บทความ » เรียนรู้จาก ความเสียดาย เพื่อก้าวข้ามสิ่งที่ค้างคาใจ

เรียนรู้จาก ความเสียดาย เพื่อก้าวข้ามสิ่งที่ค้างคาใจ

18 พฤศจิกายน 2020
107   0

เรียนรู้จาก ความเสียดาย เพื่อก้าวข้ามสิ่งที่ค้างคาใจ

เรียนรู้จาก ความเสียดาย เพื่อก้าวข้ามสิ่งที่ค้างคาใจ บางทีคนเราก็ใช้เวลานาน หน่อยกว่าจะ รู้สึกตัว ว่าเราทำเรื่องโง่ๆ ลงไป อาจจะผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่เชื่อว่า ถึงจุดหนึ่ง ทุกค นจะตระหนัก ได้ว่า สิ่งที่เคยทำลงไปไม่สมเหตุสมผล เอาเสียเลย

การไตร่ตรอง นั้นถือ เป็นก้าวแรกที่สำคัญ ที่จะนำเราไปสู่กระบวน การประเมินตนเอง (Self-Assessment) ทำให้ เรารู้ตัวว่า ทำไมเราถึงทำสิ่งนั้นลงไป และ ในครั้งหน้าเราควรจะทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปดี หรือไม่ เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์กลับ มาเป็นเหมือนเดิม

มีหลายครั้งที่ชีวิตเผลอทำอะไรเปิ่นๆ งี่เง่าๆ ลงไป โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่จะตามมาทีหลัง ซึ่งสุดท้ายก็มักจะมาจบลงที่ความรู้สึก ‘เสียดาย’ ไปอีกหลายวัน และเฝ้าบอกกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่า “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราคงไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด” 

ความรู้สึกเสียดาย จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ของ ใครหลายคน เพราะมันแปลว่า เรายอมรับ ความล้มเหลว หรือค วามผิดพลาดที่เกิดขึ้นของตัวเอง แต่ ในความเป็นจริง เราไม่มีไทม์แมชชีนที่จะ นั่งย้อนเวลากลับไป แก้ไขเรื่องราวเหล่านั้น สิ่งที่พอจะทำได้ก็มีเพียงแต่การยอมรับ ความจริงตรงหน้าเท่านั้น

แม้ความรู้สึกเสียดายจะนับว่าเป็นความรู้สึกที่ ไม่พึงประสงค์สัก เท่าไรนัก และมีหลายคนมองว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ เราจะมานั่ง คร่ำครวญให้ กับ สิ่งที่ผิดพลาดไป ควรจะปล่อยมันไปเสีย แล้วไป ใช้ชีวิตต่อได้แล้ว

แต่ในขณะที่พูด เชื่อเถอะว่าลึกๆ เราก็ยังฝังใจกับสิ่งที่ทำพลาดลงไปอยู่ดี และเราเลือกจะปิดตา มองไม่เห็นความรู้สึกนั้น โดยที่ในตอนสุดท้ายเราก็อาจะเผลอทำในสิ่งเดียวกันกับตอนนั้นอีกที

หรือบางทีถ้าเราปล่อยให้ ความรู้สึกนี้ได้ทำหน้าที่ ของมัน อย่างเต็มที่ เราอาจจะได้บทเรียนล้ำค่า กลับมาก็ได้นะ

ความรู้สึกเสียดาย ทำให้รู้ว่า เราแก้ไขอดีตไม่ได้

ในภาษาอังกฤษมี สำนวนว่า Don’t cry over spilled milk. อย่าร้องไห้ให้กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว หรือ No Regrets. ที่เป็นคติ ประจำใจ ของ

ใครหลายคน ซึ่งก็เป็นสำนวนและคติที่ดีที่จะทำให้เราก้าวผ่านความล้มเหลวไปได้ด้วยดี เพราะ ความเศร้า ความโกรธ หรือความรู้สึกแย่ๆ ไม่ได้ทำให้อดีต เปลี่ยนแปลงไป และยังส่งผลกระทบ ต่อ อนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะสุขภาพจิตที่ ค่อยๆ แย่ลง

