บทความ » Beauty Standards คืออะไร

Beauty Standards คืออะไร

19 พฤษภาคม 2021
590   0

Beauty Standards คืออะไร

Beauty Standards คืออะไร เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศเกาหลีได้สร้างซีรี่ย์เรื่อง True Beauty ออนแอร์สู่สายตาเหล่าคอซีรี่ย์ จนกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความน่ารักของเนื้อเรื่อง

ความเปิ่นของอิมจูกยอง นางเอกของเรื่อง True Beauty ความละมุนจุนใจ หรือจะเป็นไอ้ต้าวอปป้าของพระเอกในเรื่องอย่างลีซูโฮ แต่หากลองมองให้ลึกลงไป นอกเหนือจากความน่ารัก และความฟินจิ้นแตกที่เราเคลิบเคลิ้มกัน ในเรื่องนี้เรายังได้เห็นบางสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ ที่คอยขับเคลื่อนซีรี่ย์เรื่องนี้ให้ดำเนินต่อไปอย่างมีอรรถรส

‘ความสวยที่กลายเป็นดาบสองคม’ หากใครที่ไม่ได้ดูซีรี่ย์เรื่องนี้ เราจะขอเล่าให้ฟังคร่าวๆว่า อิมจูกยอง นางเอกของเรื่อง ถูกเพื่อนๆในโรงเรียนกลั่นแกล้ง กลุ่มที่มีอิทธิพลในโรงเรียน มีผลต่ออิมจูกยองเป็นอย่างมาก เพราะเขาทั้งถูกแกล้ง ถูกกดขี่ ถูกลดคุณค่าของตัวเอง ด้วยสาเหตุจากที่นางเอกเป็นสิว

หน้าตาไม่สวยเท่ากลุ่มป๊อบในโรงเรียน ทำให้อิมจูกยอง กลายเป็นความสนุกสนานของกลุ่มคนที่คิดว่าตัวเองดีกว่า เหนือกว่าในเรื่องหน้าตา เมื่ออิมจูกยอง ย้ายโรงเรียน จึงเลือกปกปิดปมของตัวเองที่เคยถูกกลั่นแกล้ง ด้วยการแต่งหน้าบดบังสิ่งที่เป็นจุดด้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความสวยที่ได้มาก็คือความสวยที่เขาพยายามปกปิดมัน

จากกระแสซีรี่ย์ดังกล่าว ทำให้เราหันกลับมามองถึงวัฒนธรรม และความเชื่อของคนในปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่อง Beauty Standards คำถามที่ว่า วันนี้ฉันสวยหรือยังนะ หุ่นดีพอที่จะออกจากบ้านแล้วจะไม่โดนทักว่าอ้วนหรือยัง จะต้องไปฉีดผิวขาวให้ขาวขึ้นไหม เพราะไม่อยากโดนทักว่าดำ เสริมจมูกโด่งดีกว่า

เพราะไม่อยากโดนว่าดั้งแหมบ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความสวยพร้อมที่สังคม โดยเฉพาะในบ้านเรา นำมาเสนอผ่านสื่อโฆษณา ผ่านละคร หรือที่เห็นได้ชัดๆอย่างการจัดกิจกรรมประชันความสวย หล่อ ที่ตัดสินจากสิ่งที่เห็นภายนอกของแต่ละคน ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเป็น สิ่งเหล่านี้เลยกลายเป็นดาบของสังคมที่ส่งผลให้ Beauty Standards ไม่ใช่ความงดงาม หรือคุณค่าที่ทุกคนมี แต่กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใช้ความพยายามเพื่อที่จะเข้าสู่มาตรฐานที่สังคมกำหนด

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลต่อมาตรฐานความสวย

 สิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้ง คือทุกคนมักจะตัดสินใจว่าอะไรดีไม่ดี จากความเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นและถูกเก็บสะสมมาจนกลายเป็นองค์ความรู้ ซึ่งอาจจะเป็นความรู้ที่ถูกต้องหรือไม่ก็ไม่มีใครทราบได้ รวมถึงเรื่อง Beauty Standards ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย สิ่งที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านการนำเสนอของสื่อและมุมมองทางสังคมในแต่ละยุค กลายเป็นกรอบความคิดที่บิดเบี้ยว จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เราจะต้องเป็นให้ได้ตาม Beauty Standards แบบนั้นจริงๆหรือ?

