บทความ » โต้เถียง การเมือง อย่างไรไม่ให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างร้าว

โต้เถียง การเมือง อย่างไรไม่ให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างร้าว

24 สิงหาคม 2020
184   0

โต้เถียง การเมือง อย่างไรไม่ให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างร้าว

โต้เถียง การเมือง อย่างไรไม่ให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างร้าว

ประเทศไทย เรื่องของ การเมือง เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย ของ การเลือกตั้งแล้ว และพวกเราจะต้อง ไปใช้สิทธิใช้เสียง กันอย่างพร้อมเพรียง ในวันที่ 24 มีนาคมนี้

แต่ ก่อนจะเดินทางไปถึงคูหา แน่นอนว่าเราเองย่อม ได้รับข่าวสารที่ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องนโยบายของพรรคต่างๆ ประเด็นเรื่องการยุบพรรค หรือประเด็นร้อนฉ่ามากมายที่เกิดขึ้น

สิ่งที่พบเห็นคือเราต่างมี ความคิดเห็นที่ไม่ ตรงกันไป เสียหมดทุกคนหรอก ซึ่งเจ้าสิ่งที่เรียกว่า ‘ความคิดเห็น’ นี่แหละ ที่สร้างความร้าวฉาน บาดหมาง และ ก่อให้เกิดเรื่องดราม่านับไม่ถ้วน

เราอยากให้คุณได้ ลองสำรวจความสัมพันธ์ของคุณ และ คนรอบข้างในกรณี เรื่อง การบ้านการเมือง ว่าร้อนระอุมาก ขนาดไหน และ

เราสามารถโต้เถียง เรื่องความคิดเห็น ทางการเมือง อย่างไร เพื่อ ไม่ให้ความสัมพันธ์ที่มี อยู่รอบตัวนั้นร้าวฉาน

อาจจะฟังดู เป็นเรื่อง ในอุดมคติมากเกินไป แต่ถ้าคุณสามารถสร้างการโต้เถียงเรื่องการ เมืองอย่าง มีคุณภาพได้จริง ก็นับว่า เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่หรือ?

ก่อนอื่นเราต้อง ยินยอมสิทธิพื้นฐาน ง่ายๆ ของมนุษย์ก่อน ว่า เราต่างมีชุดความคิด และความเชื่อที่ ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น เราควรเคารพใน ความคิดของทุกฝ่าย ไม่ว่าคุณ จะมองว่ามันเป็นเรื่องถูกหรือเรื่องผิด

จงเก็บไว้ เป็นการตัดสินใจ ของคุณเอง และ หลีกเลี่ยงการตัดสินคู่ สนทนาว่า สิ่งที่เขาพูดออกมานั้น เป็น เรื่องผิด อย่าเพิ่ง ตั้งธงอคติไว้ ล่วงหน้า

สิ่งที่คุณควรทำที่สุดใน การพูดคุยเรื่อง การเมืองคือ การรับฟัง ต่างคนควรต่างทำหน้าที่ เป็นผู้ฟังที่ดี หากหลีกเลี่ยง ไม่ได้ที่จะต้องพูดคุยเรื่อง การเมืองกับคนใกล้ตัว

คุณควรปล่อยให้ เขาได้พูดสิ่งที่ เขาคิดออกมา ทั้งหมดก่อน รวมไปถึง ถามเขาถึง ความคิดเห็น เพิ่มเติม โดย ไม่มีการตีตรา หรือ ชี้นำ

เช่น เพื่อนของคุณกำลัง บอกว่าเขาชื่นชอบน โยบายของ พรรค A มากแค่ไหน คุณเพียงปล่อยให้เขาพูดไป และ พยายามถามหาเหตุผลว่า

ทำไมเขาถึง ชื่นชอบนโยบาย ของ พรรค A ก่อนที่คุณจะค่อยๆ เริ่มต้นเป็นผู้พูดบ้าง และผลัดกันพูด ผลัดกันฟัง

ตลอด ระยะเวลา การสนทนา คุณควร สำรวจตัวเอง อยู่เสมอ ว่า ระหว่าง โต้เถียง เรื่องการเมืองอยู่นั้น อารมณ์ ในใจ ของคุณ น้ำเสียง

และ ท่าทาง การแสดงออกเป็นอย่างไร คุณควรเริ่มต้น จากการเป็น ผู้ฟังที่ดีเสมอ ฟังให้เยอะ และ จงอย่าคิดหาคำตอบเพื่อโต้เถียงอีกฝ่ายทันที

เพราะ นั่นอาจไม่ใช่การโต้เถียง ที่มีคุณภาพ หากคุณคิด แต่จะ โต้แย้งความผิดพลาดของอีกฝ่ายอย่างไร ซึ่งก็พูดกัน ตามตรงว่า การเมืองไทย นั้นค่อนข้างรุนแรง และ มีการแบ่งขั้วความคิด อย่างชัดเจน

