บทความ » Apple เปิดให้ผู้ใช้งาน Watch 4, 5 และ 6 ในไทย

Apple เปิดให้ผู้ใช้งาน Watch 4, 5 และ 6 ในไทย

6 กุมภาพันธ์ 2021
265   0

Apple เปิดให้ผู้ใช้งาน Watch 4, 5 และ 6 ในไทย

Apple เปิดให้ผู้ใช้งาน Watch 4, 5 และ 6 ในไทย หลังจากที่เปิดให้ผู้ใช้งาน Apple Watch ในประเทศอื่นๆ ทยอย ใช้งานแอปพลิเคชัน ECG ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 เริ่มตั้งแต่

ใน Apple Watch 4 ในที่สุด วันนี้ (22 มกราคม) Apple ประเทศไทยก็ได้รับ การรับรอง จากสำนักงาน คณะกรรม การอาหาร และ ยาในไทยให้เริ่มเปิด ใช้งานฟีเจอร์ ดังกล่าวได้ เป็น ที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ใช้งาน Apple Watch 4, 5 และ 6 เท่านั้นถึง จะสามารถ ใช้งานแอปพลิเคชัน ECG ตรวจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ (รองรับ การใช้งานเฉพาะ บน iOS 14.4 และ watchOS 7.3 ซึ่งทาง Apple จะปล่อย ให้ผู้ใช้งาน อัปเดตซอฟต์แวร์เร็วๆ นี้ ไม่รองรับ การใช้งานบน Watch SE)

วิธี การใช้งาน ECG นั้นสามารถใช้ได้ โดย การเปิดตัว แอปพลิเคชัน ดังกล่าวบน Apple Watch ขึ้นมา จากนั้นให้ เราเอานิ้วแตะ (ไม่กด) ไปที่ปุ่ม Digital Crown ที่บริเวณด้านข้างของตัว เครื่องค้างไว้ เป็นเวลา 30 วินาที

(วางข้อมือไว้บนโต๊ะ หรือตักของตัวเองนิ่งๆ) ระหว่างนี้ตัว ระบบจะทำงา นควบคู่ กับ ขั้วไฟฟ้าในผลึกบนฝาหลัง ของตัวเรือนเพื่ออ่านค่า ECG ตรวจหา ความผิดปกติ ของจังหวะ การเต้นของหัวใจ

ซึ่งเจ้า ECG จะสามารถ จำแนกประเภท และ อ่านจังหวะการ เต้นของหัวใจ ได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่

  1. จังหวะไซนัส – รูปแบบกราฟการเต้นของหัวใจปกติ (50-100 BPM)
  2. AFib – จังหวะ การเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ (50-120 BPM)
  3. อัตราการเต้ นของ หัวใจช้า หรือ เร็ว (ต่ำกว่า 50 BPM หรือสูงกว่า 120 BPM)
  4. ไม่สามารถ สรุปผลได้ (ไม่สามารถตรวจผล ECG เนื่องจากเหตุผล ด้านสรีระวิทยา หรือการไม่ได้วางแขน บนโต๊ะตามคำแนะนำการใช้งาน ตัวแอปพลิเคชัน)

ก่อนที่ข้อมูลการตรวจ ECG ทั้งหมด จะถูกบันทึก กลับไปยังแอปพลิเคชัน Health ใน iPhone เป็นรูปแบบกราฟหัวใจ ในไฟล์ PDF

ซึ่งในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกตินั้น เราก็จะสามารถนำไฟล์ PDF ดังกล่าวไป เข้ารับ การปรึกษาและพูดคุยกับแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยได้ อย่าง สะดวกสบาย รวดเร็ว

(การตรวจ วัดคลื่นไฟฟ้า ECG และการพบอาการผิดปกติต่างๆ โดย Apple Watch ไม่ถือเป็น ผลการวินิจฉัย ด้านการแพทย์ ผู้ใช้งาน จำเป็นจะต้องปรึกษา และ เข้าพบแพทย์ เพื่อยืนยัน และ วินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ในลำดับถัดไป)

ความตั้งใจ ของ Apple ในการเปิดให้ใช้งานแอปพลิเคชัน ECG ได้นั้นก็เพื่อให้ผู้ใช้งาน Apple Watch สามาร ถตรวจวัดข้อมูลของการเต้นหัวใจของตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ รวมถึง เป็นการคัดกรองความผิดปกติ

ของ อัตราการเต้นหัวใจในขั้นต้น และยังช่วยให้ผู้ใช้งาน Apple Watch มีข้อมูลสุขภาพ ของ ตัวเองมาก ‘เพียงพอ’ เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานที่ ตรวจสภาวะ การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ในขั้นต้น สามารถเข้ารับ การปรึกษา หรือ การตรวจ โดยแพทย์ มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง 

ทั้งนี้ ยังมี การเปิดเผย อีกด้วยว่า จาก ผลทดสอบการทำงาน ของ ECG นั้น เจ้า ECG บน Apple Watch ให้ผล ความไว ในการจัดประเภท ภาวะ AFib อยู่ที่ 98.5% และ จังหวะไซนัสอยู่ ที่ 99.3% เล ทีเดียว

บทความอื่นๆ ประวัติศาตร์และการบุกตลาดโลกของรามยอน