เรื่องความสวย ความหล่อ ถูกยกเป็น ประเด็นถกเถียงทางสังคมมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ซึ่งในแต่ละยุคสมัย มาตรฐานความสวยงามในสังคมถูกเปลี่ยนแปลงไปตามความเชื่อแต่ละยุคสมัย เช่นในยุค Renaissance ผู้หญิงอวบคือผู้หญิงที่สวย หรือการใส่คอร์เซ็ทเพื่อปรับรูปร่าง

ให้เอวคอดตาม กระแสสังคมนิยม จนส่งผลให้กลายเป็นความสวยงามสุดสยอง ถัดมาในยุคที่เน้นรูปร่างหน้าตา ให้ขาว ผอมเพรียว ทำให้ความสวยที่เคยยึดถือกันมาก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปเนิ่นนานเท่าไร กลุ่มคนตรงข้ามมาตรฐาน ก็ยังคงเป็นคนกลุ่มเดิมที่ได้รับผลกระทบจากค่านิยมดังกล่าว ผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในมาตรฐานที่สื่อและสังคมสร้างขึ้นมาก็ยังคงถูกสร้างบาดแผลเป็นรากลึกฝังโคนในจิตใจ

สื่อ เครื่องมือหลักที่สร้างบาดแผลให้กับคนที่ไม่เข้าตา

การนำเสนอของสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ การโฆษณา เช่น การโฆษณาครีมทาผิว ที่ผู้แสดงหลักมักจะเป็นผู้หญิงผิวขาว หรือแม้ แต่โฆษณาในฝั่งของผู้ชาย ที่นักแสดงหลักจะต้องหุ่นดี แข็งแรง หรือหากยังมองเห็นภาพ ไม่ชัดเจน

การเกิดขึ้นของกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น การประกวดดาวเดือน ใน รั้วมหาวิทยาลัย การประกวดนางงาม หรือ นางสาวต่างๆ บนโลกของเรา และยังมี อีกหลายกิจกรรม ที่ไม่ได้เน้นกันที่ความสามารถ แต่กลับให้ความสำคัญที่หน้าตา รูปร่าง หรือ แค่เพียงสิ่งที่มองเห็น ไม่ได้มองลึกลงไปถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคน หรือมองเห็นความสวยจากภายใน

Beauty Standards จึงกลายเป็นบาดแผลของผู้คนที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานความสวยที่สังคมกำหนด สิ่งนี้กลาย เป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบัน จนเป็ นสาเหตุ ที่ทำให้เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และเริ่มมีการเรียรู้และปรับบริบทมุมมอง ของคน ในสังคมเกี่ยวกับความสวยที่สังคมสร้างขึ้นมา

ปัญหาสังคม ที่มาพร้อมกับ Beauty Standards และ Beauty Privileges

ปัญหาสังคมในปัจจุบัน มีหลากหลายเรื่องราว หลากมิติที่เกิดขึ้น รวมถึงเรื่องของ Beauty Standards ที่เกิดจาก การหล่อหลอมความคิดของสังคม จนกลายเป็นกระแสความเชื่อที่แรงกล้า ที่ขับเคลื่อน แนวความคิดของสังคม จนกลายเป็นมาตรฐานหลักที่กรอบความคิดให้หลายคนเชื่อว่า ความสวยแบบนั้น ความหล่อแบบนี้ คือสิ่งที่ถูกต้อง

