บทความ » แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ชีวิตปกติกลับมา

แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ชีวิตปกติกลับมา

11 พฤษภาคม 2021
378   0

แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ชีวิตปกติกลับมา

แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ชีวิตปกติกลับมา เป็นเวลา 1 ปีกับอีก 2 เดือนที่แฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ ของประเทศอังกฤษ ไม่สามารถเข้า มาเชียร์ทีมรักของตัวเองในสนามได้ หลังจากที่โควิด-19 ได้เริ่มต้น การระบาดอย่างหนัก และนำไปสู่การล็อกดาวน์เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมปีกลาย

ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมามี ความพยายาม ที่จะทดลองให้แฟนฟุตบอลได้กลับเข้าสนามอีกครั้ง โดยมีการพิจารณา ตามสถานการณ์การระบาด ในแต่ละพื้นที่จากจำนวนผู้ติดเชื้อ หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อย (Tier 1) จะสามารถ ต้อนรับแฟนฟุตบอลทีมเจ้าบ้านได้ 4,000 คน หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อ ปานกลาง (Tier 2) จะมีผู้ชมได้ 2,000 คน และหากมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงมาก (Tier 3) จะไม่อนุญาต ให้แฟนฟุตบอลเข้าชมในสนาม

ช่วงนั้นสถานการณ์การระบาด ของ อังกฤษเริ่มเบาบางลงแต่ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่สีแดง ทำให้มีเพียงแค่ไม่กี่สโมสรเท่านั้น ที่ได้ต้อนรับ การกลับมาของแฟนบอล และมีจำนวนเพียงแค่ 2,000 คนต่อนัด ก่อนที่แผนการ ดังกล่าว จะถูกพับไปเพราะสถานการณ์การติดเชื้อรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ ปัจจุบันที่ อังกฤษสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ รัฐบาลสามารถที่จะเดินหน้าตาม ‘โรดแมปเพื่อชีวิตปกติ’ ของคนเมืองผู้ดี ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ รัฐบาลต้องการคือการคืนความสุขให้แก่ประชาชนด้วยเกมกีฬา 

รวมถึงฟุตบอล กีฬาอันดับหนึ่ง ในดวงใจของคนทั้งประเทศ ซึ่งจะได้กลับคืนสนามอีกครั้งใน 2 นัดสุดท้ายของฤดูกาลตาม การประกาศของ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า “เราจะปลดล็อกทางเข้าสนามกีฬา ในจำนวนตาม ความจุของสนาม ที่จะมีการจำกัดไว้”

ว่าแต่เขาทำอย่างไรเพื่อ ให้ทุกคน ได้ชีวิตปกติกลับมา

แฟนสนุกเกอร์ได้ กลับมาชมคู่ชิง สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมื่อเดือนที่แล้ว

วางแผนอย่าง รอบคอบ ก้าวเดินทีละก้าว

รัฐบาลอังกฤษเริ่ม ทดลองให้แฟนกีฬาเข้ามาชมการแข่งขันได้อีกครั้งโดยเริ่มจากการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ที่ให้มีผู้ชม 980 ในคู่ชิงชนะเลิศระหว่าง มาร์ก เซลบี และ ฌอน เมอร์ฟี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แฟนกีฬาได้กลับเข้าสนามแข่งอีกครั้ง อย่างเป็นทางการ

“มันเป็นช่วงเวลา ที่น่าขนลุกมาก” เอ็มมา วอลดรอน แฟนสนุกเกอร์วัย 40 ปี ที่ได้เข้าชมร่วมกับสามี ของเธอกล่าว “การได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งเป็น สิ่งที่สวยงาม ผู้คนเหมือนไม่ได้มีชีวิตเลยแค่อยู่ไปวันๆ นี่ก็หวังว่า จะหมายถึงการที่สิ่งต่างๆ จะกลับมาอีกครั้ง”

หลังจากนั้นคือ การทดลอง เพิ่มจำนวนผู้ชมใ ห้มากขึ้นในแมตช์สำคัญที่ถือเป็น Pilot Events คือ เกมนัดชิง ชนะเลิศฟุตบอลคาราบาวคัพ หรือลีกคัพ ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นเกมแรกที่ แฟนฟุตบอลจากสองสโมสร ได้เข้ามาชมเกมพร้อมกัน

โดยวันนั้น ทั้งสองทีมได้โควตาผู้ชม ในจำนวนทีมละ 2,000 คน และอีก 4,000 คนคือประชาชนที่ อาศัยในย่านเบรนท์ ใกล้สนามเวมบลีย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข NHS ผู้สมควรได้รับคำขอบคุณ ต่อการเสียสละ อย่างใหญ่หลวง รวมยอด 8,000 คน (แต่มาจริง 7,773 คน)

เกมทดสอบอีกครั้งจะมี ขึ้นสุดสัปดาห์นี้ ในเกมนัดชิงเอฟเอคัพ ระหว่าง เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งคาดหวังว่าจะมีแฟนฟุตบอล เข้ามามากถึง 21,000 คน​ จากความจุ ของสนามเวมบลีย์ทั้งหมด 90,000 คน โดยประมาณ