ฉะนั้นจง ระมัดระวัง การพูดคุยให้ดี รวมไปถึงท่าทางการแสดงออกและน้ำเสียงก็เป็นส่วนสำคัญ คุณอาจลองใช้ น้ำเสียงเรียบๆ น่าฟัง ไร้อารมณ์รุนแรง เพื่อ การสนทนาที่ ลื่นไหล หรือ ทางดีที่สุด

คุณอาจคุย เรื่องการเมืองให้ กลายเป็น เรื่องสนุกก็ได้ ใส่อารมณ์ขันเข้า ไปเพื่อไม่ให้ซีเรียสจนเกินไป ก็นับว่า เป็นลู่ทางที่น่าสนใจ

ช่วงวัยก็เป็น เรื่องสำคัญใน การพูดคุยเรื่องการเมือง โดยเฉพาะหากเป็นความสัมพันธ์ของคนใน ครอบครัวที่ มักมี ปัญหา ‘ช่องว่างระหว่างวัย’

หรือ Generation Gap ไม่ว่าจะเป็น ความคิดเห็นของคนรุ่นปู่ย่า พ่อแม่ หรือลูกๆ หากครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่ สามารถแสดงความคิดเห็น ได้อย่างเปิดกว้าง นั่นนับเป็นเรื่องดี แต่ โดยส่วนใหญ่แล้ว

การพูดคุย เรื่อง การเมืองกับคนในครอบครัว ย่อมมีพื้นที่ สำหรับอำนาจทางโครงสร้างเสมอ กล่าว คือ ไม่ว่าอย่างไรพ่อแม่ของเราก็มักยึดถือ ความคิดเห็นของตัวเองเป็นหลักเสมอ และคิดว่านั่นเป็นสิ่งถูกต้องที่สุด สำหรับทุกคน ในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในสถานะลูก

คุณก็ต้อง ยินยอมรับอำนาจนั้นไปโดยปริยาย แต่ก็ไม่ใช่กับ ทุกครอบครัวหรอก ทางที่ดีที่สุดคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะไหนในครอบครัว เราควรแสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

และยอมรับความแตกต่างทางความคิดดังกล่าว ไม่ว่า จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

แต่ ถ้าคุณรู้สึกอึดอัดมาก หรือ กระอักกระอ่วนใจในการรับฟังการสนทนาที่รุนแรง เต็มไปด้วยอคติ

หรือ การสาดโคลน ไม่ว่าจะมาจากคนในครอบครัว คู่รัก หรือ เพื่อน ลองคิดเสียว่าคุณกำลังพูดคุยอยู่กับ ‘คนแปลกหน้า’ ซึ่งการที่ คุณคิดว่าคู่สนทนา ของ คุณเป็น คนแปลกหน้าที่คุณไม่รู้จัก

คุณจะเกิด ห้วงเวลาสักนิด ที่จะคิด ได้ว่า คุณควรโต้ตอบ หรือ มีปฏิกิริยากลับ ไปอย่างไรหาก เขาไม่ใช่คนที่ คุณรู้จัก

เพราะ ถ้าหากการสนทนาเรื่อง การเมืองของคุณเกิด กับ คนสนิท คุณมักรู้จักนิสัย ของเขาดีอยู่แล้วว่า พูดอะไรได้ หรือไม่ได้บ้าง

และ บางทีคุณก็อาจมีปฏิกิริยาโต้ ตอบแบบอัตโนมัติทันที ด้วย ความเคยชิน เช่น ‘ทำไมเธอคิดอย่าง นั้นล่ะ’ ‘มึงคิดอย่างนั้นมันไม่ถูก’ ‘แกก็รู้ ว่าพรรคนั้นมันแย่’

ซึ่งนั่นเป็น บ่อเกิดของอารมณ์รุนแรงในการสนทนาโดยไม่รู้ตัว

ท้ายที่สุดไม่ว่า คุณจะรัก จะชอบพรรคไหน คุณสามารถ เลือก สนับสนุนได้ตาม แต่ ปัจเจกชนจะเลือก

เพราะ สิทธิเหล่านั้นเป็น ของคุณแต่ เพียงผู้เดียว แต่นอกเหนือจากการใช้สิทธิดังกล่าวแล้ว  ต้องอย่าลืมว่าทุกความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็เป็นเรื่องสำคัญ

ไม่ควรเก็บมาเป็นอารมณ์ เพราะเชื่อเถอะว่าคุณคงไม่อยากให้เกิดความร้าวฉานกับคนรอบตัว เพียงเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกันแน่นอน

บทความอื่นๆ Lizzo ศิลปิน ที่กำลังมาแรง และจะทำให้คุณรักตัวเอง