บทความ » 5 ความเข้าใจก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย

5 ความเข้าใจก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย

10 มีนาคม 2021
584   0

5 ความเข้าใจก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย

5 ความเข้าใจก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย พรุ่งนี้ (11 มีนาคม) ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และ มติ รวมถึง อ่านคำวินิจฉัยญัตติที่รัฐสภาส่งให้ศาลชี้ว่ามีอำนาจตั้ง สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยผล ของ คำวินิจฉัย ย่อมจะมีผลต่อทิศทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตด้วย

ส.ส. รัฐบาล + ส.ว. จับมือยื่นญัตติส่งศาล:

9 กุมภาพันธ์ ที่ประชุมร่วมของรัฐสภา โดยเสียงข้างมากเห็นชอบกับญัตติด่วนของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. พลังประชารัฐ และ สมชาย แสวงการ ส.ว. ที่ขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของรัฐสภา เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ​(สสร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศาลรับคำร้องให้ 4 มือเขียนรัฐธรรมนูญส่งความเห็น:

18 กุมภาพันธ์ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องดังกล่าว และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลมีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้อง 4 คนทำความเห็นเป็นหนังสือส่งมายังศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 3 มีนาคม ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนประกอบด้วย

  • มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
  • บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีต ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
  • สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญและอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
  • อุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านยื่น ความเห็น 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้รัฐธรรมนูญ:

3 มีนาคม พรรคร่วมฝ่าย ค้านเข้ายื่นคำร้อง ต่อศาล เพื่อขอส่งบันทึกถ้อยคำและความเห็น เนื่องจากศาลได้มี การขอความเห็น จากนักวิชาการ และ ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำนวน 4 คนเห็นว่าเพื่อเป็นการเปิด รับฟังความเห็น จากหลายฝ่าย

จึง ขอส่งบันทึกถ้อยคำเป็นข้อมูลต่อ ศาลรวม 7 หน้า เพื่อยืนยัน ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) บัญญัติไว้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจใน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

ส.ว. สมชาย ยืนยัน ไม่เคยขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ:

6 มีนาคม สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หนึ่งในผู้ร่วมยื่นญัตติ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊กตนเอง ระบุถึงกรณีนี้พร้อมภาพญัตติ ที่ยื่นต่อรัฐสภา โดยกล่าวว่า การเมืองอย่าบิดเบือนโหมโรงสร้าง กระแสปลุกม็อบ การยื่นส่งศาลประเด็นเดียวเพื่อชัดเจนว่าสภาไม่มีอำนาจร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ย้ำว่าตนเอง ไม่เคยขัดขวางแก้ไขรายมาตรา โดยสามารแก้ได้ทุกมาตรา แต่ต้องเปิดตรงว่า จะแก้มาตราใด อะไร อย่างไร พร้อมขออย่าบิดเบือน ว่า สมาชิกวุฒิสภ าวางแผนล้มวาระ 3 และควรน้อมรอรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 มีนาคม 

สมชายยังระบุว่า ข้อกังวลเกี่ยวกับร่ างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 2 ประเด็นเรื่อง 38 มาตราที่เกี่ยวพัน กับ พระราชอำนาจที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกแก้ไขหรือตัดทอนนั้น ยังไม่อาจเหมา รวมได้ว่าสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดจะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ศาลนัดอ่าน คำวินิจฉัยชี้ขาด 11 มีนาคม ทางออกหรือทางตัน: 

4 มีนาคม ศาลพิจารณา คำร้องขอส่ง บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็นดังกล่าวจากทั้ง 4 นักวิชาการ และ พรรคร่วมฝ่าย ค้านเห็นว่ากรณีนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะพิจารณา วินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนและกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และ ลงมติใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น.

ผลของคำวินิจฉัยจาก ศาลย่อมผูกพันทุกองค์กร และแน่นอนว่าเกมการยื่นญัตติดังกล่าวจากขั้วรัฐบาลทำให้ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจริงใจ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ข้อเรียกร้อง ของประชาชน ที่มีการเคลื่อนไหว ชุมนุมต่อเนื่องมานานหลายเดิน แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกมายืนยันว่ามีความจริงใจก็ตาม

ขณะที่มีกลุ่มการเมืองพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภา และหากศาลยืนยันอำนาจดังกล่าวก็จะนำไป สู่การทำประชามติ ตั้ง สสร. และทำให้ระบบรัฐสภามีความแข็งแรง แต่หาก ไม่สามารถตั้ง สสร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ อาจเข้าสู่วิกฤตทางตันในอนาคตต่อ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่น่าสนใจ

บทความอื่นๆ แทคยอน กับการแสดงในซีรีส์ Vincenzo