเตอร์ จะเข้าใจดีว่าเราแต่ละคนต่างมีแฮชแท็กที่ชอบแอบเข้าไปส่องตามแต่ ความสนใจส่วนตัว สำหรับ หมอเอง ก็มีหนึ่งแฮชแท็ก ที่ว่างๆ ก็จะ เผลอไปส่อง และ ไถฟีดดู นั่น คือ แฮชแท็กฮิต #อร่อยไปแดก

ซึ่งในฟีด จะเต็มไป ด้วย โพสรีวิวร้านอาหาร และ เมนูอาหารอร่อยหลากหลาย และแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะ เน้นที่ รสชาติมากกว่าเรื่องสุขภาพ แต่ หมอซึ่ง เป็น สายแข็งสุขภาพ ก็ชอบเข้าไป ส่องเพื่อ ให้ทราบว่า คนกำลังฮิต กินอะไรกัน อยู่บ้าง

ซึ่ง หมอสังเกตว่า หนึ่งในประเภทร้านอาหารที่ได้รับ ความนิยมมาตลอด สำหรับสาย #อร่อยไปแดก คือ บุฟเฟต์ โดยเฉพาะบุ ฟเฟต์เกาหลี และ บุฟเฟต์ชาบูที่ กำลังมาแรงในช่วงนี้

ร้านอาหารประเภท บุฟเฟต์ หรือ All You Can Eat นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ หมอเองถูกพา ไปลิ้มลอง ร้านประเภทนี้ ตั้งแต่วัยเด็ก ต้องยอมรับว่าใ นตอนนั้นรู้สึกว่า ร้านอาหารที่ กินได้ไม่อั้นนั้นว้าวสุดๆ ชอบความรู้สึกที่ จะ กินอะไรแค่ไหนก็ได้

และแอบงงว่า ร้านจะคุ้มได้อย่างไร จนกระทั่งโตขึ้นหน่อย ได้มีโอกาสอ่านหนังสือต่างๆ จึงเข้าใจ เศรษฐศาสตร์ ของ บุฟเฟต์ว่า ความคุ้มหรือ ไม่นั้นเป็น การรับรู้ของแต่ละคน แม้คนส่วนใหญ่ จะรับรู้ว่าตัวเองกินได้คุ้มกับเงินที่จ่ายไป

ส่วนสิ่งที่ ร้านอาหารรับรู้คือ กำไรที่ได้ จากส่วนต่างของเงินที่ได้รับจากลูกค้าทั้งหมดกับต้นทุนอาหารที่ จ่ายไป ในแต่ละวัน

ซึ่งส่วนใหญ่ แล้ว จะกำไรมากกว่ าขาดทุน เพราะ ในความ เป็นจริงแล้ว ลูกค้าที่กินจัดเต็มจน มูลค่าอาหารที่กิ นมากกว่ามูลค่าเงินที่ จ่ายไปนั้น มีไม่มาก และ ส่วนใหญ่มากับ ลูกค้าที่กิน น้อยกว่า เช่น ภรรยา แม่ หรือลูก

ร้านอาหาร แบบบุฟเฟต์ จึงมี แนวโน้ม ที่จะทำตัวให้ เป็น ร้านอาหาร ของครอบครัว ซึ่งจะนำ มาสู่ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในภาพรวม และยิ่งลูกค้ามากขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิด Economies of Scale ซึ่งจะทำให้ ต้นทุนต่างๆ ลดลง และ ขยายตัว เลขกำไร ให้เพิ่มขึ้นตา

สำหรับลู กค้า หากเรามองใ นแง่กินให้คุ้มทางเศรษฐศาสตร์ ย่อมหมายถึง กินให้มากกว่าเงินที่จ่ายไป ซึ่งหลายครั้ง หมายถึง กินเกิน ขีดของความอิ่ม

งานวิจัย พบว่า การเลือกที่จะ กินร้านอาหารประเภทบุฟเฟต์ บ่อยสัมพันธ์ กับ โรคอ้วนอย่างมีนั ยสำคัญ ซึ่งโรคอ้วนนั้น นำมา ซึ่งความเสี่ยง ต่อโรคเบาหวาน

