บทความ » 7 ร้านอาหารญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 39

7 ร้านอาหารญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 39

3 ตุลาคม 2020
505   0

7 ร้านอาหารญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 39

7 ร้านอาหารญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าถ้าอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับก็ต้องไปที่ย่านพร้อมพงษ์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น วันนี้เราจึงรวบรวม 7 ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 39

มาให้คุณได้ไปสำรวจให้ทั่วทั้งซอย ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ราเมน ทสึเคเมน อาหารชุด ไปจนถึงของหวานสไตล์ญี่ปุ่นอย่างพาร์เฟต์ เมื่อพร้อมลุยแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย!

  1. Komugi

ถ้าพูดถึงร้านอุด้ง ภาพจำที่โผล่ขึ้นมาน่าจะเป็นร้านอุด้งสไตล์ดั้งเดิมที่เป็นเมนูอุด้งธรรมดา ไม่หวือหวา กินคู่กับของทอดหลากชนิด อุด้งสไตล์ดั้งเดิมนี้เป็นดั่งอาหารจานด่วนของชาวญี่ปุ่น เพราะวิธีการทำนั้นรวดเร็ว

เหมาะกับการแวะกินระหว่างทางและเดินทางไปต่อ แต่ที่ Komugi คาเฟ่อุด้งเปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 39 ที่กำลังฮอตฮิตอยู่ในตอนนี้ คุณจะได้พบกับอุด้งสไตล์ใหม่ที่นอกจากหน้าตาจะสวยงามแล้ว คุณภาพยังอัดแน่นเต็มชามด้วยเส้นสดทำใหม่ทุกวันในบรรยากาศแบบคาเฟ่อบอุ่นสบายใจ

เส้นอุด้งของทางร้านนั้นทำสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะกินในรูปแบบไหนก็เข้ากันไปหมด แต่เมนูซิกเนเจอร์ที่มาถึงแล้วควรลองคือ Shiroi Curry Udon (300 บาท) อุด้งแกงกะหรี่ที่โปะหน้าด้วยครีมที่เกิดจากการนำมันฝรั่งและนมมาผสมกับครีม ตีให้เกิดเป็นฟองโฟม จนเป็นเมนูอุด้งแกงกะหรี่ที่แปลกใหม่และรสชาตินุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม

Komugi Japanese Udon Noodle Cafe

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 39 (ใกล้ซอยพร้อมศรี 1) กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 17.00-21.00 น.

  1. Gold Curry

ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจากคานาซาวา ประเทศญี่ปุ่น Gold Curry เป็นมิตรรักของชาวออฟฟิศย่านสุขุมวิท 39 ที่นอกจากจะโดดเด่นเรื่องเบสน้ำแกงกะหรี่ที่เข้มข้นจนเป็นสีน้ำตาลเข้มด้วยส่วนผสมกว่า 40 ชนิดแล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของปริมาณที่มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์เล็กพอดีอิ่มไปจนถึงไซส์ใหญ่ขนาด 10 กิโลกรัม ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Gold Curry เป็นร้านแรกๆ ในใจชาวออฟฟิศยามหิวโหย

เบสน้ำแกงกะหรี่ของทางร้านมีทั้งแบบหมูและเนื้อ เข้มข้นด้วยส่วนผสมกว่า 40 ชนิด เมนูที่แนะนำให้ลองคือ ข้าวแกงกะหรี่ออมเล็ตกับชีสมิลฟิลล์ (220-320 บาท) ที่นำเอาหมูสไลซ์มาซ้อนกันเป็นชั้นแล้วชุบแป้งทอดพร้อมกับชีส หรือจะเป็น แกงกะหรี่กะเพราไก่(190-280 บาท) เมนูที่มีขายเฉพาะสาขาที่ประเทศไทยเท่านั้น

Gold Curry

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 11.00-02.00 น.

  1. Fujiyama 55

ถ้ากำลังคิดถึงทสึเคเมนรสชาติกลมกล่อมก็คงเป็นร้านไหนไปไม่ได้ นอกจาก Fujiyama 55 ที่มาไกลจากนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นที่การต้มซุปนานถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งในหมู่ร้านทสึเคเมนด้วยกันนั้นไม่ค่อยมีใครต้มนานขนาดนี้

การต้มไว้นานถึง 48 ชั่วโมงทำให้น้ำซุปของทางร้านเข้มข้นมาก เวลากินจึงต้องตั้งไว้บนเตาอินฟราเรดตลอดเวลาเพื่อไม่ให้น้ำซุปเสียรสชาติ และเมื่อกินคู่กับเส้นสดที่ทางร้านใช้แป้งสาลีที่มีโปรตีน ทำให้เกิดเป็นรสชาติเข้มข้นที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือน

เริ่มที่ Umakara Ramen Special (330 บาท) ราเมนซุปมิโซะผสมเต้าหู้ทรงเครื่องรสชาติเผ็ด และเพิ่มความพิเศษแบบล้นชามด้วยท็อปปิ้ง 5 อย่าง ทั้งถั่วงอก ต้นหอมญี่ปุ่น หน่อไม้ ชาชู และไข่ต้มโชยุ หากคุณเป็นคนที่กินไม่เยอะมาก

Fujiyama 55

ที่อยู่: ตึก Bio House ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.