หลายครั้งความเชื่อ ที่เราเชื่อกันอยู่ ก็กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น การที่ ผู้หญิงหลายสามีถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี หรือการที่ผู้ชายถูกคาดหวังว่าต้องเก่ง ต้องแข็งแรง (Toxic Masculinuty) รวมถึง ความเชื่อเรื่องความสวย หล่อ (Beauty Standards) ที่เราพูดถึง กันอยู่บ่อยๆ คำพูดหยอกล้อต่างๆที่ไม่ได้ตั้งใจของใครหลายคน กลายเป็นการลดคุณค่า ของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว 

นี่คือจุดเริ่มต้นของบาดแผลที่ฝังลึกลงไป ในจิตใจของคนฟัง บางครั้งไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น ที่ทำร้ายคนอื่น แต่กลาย เป็นการรวมตัวกัน เพื่อความคึกคะนอง การกลั่นแกล้งผู้คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มความเชื่อของตัวเอง หลายกลุ่มเ พื่อความสนุกสนาน หรือสร้างความรู้สึกที่เหนือกว่าผู้อื่น ซึ่งหารู้ไม่ว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น คือการทำลายความมั่นใจที่คนคนหนึ่งมี 

แนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป คือสัญญาณที่ดี

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ อย่างชัดเจนในปัจจุบัน  คือการที่คนในสังคมเริ่มตั้งคำถามกับความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างกาย ความสวย ความหล่อ หรือสิ่งที่หลายคนนำไปกล่าวหาคนอื่น การโดนตัดโอกาส ในสิ่งต่างๆ เช่น การทำงาน การใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆอย่างการแต่งตัว

การตั้งชุดความคิดที่เรา เชื่อกันมาอย่างเนิ่นนานเกี่ยวกับความดูดีที่เราโดนกรอกหูกันอยู่ทุกวัน จนทำให้เชื่อกันว่าเป็นความสวย ที่ทุกคนควรจะเป็น ทั้งที่ความสวยงามที่แท้จริง มีอีกหลายมิติที่เราควรให้ความสำคัญ เช่น ทัศนคติ ความคิด และความมั่นใจที่แต่ละคนมี ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาเพียงเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้น แค่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเทรนด์โลกหรือกระแสสังคมที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ ค่านิยมเรื่อง Beauty Privileges และ Beauty Standards เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปใน แนวทางที่ดี นี่ถือว่าเป็นการสัญญาณเริ่มต้นที่ดี เป็นแรงขับเคลื่อนสังคมที่แรงกล้าในการเปลี่ยนมุมมองของมาตรฐานความสวย การเลิกโฟกัสที่ความสวย หล่อ

หรือการใช้ มาตรฐานความเชื่อมาเป็นเครื่องมือในการทำลาย กดดัน และปิดโอกาสของคนตรงข้ามกับมาตรฐาน กระแสสังคมเล็กๆที่เกิดขึ้น การมีอินฟลูเอนเซอร์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น อย่างหนูรัตน์ ธิดาพร, แม่สิตางศุ์ ส้มหยุด หรือแม้กระทั่งหญิงลี พระมหาเทวีเจ้า ที่ในปัจจุบัน ไม่ได้โฟกัสที่หน้าตา ความสวย แต่โฟกัสที่ความน่ารัก และความสามารถของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นค่านิยมที่ควรเกิดขึ้นในโลกของเรา

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนมุมมอง และการเปลี่ยนเนื้อหาของสื่อที่พยายามสร้างกรอบความคิดของสังคม การสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสร้างบาดแผลที่ ทำลายความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ดังนั้น คำว่า Beauty Standards จึงเป็นเรื่องที่

สังคมควรทำ ความเข้าใจกัยเสียใหม่ คำว่า บิวตี้ ไม่ควรถูกจำกัดแค่ว่าสวย หล่อ แต่ควร ให้ความสำคัญกับสิ่งที่แ ต่ละคนเป็น ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเห็น เพื่อทำให้ทุกคนในสังคมสามารถใช้ชีวิตของตัวเองในแบบที่ ตัวเองอยากเป็น ไม่ใช่สิ่งที่สังคมอยากให้เป็น

บทความอื่นๆ เส้นบางๆระหว่าง การดูแลตัวเอง กับ ตามbeauty standard