ความรู้สึกเสียดาย ทำให้รู้ว่าใครก็สามารถทำเรื่องโง่ๆ ได้

บางทีคนเราก็ใช้ เวลานาน หน่อยกว่าจะรู้สึกตัวว่าเราทำเรื่องโง่ๆ ลงไป อาจจะผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่เชื่อว่า ถึงจุดหนึ่ง ทุกคนจะ

ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เคยทำลงไปไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ซึ่งการไตร่ตรอง นั้นถือเป็นก้าวแรก ที่สำคัญที่จะนำเราไปสู่กระบวนการประเมินตนเอง (Self-Assessment) ทำให้เรารู้ตัวว่า ทำไมเราถึง ทำสิ่งนั้นลงไป และในครั้งหน้าเราควรจะทำ ในสิ่ง ที่แตกต่างออกไปดี หรือไม่ เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ กลับ มาเป็นเหมือนเดิม

อย่ารู้สึกกลัวที่ จะตรวจสอบการกระทำ ของ ตัวเอง อยู่เสมอ ถ้ามันทำให้ผู้อื่นเสียใจก็เพียงแค่ขอโทษ นำความผิดพลาด นั้นไปแก้ไข ปรับปรุง และในครั้งหน้าก็ตัดสินใจ ทำในสิ่ง ที่จะไม่ทำให้ รู้สึกเสียดายใ นภายหลังอีก

ความรู้สึกเสียดาย ทำให้รู้ว่า เสียงภายในใจนั้นสำคัญ

คนเรามักจะเสียดายใน สิ่งที่ ‘รู้ดีแก่ใจ’ หรือสิ่งที่คิดไว้ ใน หัวมาตลอด แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ลงมือทำ แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปแบบหวนคืน

มาไม่ได้ ก็มานั่งเสียใจ และเ สียดายทีหลัง แต่ถ้าเป็นในเรื่องที่เรา ไม่เคยคาด คิดมาก่อน เราอาจทำ ความเข้าใจได้ ว่า บางทีชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ ‘Sometimes shit happens.’ และ ไม่ได้เสียดายเท่าไรนัก

ความเสียดายจึงเป็นราคาที่เรา ต้องจ่าย เนื่องจากการไม่ฟังเสียงในหัวตัวเอง ซึ่งปะปนมาพร้อมๆ กับความรู้สึกผิด ที่สุดท้าย เรากลับทำในทางตรงข้ามกับสิ่งที่คิดเอาไว้ จึงจะเห็นว่าในงานศพ หรือ การจากลา ของ ใครสักคน

ผู้คนที่ร่ำไห้อย่างหนัก มักจะมีสาเหตุมาจากความเสียดายที่ใ นขณะที่ผู้ตายยังมีชีวิต หรือ ขณะที่ยังไม่ เลิกรากันไป เรายังทำหน้าที่ ตรงนั้นได้ไม่เต็มที่ ส่วนคนที่คิดว่า ทำดีที่สุดแล้ว พวกเขาเหล่านั้น จะไม่ถูกความรู้สึกนั้นล่ามขาเอาไว้

ฉะนั้นแล้วจับมือในขณะที่ยังมีโอกาส บอกรักกันในวันที่เขายังได้ยิน คือสิ่งที่หลายคนมักจะเน้นย้ำเสมอ ก่อนจะมารู้ทีหลังเมื่อ ‘สายเกินไป’

เราไม่จำ เป็น จะต้องปล่อยวาง ความเสียดาย เพียงเพราะ มันเป็นคติสอนใจที่ ทำให้ ชีวิตเต็มไปด้วยพลังบวก เพราะ การเผชิญหน้า กับ ความรู้สึกเสียดาย ก็ไม่ใช่เรื่อง แย่อะไร หากเรารู้สึก และ เข้าใจ ความรู้สึกนั้นจริงๆ จะรู้ว่า

มันซ่อนบทเรียนเอาไว้ และ กำลังจะบอกอะไรเราอยู่เสมอ เรียนรู้ จากตรงนั้น แต่อย่าลืมที่จะให้อภัยตัวเองด้วยเช่นกัน เพื่อ ก้าวข้ามความรู้สึกผิดตรงนั้น และ ปรับปรุง สิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

บทความอื่นๆ ยุทธศาสตร์ขนส่งมวลชนกรุงเทพ BTS vs BEM