เสียงเชียร์ที่กลับมา (แค่ 25% ก่อนนะ)

อย่างไรก็ดี จากความสำเร็จ ของเ กมทดสอบนัดชิงคาราบาวคัพทำให้รัฐบาลอังกฤษสั่งเดินหน้าต่อตามแผนการ ที่วางไว้ โดยขั้นต่อไป คือเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในสองคู่สุดท้ายของฤดูกาล คือนัดรองสุดท้ายที่มีการเลื่อนไป แข่งในวันที่ 18 พฤษภาคม และ นัดปิดฤดูกาลในวันที่ 23 พฤษภาคม เพื่อให้ทุกสโมสรได้ ต้อนรับแฟนบอลกลับมาทีมละหนึ่งนัด

สำหรับการคืนสนาม ของ แฟนฟุตบอลนั้น รัฐบาลอังกฤษมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนแบบขั้นบันได

โดยในสองนัดสุดท้าย ของพรีเมียร์ลีกจะให้มี แฟนฟุตบอลเข้า มาชมเกมในสนามได้จำนวน 25% ของความจุสนาม หรือ สูงสุดไม่เกิน 10,000 คน อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดไว้สำหรับประเภท ‘สนามกีฬากลางแจ้ง’

ทั้งนี้ เดิมแผนการระบุเอาไว้ว่าจะให้ทั้งแฟนบอลทีมเหย้าและทีมเยือนเข้ามาชมในสนามได้พร้อมกัน แต่เพื่อความไม่ประมาทได้มีการปรับแผนให้เหลือเพียงแฟนทีมเจ้าบ้านอย่างเดียวก่อนเพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางเป็นจำนวนหมู่มากของแฟนฟุตบอล

เพราะการปล่อยให้คนเดิน ทางข้ามเมืองไปมาในช่วงโรคระบาดไม่ต่างอะไรจากการแจกใบอนุญาตให้เชื้อโรคไปเที่ยวได้ เรื่องนี้ ไม่มีข้อแม้ใด ซึ่งโลกมีบทเรียนให้เห็นแล้วจากวิกฤตในประเทศอินเดียใน ช่วงเทศกาลกุมภเมลา ที่ทำให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ที่สุด

ส่วนแฟนบอลคนใดจะได้ ตั๋วเข้าชม บ้างนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ของแต่ละสโมสร โดยส่วนใหญ่จะให้สิทธิ์แก่สมาชิกของสโมสร และ ผู้ถือตั๋วปีที่จะได้สิทธิ์ ในการจับสลาก (Ballot) 

แต่แฟนทุกคนที่ จะเข้าสนามได้นั้น ไม่ใช่ถือแค่ตั๋วอย่างเดียวนะถึงจะเข้าได้

ต้องมีบัตรอาญาสิทธิ์อีกอย่างด้วย!

พาสปอร์ตโควิด ไม่ฉีดวัคซีนไม่ได้เข้า

สำหรับแฟนฟุตบอล ที่อยาก จะเข้าสนามนั้น นอกจากตั๋วเข้าชมการแข่งขันที่ต้องพึ่งดวงนั้น อีกสิ่งที่จะช่วยให้เข้าสนาม ได้คือพาสปอร์ตโควิด (Covid Passport) ซึ่งจะเป็นหลักฐานการยืนยันตัวตนว่า เจ้าของพาสปอร์ตนั้น ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และมีข้อมูลในระบบสาธารณสุขเป็น ที่เรียบร้อย

อ้อ! และ ก่อนที่จะไปชมเกม 24 ชั่วโมงจะต้องมี การตรวจหาเชื้อก่อนด้วย ซึ่งถ้าผลเป็นบวกก็หมดสิทธิ์ ไปตามระเบียบ

เรื่องนี้สะท้อน ให้เห็นถึงความสำคัญ ของการฉีดวัคซีนว่ายิ่งฉีดเร็วเท่าไรยิ่งดี ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ อังกฤษพลิกฟื้นกลับมาได้รวดเร็ว เกิดจาก ความพยายามของภาครัฐ และ ‘ความร่วมมือ’ ของภาคประชาชนที่ทยอย

เข้าฉีดวัคซีนทั้งเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 อย่างแข็งขันไม่เกี่ยงงอน เพราะตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไม่สามารถเดินทาง ไปไหนมาไหน ไม่สามารถ กินข้าวที่ร้าน ไม่สามารถไปนั่งดื่มที่ผับ หรือแม้แต่การพบกับญาติมิตร

นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าวัคซีนไม่ได้เพียง แค่จะป้องกันความเสี่ยง จากการเสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัสสุดร้าย สิ่งที่สำคัญมากกว่า ในฐานะพลเมืองคือการร่วมกัน ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยเร็วที่สุด

ยิ่งฉีดไวเท่าไร ก็จะยิ่งทวงชีวิตปกติที่คิดถึงกลับมาไวขึ้นเท่านั้น

บทความอื่นๆ COMME des GARÇONS ชื่อฝรั่งเศสสัญชาติญี่ปุ่น