  1. Bankara Ramen

อีกหนึ่งร้านที่อยู่คู่ซอยสุขุมวิท 39 มานาน ชนิดที่ว่าถ้าพูดถึงซอยนี้คงไม่พูดถึง Bankara Ramen ไม่ได้ ด้วยรสชาติที่เข้มข้นของน้ำซุปและความเหนียวนุ่มของเส้น ทำให้ Bankara Ramen ครองใจชาวออฟฟิศย่านพร้อมพงษ์ไปได้ไม่ยาก

เมื่อมาถึงแล้ว สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ Kakuni Bankara (290 บาท) ราเมนต้นตำรับของทางร้านที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นกลมใหญ่ๆ และซุป แต่มีหมูสามชั้นตุ๋นนานถึง 3 วัน ทำให้เนื้อนุ่มจนละลายในปากได้

Bankara Ramen

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.

  1. Orange House

ร้านอาหารชุดแบบญี่ปุ่นบ้านๆ ที่แอบอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ร้านนี้อาจดูธรรมดาเมื่อมองจากข้างนอก แต่เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานรับออร์เดอร์กล่องข้าวเบนโตะทางโทรศัพท์ด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบไม่หยุดหย่อน

ทำให้มั่นใจได้เลยว่าร้านนี้ต้องทำอาหารญี่ปุ่นออกมาได้รสชาติต้นตำรับตรงใจชาวญี่ปุ่นแน่นอน และนอกจากโซนนั่งกินอาหารแล้วยังมีโซนคาเฟ่มังงะที่สามารถจ่ายเงินเป็นรายชั่วโมงเข้าไปนั่งอ่านหนังสือการ์ตูน (ภาษาญี่ปุ่น) ได้อีกด้วย และบางครั้งก็จะมีเจ้าแมวอ้วนสองตัวมาเดินคลอเคลีย ได้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนเลย

Orange House

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 09.30-21.15 น.

  1. Sekai no Yamachan

ถ้าอยากจะกินปีกไก่ทอดแบบอิ่มจุใจในบรรยากาศอิซากายะสักหนึ่งร้านในซอยสุขุมวิท 39 ร้านที่ไม่ควรจะพลาดคือ Sekai no Yamachan อิซากายะที่บินมาไกลจากนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เป็นร้านที่ยืนหนึ่งย่านสุขุมวิทมานาน เต็มที่ทั้งเมนูปีกไก่กองเป็นภูเขา กับแกล้มนานาชนิด และเครื่องดื่มแบบบุฟเฟต์ 

ไก่ทอดของยามะจังนั้นไม่ได้หมักหรือชุบแป้งแต่กรอบอร่อยได้ด้วยเทคนิคพิเศษลับเฉพาะของทางร้าน ทำให้เวลาหยิบกินนั่นง่ายดาย เพียงแทะเบาๆ

เนื้อก็หลุดออกมาทั้งปีกแล้ว บวกกับผงปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นทำให้ไก่กองเท่าภูเขานี้สามารถหมดจานได้ในพริบตา นอกจากไก่ทอดแล้วที่ร้านยังมีคุชิอะเกะหรือเมนูของทอดเสียบไม้ให้เลือกถึง 19 อย่าง เป็นเมนูที่กินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้ดี

Sekai no Yamachan

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.

  1. Parden

ร้านอยากแนะนำผลไม้ไทยให้กับชาวญี่ปุ่นผ่านอะไรสักอย่าง จนมาจบที่ ‘พาร์เฟต์’ ของหวานยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เป็นของหวานที่พบเห็นได้ตามคาเฟ่หรือร้านของหวานทั่วไปในเมืองที่ญี่ปุ่น แต่ละร้านจะแข่งกันตกแต่งพาร์เฟต์กันราวกับเทศกาลศิลปะ

โดยใช้ทั้งขนมหวานญี่ปุ่น ผลไม้ ขนมหวานชนิดอื่น พาร์เฟต์มีตั้งแต่ขนาดปกติไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษที่แบ่งกันกินได้หลักสิบคน เพราะพาร์เฟต์สไตล์ญี่ปุ่นนั้นสามารถเป็นได้ทั้งของหวานและงานศิลปะ ด้วยเหตุนี้ทางร้านจึงเลือกพาร์เฟต์มาเป็นตัวกลางในการแนะนำผลไม้ดีๆ ให้กับชาวญี่ปุ่นในย่านนั้น

Parden

ที่อยู่: ชั้น 2 โครงการ The Manor ซอยสุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันพุธ-ศุกร์ เวลา 11.00-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-17.30 น. หยุดวันจันทร์และอังคาร

บทความอื่นๆ สำรวจเทรนด์ 10 อาชีพ ในนิทรรศ Enjoy Science Careers สนุกกับอาชีพวิทย์ 3