หลอดเลือดหัวใจ หลอดเ ลือดสมอง มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก และอื่นๆ อีกมากมายหลายโรค นั่นแสดงว่า ในการกินบุฟเฟต์นั้น นอกจาก การเสียเงิน แล้ว ยังมี การเสียสุขภาพ เป็น ต้นทุนแฝงที่ เราลืมนำมาคำนวณด้วย



หมอจึง อยากเสนออีก ทางเลือกหนึ่ง ในการวัดความคุ้ม จากการกินบุฟเฟต์ คือเ ปลี่ยนมาประเมิน ความคุ้มใน มุมความสุข

เริ่มจาก สุขกาย คือ กินให้ร่างกาย ไม่ลำบาก กางเกงไม่ปริ เครื่องชั่งน้ำหนักไม่โวยวาย โดยทิปส์ง่ายๆ ข้อหนึ่งที่ สามารถทำได้คือ รอบแรก เริ่ม จากอาหารที่ดีต่อสุขภาพก่อน 

วิจัยพบว่า คนที่เ ริ่มจานแรกของบุฟเฟต์ด้วยอาหาร ที่ดีต่อสุขภาพ มีแนวโน้มจ ะกินน้อยกว่าคนที่ เริ่มจานแรกด้วยอาหารชวนอ้วน

ยกตัวอย่าง ให้เห็นภาพ ง่ายๆ ครั้งหน้า ที่ไปกินชาบูบุฟเฟต์ รอบแรก ให้ยับยั้งชั่งใจ เริ่มจากเนื้อปลาสด และ ชุดเห็ดผักรวมก่อน แล้ว ค่อยต่อไปยั งเนื้อหมู หรือ เนื้อวากิวในรอบถัดไป จะช่วย ให้ภาพรวม ในมื้อนั้นของคุณดีต่อสุขภาพขึ้น

อีกทิปส์ ที่สำคัญแต่ คนมักมองข้ามคือ เครื่องดื่ม เพราะ บุฟเฟต์มักมาพร้อมเครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำอัดลม การเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า (แม้จะ ต้อง จ่ายค่าน้ำเพิ่ม) จะช่วยลดปริมาณน้ำตาล ส่วน เกินในมื้อนั้นได้มาก

อีก หนึ่งความคุ้มที่ ควรนำมาประเมินการกินบุฟเฟต์คือ สุขใจ ซึ่งจะเพิ่มความคุ้มได้เมื่อเราเปลี่ยน โฟกัส จาก อาหารมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะอาหาร เ

พราะ บทสนทนาดีๆ บนโต๊ะ อาหารส่งผลให้ เรากินช้าลง อิ่ม ง่ายขึ้น และช่วยให้เอนดอร์ฟิน กับ เซโรโทนิน หลั่ง ออกมาให้รู้สึกดีได้ ไม่แพ้ การกิน อาหารชวนอ้วนเป็นปริมาณมากเลยทีเดียว

ท้ายสุดแต่ไม่สุดท้ายคือ ความสุขใจหลังจบมื้ออาหาร ที่เกิดขึ้น เมื่อเราสามารถกินจนอิ่มพอดี ไม่อิ่มเกินพอดี ไม่ผิด แผนที่ตั้งใจ ไว้ ไม่จุกจน อยากจะไปล้วงคอ และไม่เสียต้นทุนทางสุขภาพมากจนเกินควร

ส่วนตัวหมอคิดว่า ความคุ้ม จาก ความสุขกายและสุขใจ จาก การกินบุฟเฟต์ แบบทางสายกลางนี้ เป็น ความคุ้มที่คู่คว รกับความอร่อย แบบยั่งยืน มากกว่า ความคุ้มทางการเงิน

ครั้งหน้า ที่ไปกิ นบุฟเฟต์ ลองนำทิปส์ที่หมอหยิบยก มาเล่า ไปใช้ดูนะคะ จะได้ทราบว่าประสบการณ์ #อร่อยไปแดก แบบ #ผอมได้ไม่ต้องอด นั้นคุ้มอย่างไร

บทความอื่นๆ ทำยังไงให้ คิดงาน ออกทันเวลาส่งงาน