บทความ » เส้นบางๆระหว่าง การดูแลตัวเอง กับ ตามbeauty standard

เส้นบางๆระหว่าง การดูแลตัวเอง กับ ตามbeauty standard

19 พฤษภาคม 2021
425   0

เส้นบางๆระหว่าง การดูแลตัวเอง กับ ตามbeauty standard

เส้นบางๆระหว่าง การดูแลตัวเอง กับ ตามbeauty standard ในสุดสัปดาห์ที่กรุงเทพฯ บ่มพายุฤดูร้อนเอาไว้ในความระอุจนบวมเป่ง บรรยากาศเหนอะหนะสะสมจนแทบทนไม่ได้ และสถานการณ์โรคระบาดดูจะจางไป (ก่อนที่จะกลับมาใหม่เพราะรัฐบาลไม่เอาไหน!) ฉันกับครอบครัวเห็นดีเห็นงามร่วมกันที่จะสร้างทริปฉุกเฉินระยะสั้น และมุ่งหน้าไปทะเล

ฉันไม่ใช่นักถนัดเที่ยว แม้จะเป็น ทริประยะสั้น เช้าไปเย็นกลับในจังหวัดใกล้บ้านก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ทำ จนคุ้นเคย แค่รถวิ่ง บนทางหลวง มองเห็นภูเขาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น และเห็นเส้นตัดฉับระหว่างทะเล กับท้องฟ้าก็ เป็นเรื่องพิเศษแล้วสำหรับฉัน 

แต่ด้วยความตื่นเต้น และ อยากรีบเร่งไปกินข้าวกลางวันแปลกใหม่ ทำให้ฉันคว้ามาได้แค่หน้ากากอนามัย กระบอกน้ำดื่ม ที่ใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ และ หนังสือเล่มหนาที่อ่านค้างไว้ ลืมครีมกันแดด SPF สูง และ สารพัดเครื่อง ป้องกันแดดแจ๋ อย่างที่ควรจะมีไปหมด

บิวตี้สแตนดาร์ด

ฉันเริ่มเสิร์ชหาบีชคาเฟ่ไว้นั่งแหมะมองทะเล เลือกเอาที่มีบีนแบ็กให้นอนเอกเขนกใกล้คลื่น เมื่อไปถึง ฉันก็เดินฉับๆ เตรียมหย่อนก้น และ สั่งเบียร์เย็นๆ มาดื่ม แต่แทนที่จะได้ทิ้งตัวหนำใจ พนักงานกลับออกโรงห้าม และ ผายมือไปยังที่นั่งด้านในใต้ร่มไม้พร้อมพัดลมจ่อทั่วทิศทาง ทั้งยังแนะนำอย่างใจดีว่าแดดตรงนี้ ร้อนเกินไป สักหกโมงเย็นถึงจะชิลล์พอเพลิน

เมื่อทำตามพนักงานบอกได้หนึ่งยกก็ ยังไม่แล้วใจ ฉันจึงทิ้งครอบครัวที่นั่งไถหน้าจออยู่ในร่ม และเดินไปหย่อนก้นลงตรงจุดที่ แดดเผานั้น เฝ้ามองคลื่นที่ระริกระรี้แดด พยายามสูดหายใจลึกๆ กักลมทะเลที่ยังเบาบางใส่ปอด และค่อยๆ รู้สึกถึงแดด แน่นอน มันร้อนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อีกใจก็รู้สึกสดชื่นผิดสังเกต ฉันยื่นแขนยื่นขาและถอดหน้ากากให้หน้าโล้นๆ ไร้ครีมป้องกันออกไปรับแดดบ่ายจ้าจนทั่ว แล้วก็รู้สึกดีจนต้องยิ้มออกมา

ฉันนั่งอยู่จนแดดเริ่มเปลี่ยนอุณหภูมิ แล้วนึกสงสัยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มกลัวแดดและกลัวดำจนจำความรู้สึกดีที่อยู่กลางแดดไม่ได้ 

ที่แน่ๆ คือไม่ใช่สมัยยัง เป็นเด็ก เพราะเด็กผิวสีเหลืองซีด อย่างฉันมักถูกพี่น้องผิวสีแทนเข้มที่ที่โตมาด้วยกันพูดใส่หน้า เป็น ประจำว่า “ดำดีสีไม่ตก ขาวสกปรกคบไม่ได้” ฉันในวัยเด็กจึงพยายามตากแดดเพื่อจะ ผิวเข้มเหมือ นคนอื่น และไม่ อยากเป็นคนคบไม่ได้ แม้จะไม่รู้ความหมาย แน่ชัดนัก

