บทความ » 7 ปีของ GOT7 กับ 7 เส้นทางชีวิตที่จะเติบโต

7 ปีของ GOT7 กับ 7 เส้นทางชีวิตที่จะเติบโต

15 มกราคม 2021
288   0

7 ปีของ GOT7 กับ 7 เส้นทางชีวิตที่จะเติบโต

7 ปีของ GOT7 กับ 7 เส้นทางชีวิตที่จะเติบโต เราเขียนบทความนี้ไปพร้อมๆ กับการติดตามข่าวที่สะเทือนใจอากาเซทั่วโลก เพราะเป็นอันชัดเจนแล้วว่าสัญญาของ GOT7 กับต้นสังกัดอย่าง JYP Entertainment จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มกราคม 2021 ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่นกน้อยรอลุ้นกันมาทั้งปี 

7 ปีที่ผ่านมา ที่หนทางอาจไม่ได้เรียบง่ายเหมือนกับที่ใครมองเห็นความสำเร็จจากภายนอก เป็นเด็กค่ายใหญ่, เพลงขึ้นชาร์ตอันดับ 1, ขึ้น US Chart, เทรนด์ทวิตเตอร์ทั่วโลก, เวิลด์ทัวร์ และรางวัลแดซัง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเติมความแข็งแกร่งให้กับสมาชิกของวงและความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นทั้งกับวงเองและแฟนคลับทั่วโลก

GOT7

7 ปีของการค้นหา

จากเด็กหนุ่ม 2 คน อิมแจบอม และ ปาร์คจินยอง ผู้ชนะการแข่งขันร่วมกันในงานออดิชันของ JYP Entertainment ครั้งที่ 5 ในปี 2009 หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งคู่ก็ได้ร่วมแสดงในซีรีส์ Dream High 2 และเดบิวต์ในฐานะนักร้องคู่ JJ Project ในปี 2012 อาจจะพูดได้ว่าความสำเร็จขั้นต้นของทั้งคู่อยู่ในระดับของผู้ติดตามค่าย (หรือที่เรียกว่าสแตนค่าย) แต่สิ่งที่ยังขาดเกินอยู่ในตอนนั้นคือความแปลกใหม่จาก JJ Project ที่ยังรอวันเติมเต็มให้สมบูรณ์ 

ปี 2014 เด็กหนุ่มทั้งคู่กลับมาพร้อมกับเพื่อนเด็กฝึก 7 คนจากหลายชาติ ทั้งไทย (แบมแบม) อเมริกัน (มาร์ค) ฮ่องกง (แจ็คสัน) และ เพื่อนร่วมชาติ (ยองแจและยูคยอม) เดบิวต์ร่วมกันในนาม GOT7 ในคอนเซปต์ Hip Hop Group กับการ Acrobatics ที่เรียกว่าเดินตามรอยของรุ่นพี่ 2PM ก็ไม่ผิดนัก ก้าวแรก สำหรับ GOT7 อาจจะยังอยู่แค่ในวงจำกัดกับจำนวนแฟนคลับหลักร้อย แต่วงก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างคงที่

อาจจะเรียกว่า Hard Carry เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับ ความสำเร็จของวง ที่สร้างเพลงฮิตติดหูและเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สร้างความตื่นเต้นใ ห้กับผู้ชม ทั้งเรื่องความแข็งแรงและความเป๊ะที่เป็นต้นแบบให้รุ่นน้องหลายๆ คน แต่สำหรับเราแล้ว จุดเปลี่ยนของ GOT7 อยู่ในวันที่เขาทำเพลงกันเอง และเพลงเหล่านั้นได้กลายมาเป็นเพลงไตเติล สำหรับโปรโมตในสเตจใหญ่

GOT7

GOT7 กับสีของตัวตน

อิมแจบอม ลีดเดอร์ของวงก้าวมาในฐานะ นักแต่งเพลงไตเติลในอัลบั้ม Flight Log: Departure ให้กับ เพลง Fly ความสำคัญของเพลงไตเติลนอกจากจะเป็นเพลงที่ใช้ในการโปรโมตหลักของแต่ ละอัลบั้มแล้ว ยังเป็นเหมือนกับเครื่องพิสูจน์การยอมรับจากทีมทำเพลงเบื้องหลังอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน สมาชิกใน วงทุกคนก็พัฒนาฝีมือในการทำเพลงของตัวเองอยู่เสมอ พร้อมกันกับทักษะในด้านอื่นๆ อย่างการเต้นของ ยูคยอม ที่ทำได้ดีจนได้รับรางวัลแชมป์ของรายการ Hit The Stage ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ปาร์คจินยอง ที่เดินทางเข้าสู่วงการซีรีส์อย่างเป็นทางการ มาร์คและยองแจ กับ คอลเล็กชันเสื้อผ้าของตัวเองและงานเดี่ยวมากมาย แบมแบมกับการเป็นตัวอย่างของความพยายามในทุกด้านให้กับเด็กไทยที่มีความฝัน และแจ็คสันกับการก่อตั้ง Team Wang ที่กลายเป็นตัวอย่างของซีอีโออายุน้อยที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก

สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของ GOT7 นั่นคือตัวตนและคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกล่อม และคาแรกเตอร์ของแต่ละคนก็ส่งต่อผ่านเป็นเพลงยูนิตและเพลงโซโล่ในอัลบั้ม Present: You อัลบั้มเต็มที่เรียกว่าทุกคนได้มีส่วนร่วมในทุกส่วนของการทำงาน

GOT7
GOT7

อนาคตที่อยู่ในมือพวกเขาเอง

ที่สุดก็เป็นอันชัดเจนแล้วว่าสัญญาของวง GOT7 กับต้นสังกัดอย่าง JYP Entertainment จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มกราคม 2021 ซึ่งก็แน่นอนว่าได้สร้างความรู้สึกที่หลากหลายให้กับเหล่าอากาเซ ที่คาดหวังจะได้เห็นสมาชิกวงเติบโตขึ้นในเส้นทางของตัวเอง แต่ทั้งหลายทั้งมวล สิ่งที่อากาเซทุกคนมองเห็น นั่นคือศักยภาพของทุกคนในวงที่สามารถสร้างเส้นทางของตัวเองได้ดีและจะประสบความสำเร็จต่อไปได้อย่างแน่นอน บนทิศทางใหม่ที่ทั้ง 7 คนจะเลือกเดินนับจากนี้ 

เรามักจะได้ข่าวคราวการทำงานส่วนตัวของสมาชิกในวงผ่านช่องทางของพวกเขาเองอย่างสม่ำเสมอ ต้องขอบคุณสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เป็นพื้นที่ให้แต่ละคนได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา อย่างพี่ใหญ่ มาร์ค ต้วน กับความรักในการเป็นเกมเมอร์ แต่ก็ยังคงรักในการทำเพลงไม่มีเปลี่ยน, อิมแจบอม ลีดเดอร์ที่ร่วมทำงานเพลงทั้งใต้ดินและบนดินกับเพื่อนหลายอัลบั้ม กับความแน่นอนที่ว่าต้องเดินทางสายศิลปิน, แจ็คสัน หวัง กับการพา Team Wang ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก, ปาร์คจินยอง กับงานซีรีส์ที่ทำให้เราได้เห็นหน้าค่าตาแก้คิดถึง พร้อมกับบทบาทที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ, ชเวยองแจ หลังจากผ่านงานดีเจในรายการ Idol Radio ที่ช่วยสลายความรู้สึกกลัวบางอย่างในใจออกไป และการก้าวเข้าสู่วงการการแสดงกับ Netflix ในซีรีส์ I Wish the World Would End Tomorrow ที่คาดว่าจะเข้าฉายภายในปีนี้ 

แบมแบม กับงานพรีเซนเตอร์ที่ทำให้ทั่วหัวระแหงในเมืองไทยได้สนิทกับเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้น พร้อมเปิดรับความท้าทายบทใหม่ในเกาหลีที่อยู่มาเป็นสิบปี และ คิมยูคยอม น้องเล็กผู้ที่ดนตรีและการเต้นกลายเป็นสายเลือดของเขาไปแล้ว นั่นทำให้พวกเราหมดห่วงเลยว่าเด็กๆ (ของเรา) จะเติบโตต่ออย่างแข็งแรงด้วยลำแข้งของพวกเขาเอง

อัลบั้มล่าสุด Breath of Love: Last Piece จึงเป็นเหมือนความทรงจำที่แสนสวยงามให้กับอากาเซ – เพลงไตเติลเพลงแรกของยองแจ เพลงไตเติลที่เรียกคนนอกด้อมจากฝีมือแจบอม เพลงของทุกคนที่ได้อยู่ในอัลบั้มนี้แบบพร้อมหน้า อัลบั้มได้ขึ้น US Chart และคำว่า ‘Thank You, Sorry’ ที่พวกเขาอยากเป็นคนบอกมันออกมาเอง

หากคำกล่าวที่บอกว่า ‘งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา’ แต่อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของผู้คนในงานเลี้ยงย่อมคงอยู่ยาวนานตลอดไป เราจบบทความนี้ในวันที่วงได้รับรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม การแสดงบนเวทีที่มีความสุข และภาพถ่ายเดียวกันภาพนี้ที่อยู่ในแกลเลอรีของทั้ง 7 คน

บทความอื่นๆ อิสระในการแสดงความคิดเห็น ขอบเขตควรอยู่ตรงไหน