บทความ » เรียนรู้วิธีขจัดคราบความโกรธฝังแน่นด้วยวิถีแม่บ้าน

เรียนรู้วิธีขจัดคราบความโกรธฝังแน่นด้วยวิถีแม่บ้าน

20 มิถุนายน 2021
388   0

เรียนรู้วิธีขจัดคราบความโกรธฝังแน่นด้วยวิถีแม่บ้าน

เรียนรู้วิธีขจัดคราบความโกร ธฝังแน่นด้วยวิถีแม่บ้าน โกรธ โกรธ โกรธ และโกรธช่วงที่ผ่านมาฉันไม่สามารถ ‘ไม่โกรธ’ สิ่งที่เผชิญอยู่ใน แต่ละวันได้เลย ภาวะโรคระบาดระลอกใหม่ที่รัฐจัดการไม่ได้ทั้งที่มีเวลาเตรียมพร้อมร่วมปี

การพยายามปกป้องความล้มเหลวที่ว่า ด้วยตรรกะพิกลพิการ วิธีเอากฎหมายมาเป็นเครื่องมือทำลายคนเห็นต่างอย่างน่าไม่อาย การสื่อสาร ของเพื่อนที่ชวนให้สงสัยว่าเราอยู่กันคนละโลกใช่ไหม 

หรือแม้แต่การโกรธตัวเองที่ ทำอะไร ไม่ได้นอกจาก แสดงออกซึ่งความโกรธนี้ ในหน้าวอลล์ของตัวเอง หรือ พยายาม พิมพ์เหตุผล ยาวเหยียดใน ช่องคอมเมนต์ใต้ โพสต์บิดเบี้ยวของรัฐมนตรี หน่วยงาน หรือ ‘ผู้ใหญ่’ ที่การกดโ กรธก็ไม่ ทำให้หายขุ่นข้องใจ 

ความโกรธ

ฉันรู้ ประโยครสพระธรรม อย่าง ‘โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า’ ยังติด อยู่ในหัว และรู้ว่าก็ใกล้จะบ้าเข้าจริงๆ นั่นแหละ ฉันหงุดหงิดง่าย ความอดทนต่ำ ร้องไห้โฮ ออกมา ได้เลยหากเ จอข่าวเศร้า แต่กลับ ไม่อาจ ร่าเริงยิ้มกว้างได้แม้พอจะมีข่าวดีขึ้นมา 

ฉันบ่นกับ ครูโยคะ ที่นัดเจอกัน ผ่านหน้าจอทุกคลาสว่าปวดหัวจะระเบิดและรู้สึกแย่เหลือเกิน ท่าอาสนะ ที่เคยทำได้ก็ เขม็งเกร็งขัดข้อง ครูโยคะบอกว่าความเครียด และ ความโกรธกดลงอยู่บนบ่าฉัน (ในความหมายตามนั้น ไม่ใช่เปรียบเปรย) กล้ามเนื้อที่บ่าตึงจนเจ็บปวด ส่งผลให้มันลาม ไปกินหัว และ ป่วยจนชักจะส่งผลกระทบต่อการงานที่ทำ

ยืดเหยียด ก็แล้ว Social Detox ก็แล้ว บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าอย่าโกรธๆ ก็แล้ว แต่อาการก็ไม่ยักจะดีขึ้น จนกระทั่ง งาน การทั้งหลาย ที่ผัดผ่อนมาจนถึงเดดไลน์  ช่วงเวลาเส้นตายที่ชีวิตมักจะหาทางออก ให้เราเอง ฉันก็พบว่า การทำงานบ้านช่วยกอบกู้สติที่ขุ่นมัวจากความโกรธ ให้กลับมาฟังก์ชั่น และ ทำสิ่งที่ต้อง ทำให้ลุล่วงได้