พอนึกย้อนไปทีไรก็รู้สึก ย้อนแย้งทุกที ในขณะที่โลกใบเล็กรอบบ้านพยายามบี้แบนเด็กผิวซีดอย่างฉัน โลกที่โรงเรียน กลับล้อ เพื่อนผิวเข้มอีกคนว่าเป็น ‘อีดำตับเป็ด’ แต่ก่อนที่ฉันจะเข้าใจเรื่องการรวมกัน ของคนเหมือน เพื่อ แปะป้ายคนต่าง เราก็เติบโตไปเป็นกลุ่มเป้าหมายของครีมหน้าขาวอมชมพูที่ อยากมี เฉดผิวขาวใสขึ้น กลายเป็น ผู้ใหญ่ในยุคที่มีแอพฯ ปรับแต่งภาพถ่าย ดึงเฉดผิว ให้ได้ดั่งใจในเวลาต่อมา และเลือกที่จะเป็นเหมือนๆ กับคนอื่นไปเองโดยไม่รู้ตัว 

เป็นคนผิวขาว เป็นคนหน้าใสไร้สิว เป็น คนผิวเนียนละเอียดเหมือนไม่มีรูขุมขน เป็นคนผอมไร้ไขมันส่วนเกิน เป็นคนผมดกดำสลวย ไร้รังแค และผมขาว เป็นคนจมูกโด่งเป็นสันคม เป็นคนฟันขาวเรียงเป็น ระเบียบไม่ยื่นเหยิน เป็น คนแขนขาเรียวเล็ก เป็นคนรักแร้ขาวเนียน เป็นคนไร้ริ้วรอยแม้อายุจะมากขึ้น ฯลฯ 

แน่นอน มันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง การดูแลตัวเองให้สุขภาพดี กับเป็นคนที่เหนื่อยวิ่งตามพื้นที่ปลอดภัยในบิวตี้สแตนดาร์ด 

ฉันเคยเล่าไปแล้วเรื่อง Body Positivity เทรนด์ที่ชวนให้ทุกคนเคารพความงามของกันและกันโดยไม่แปะป้ายตัดสิน ว่าในช่วง ไม่กี่ปีมานี้ เราเริ่มเห็นการตื่นตัวในประเด็นนี้มากขึ้น มีเครื่องสำอางที่เคารพสีผิวที่ หลากหลาย มีนางแบบพลัสไซส์ให้แบรนด์ชุดชั้นในชื่อดัง และมีการย้ำกันชัดๆ ว่าเรา ควรเคารพรูปร่างหน้าตาและสีผิวของเราอย่างที่เราเป็น

เราเริ่มไม่ หัวเราะแหะๆ ก้มหน้าก้มตาเมื่อญาติผู้ใหญ่ทักว่าเราอ้วนจัง โทรมจริง เราด่าเพื่อนกลับได้ เมื่อมันเผลอล้ำเส้นเราเรื่องหน้าตา เรากล้าฉอดผู้ใหญ่ในโลกออนไลน์ที่ยังหลงอยู่ในวิธีคิดเก่าๆ แต่ทำไมเรายังวิ่งหนีแดด ด้วยหวังว่าผิวเราจะไม่หม่นหมองดำคล้ำ ทั้งที่อยู่ใต้แสงอาทิตย์ ในประเทศแถบเส้นศูนย์ สูตร และครีมกันแดด ก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ขนาดนั้น 

ดูเหมือนว่า การอัพเกรดตัวเอง จากสิ่งที่ฝังหัว มาน่าจะเป็น เรื่องยากที่สุด!

บิวตี้สแตนดาร์ด

แม้จะไม่ถนัดเทคโนโลยีนัก แต่ฉันก็ ชอบเวลามันเตือนให้ เราอัพเดตระบบปฏิบัติการเมื่อถึงเวลาเหมาะสม บางทีฉันก็อยากให้ มีสิ่งนี้แจ้งเตือนในชีวิต เช่น ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเลิกกลัวแดดกลัวดำเสียที ยอมรับเถอะว่า แก่แล้วหน้าต้องเหี่ยว หรือ มีรอยตีนกา เลิกกินลูกปลาตัวเล็กๆ ที่ทำให้ระบบนิเวศทางทะเลพัง ถึงเวลาต้องกล้าปฏิเสธ สิ่งบิดเบี้ยวที่ทำตามๆ กันมา หรือเลิกยอมจำนนและเชื่อว่าสังคมแสนเหลื่อมล้ำนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง 

ใช่–จะเรื่องเล็กจิ๋วแค่ สีผิวตัวเอง หรือเรื่องใหญ่โต ระดับโครงสร้างสังคม มันก็เปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น

ลมทะเลพัดเข้า ฝั่งแรงเข้า แดดหลบหายไปผสมสีกับเมฆจนกลาย เป็นโมงยามแสนสวย ได้เวลากลับบ้าน ใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่เคยเป็น

แต่ ในชีวิตประจำวัน หลังจากนี้ จะไม่มีการวิ่งหนีแสงแดดอีกแล้ว 

บทความอื่นๆ เจียง ไคเซ็ก ผู้นำที่คนฮ่องกงอยากลบคำเยินยอ