บทความ » Britney Spears พูดต่อหน้าชั้นศาลด้วยตัวเองครั้งแรกในรอบหลายปี

Britney Spears พูดต่อหน้าชั้นศาลด้วยตัวเองครั้งแรกในรอบหลายปี

25 มิถุนายน 2021
311   0

 Britney Spears พูดต่อหน้าชั้นศาลด้วยตัวเองครั้งแรกในรอบหลายปี

 Britney Spears พูดต่อหน้าชั้นศาลด้วยตัวเองครั้งแรกในรอบหลายปี และแล้ววันนี้ก็มาถึง ที่นักร้องสาว บริตนีย์ สเปียร์ส ได้มีโอกาสพูดต่ อหน้าชั้นศาลที่ลอสแอนเจลลิสด้วยตัวเองเกี่ยวกับประเด็น ที่คาราคาซังมานานกว่า 13 ปี

หลังพ่อของเธอ เจมี สเปียร์ส ได้เข้ามาเป็นผู้พิทักษ์ชีวิต รวมถึงท รัพย์สินของตัวเอง ตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งเบื้องหลังก็เต็มไปด้วยปัญหาการถูกกดขี่ และ ไม่มีอิสระใน การตัดสินใจอะไรเลยในชีวิต

ทางบริตนีย์ได้ใช้เวลาเกือบ 30 นาทีใ นการพูดต่อหน้า เบรนดา เพนนี ผู้พิพากษาในคดีนี้ โดยช่วงต้นเธอได้กล่าวว่าเธอมีหลาย อย่างที่อยากจะพูดจากใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่เธอได้ขึ้นศาล เธอก็รู้สึกว่าไม่มีใครรับฟังเธอ ทั้งสิ้น โดยประเด็นแรก ที่เธอได้พูดถึงคือการที่ในปี 2018 เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็น ‘ทาส’ และถูกให้โดน

ใช้งานอยู่ตลอดเวลาโดยทางทีมผู้จัดการและพ่อของเธอ ซึ่ง หลังจาก เธอจบโชว์ Britney: Piece of Me ที่ลาสเวกัสช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเธอแสดงมา 4 ปีเต็ม ทางบริตนีย์ก็ โดนให้เซ็นสัญญาออกทัวร์ ต่อทันทีในชื่อ Piece of Me Tour และ โดนข่มขู่ว่าหากเธอไม่ยอม เธอก็ต้องไป หาทีมทนายเอาเอง

ต่อมาบริตนีย์ก็เผยว่าพอเธอจบ ทัวร์คอนเสิร์ต Piece of Me Tour ก็ต้องทำโชว์ใหม่ที่ลาสเวกัสทันทีในชื่อ Britney: Domination ซึ่งชีวิตของ เธอก็ชุลมุนวุ่นวาย เพราะแม้ตัวเธอเองอยากพักผ่อนบ้าง แต่ก็ต้อง ฝึกซ้อม 4 วันต่อสัปดาห์

และกำกับโชว์ด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด โดยตอนหลังเธอก็ตัดสินใจขอยกเลิกโชว์นี้เพราะตัวเองไม่ไหวแล้วจริงๆ ซึ่งทาง ทีมผู้จัดการของเธอก็พยายามสร้างภาพว่าทางบริตนีย์ไม่ได้ใส่ใจในการฝึกซ้อม และ กล่าวหาว่าเธอไม่ยอมกินยาที่เธอต้องกินประจำ ซึ่งในความเป็นจริง บริตนีย์กินยาทุกเช้า