แม้มันจะดูบ้าบอ อยู่สักหน่อยที่จะต้องส่งงานก่อน 6 โมงเย็น แต่ 4 โมงเย็นก็ลุกจากโต๊ะไปกวาดห้อง เดี๋ยวจะ มีประชุมปรับแผนงาน กับลูกค้า ตอนบ่ายสอง ก็ใช้เวลา 15 นาทีสุดท้ายก่อนประชุมไป กับ การพับผ้า หรือง่วงจนตาจะปิด แต่ยังนอนไม่ได้จนกว่าจะส่งงานลุล่วง ฉันก็ยังใช้เวลาสั้นๆ หลังแวบไป เข้าห้องน้ำในการขัดอ่างล้างหน้าเสียหน่อย 

ยิ่งขอบเขตของงานบ้านชัดเจนเท่าไหร่ ยิ่งช่วย เรียกสติได้ ดีเท่านั้น คล้ายกับฉันจะรู้ได้ทันทีว่าเมื่อเช็ดคราบน้ำจากกระจกบานนี้ สำเร็จแล้ว ฉันจะกลับไปทำงานที่งมอยู่นานให้เสร็จได้ 

ฉันเคยหาคำตอบใน เชิงจิตวิทยา นักวิจัยมากมาย พูดตรงกันว่า ความรกรุงรังก่อกวนคุณภาพชีวิตและสมาธิ ของเราแน่นอน เรามักมี เปอร์เซ็นต์หดหู่และห่อเหี่ยวใจมากกว่าหากบ้านที่เราอาศัยอยู่ ระเกะระกะ หรือเต็มไป ด้วยงานบ้านที่ยังจัดการไม่เสร็จ 

มอตโต้ ‘ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วย การจัดบ้านแค่ครั้งเดียว’ ของคนโดะ มาริเอะ จึงไม่ได้เป็นเมจิกเกินจริง 

ยิ่งในยามที่ชีวิตเครียดเคร่ง และรู้สึกยากเย็นด้วยเงื่อนไขเรื่องโรคระบาด การจัดการของรัฐ ไปจนถึงสภาพเศรษฐกิจ ทำให้เรา ‘ควบคุมอะไรไม่ได้’ การที่ได้ลงมือทำเรื่องง่ายๆ ที่ควบคุมได้ มองเห็นเป้าหมาย และ ทำมันสำเร็จ จะช่วยเยียวยา เราได้ มากกว่าที่คิด เมื่อเราถูพื้นห้องเราจะสะอาด เมื่อเรา เก็บตู้เย็น เราจะมีที่ว่าง ใส่อาหารมื้อใหม่ เมื่อเราซักผ้าแต่เช้าเราจะมีเสื้อผ้าหอมแดดใส่ (หากฝนไ ม่ใจร้าย ตกหนักใส่เราซะก่อน)

งานบ้านที่เคยเกี่ยงงอนไว้ก่อน กลายเป็น เสื้อชูชีพของฉันไปเสียแล้ว 

ความโกรธ

แน่นอน บางคนอาจเป็น การเล่นเกมให้ผ่านด่าน บางคนอาจ เป็นการทำงานง่ายๆ อย่างการเช็กอีเมล ให้หมด หรือ บางคนขอ แค่ได้ กินอิ่มท้องก็พร้อม เดินหน้า–วิธีการเหล่านี้คือเครื่องมือที่เรา ต้องหาให้เจอ แล้วหยิบมาใช้ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ชีวิตดำดิ่ง

ไม่มีเงื่อนไขของใครเหมือนกัน ด่านที่ ต้อง เอาชนะของแต่ละคนก็ยาก-ง่ายแตกต่าง ฉันได้แต่หวังให้ทุกคนหาเจอ และ ผ่านพ้นมันไปได้เท่าที่ใจยังไหว 

จากฉัน ผู้กำลังขัด คราบน้ำมันออก จากเตาอบอย่างขะมักเขม้นระหว่างการเขียนต้นฉบับ ส่วนคราบโกรธ ฝังแน่นที่มีต่อรัฐ ฉันตั้งใจจะปล่อยไว้ เมื่อไหร่มีโอกาสใช้สิทธิในการโหวตได้ ฉันมั่นใจ จำแม่นเหลือเกินว่า ใครทำอะไรไว้บ้าง! 

บทความอื่นๆ ประวัติศาสตร์วัคซีน – กับหนังวัวตัวสำคัญ