ปัญหาก็ไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะต่อมาพอบริตนีย์ไปพูดคุย กับนักบำบัดโรค (Therapist) ที่ทางพ่อและทีมงานเป็นคนจัดหาให้เธอเอง เขาก็ได้เปลี่ยนยาของเธอเป็นยา Lithium แทน ซึ่งถือว่ารุนแรงมากๆ และ ให้ข้ออ้างว่าต้องเปลี่ยนเพราะได้รับสายจากหลายคนว่าบริตนีย์ไม่ยอมกินยาเก่า ของเธอ ช่วงเวลาฝึกซ้อมโชว์คอนเสิร์ต แถมตอนนั้นเมื่อบริตนีย์ต้องเริ่มกินยา Lithium เธอก็รู้สึกว่า ตัวเองเหมือนคนคนขาดสติ และ ที่บ้านก็มีพยาบาลกว่า 6 คนเขามาดูแล ซึ่งใน ความเป็น จริงเธอไม่อยากกินยาตัว นี้ด้วยซ้ำ

นอกเหนือจากนั้น บริตนีย์ยังเผยว่าภาพ และ วิดีโอต่างๆ ที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งเธอดูมีความสุขกับชีวิต ที่จริง แล้วก็เป็นการโกหก ทั้งหมด โดยเธอบอกในศาลว่า “ฉันบอกทั้งโลกว่าตัวเองโอเค และ มีความสุข ซึ่งที่จริงมันเป็น เรื่องโกหก ฉันตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ยอมรับความจริง ช็อก กับหลายเรื่องที่ เกิดขึ้น บอบช้ำจิตใจ และ พยายามหลอก ตัวเอง ว่าทุกอย่างโอเค ซึ่งใน ความเป็นจริง ฉันไม่มีความสุข ฉันนอนไม่หลับ ฉันเครียด ฉันร้องไห้ทุกวัน’

บริตนีย์ยังได้พูดอีกว่า สิ่งที่เธอต้องการ ตอนนี้ คือ การที่สามารถตัดสินใจทุกอย่างในชีวิตด้วยตัวเอง สามารถนั่งรถที่ แฟนของ เธอขับ และ สามารถแต่งงานพร้อมมี ลูกอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ทางพ่อ ก็ให้เธอใส่ห่วงคุมกำเนิด (IUD) เพื่อให้มีลูกไม่ได้

“ฉันไม่เคยนึกมาก่อนว่าฉันจะ สามารถทำให้สิทธ์ผู้พิทักษ์ชีวิตมีโอกาสจบลงได้วันนี้ ฉันคิดว่าฉันทำมามากพอแล้ว ฉันไม่ต้อง ให้อะไรคนพวกนี้อีกต่อไป เพราะฉันให้พวกเขามามากพอแล้ว ทั้งให้มีที่พักอาศัย และ เสื้อผ้าให้สวมใส่ทุกวัน มันเสียศีลธรรมมากกับสิ่งที่ฉันต้องเผชิญมาในชีวิต ซึ่งฉันไม่เคยกล้าพูดสิ่งนี้มาก่อนเพราะคิดว่าจะไม่มีใครเชื่อฉัน แต่ฉันไม่ได้โกหก ฉันแค่ต้องการชีวิตกลับคืนมา ฉันอยู่กับสิ่งนี้มาแล้ว 13 ปี และมันควรพอได้แล้ว มาวันนี้ฉันอยากให้เสียงของฉันได้ถูกยิน

เพราะฉันเก็บมันมานานและมันไม่ดีต่อจิตใจฉัน ฉันอารมณ์ไม่ดีมาตลอด และร้องไห้ทุกวัน…เหตุผลที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้วันนี้ ก็เพราะฉันต้องการให้สิทธ์ผู้พิทักษ์ชีวิต จบสักที และฉันไม่ต้องถูกประเมินอีก” บริตนีย์ได้กล่าว พร้อมพูดปิดท้ายว่า “ฉันควรมีสิทธ์เท่าเทียม กับทุกคน สามารถมีลูกได้ มีครอบครัวได้ และสิ่งอื่นๆ และนี่คือทั้งหมดที่ฉันอยากมาพูดกับคุณในวันนี้ ขอบคุณมากๆ ที่ให้ฉันได้มาพูดวันนี้”

บทความอื่นๆ กรณีศึกษาในโลกจริง หลายประเทศใช้วัคซีนจีนสู้โควิด-19