บทความ » Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek

Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek

23 พฤษภาคม 2021
412   0

Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek 

Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek ในวงการเพลงเกาหลี การมองหาศิลปินที่ทำเพลงด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะในยุคใหม่ๆ ที่แม้แต่ศิลปิน K-Pop ก็เริ่มหันมาเขียนเนื้อร้องและบรรเลงท่วงทำนองด้วยตัวเองแล้ว

แต่มีศิลปินคนหนึ่งที่พาตัวเองเข้าไปอยู่กับ แนวทางเพลงหลากหลาย แถมยังทำเพลงให้ศิลปินคนอื่นๆ ตั้งแต่ร็อกเมทัล อินดี้สบายหู ทำบีตฮิปฮอปบ้างในบางที มาจนถึงทำเพลงซินธ์ป๊อปร่วมสมัย 

คนนั้นคือ Cloud หรือ Koh Hyung-seok หลายคนอาจจะไม่คุ้นหน้าเขามากนัก แต่ถ้าบอกว่าเขาเคยเป็นสมาชิก Bye Bye Badman วงร็อกเมทัลที่เคยรับรางวัล Rookie of the Year ปี 2012 จากเวที Korean Music Awards และอดีตสมาชิก CHEEZE วงอินดี้ที่มีดนตรีหวานๆ เป็นเอกลักษณ์ อาจจะ ทำให้บางคนคุ้นเคยขึ้นบ้าง

Cloud Blue Vinyl

เหล่านั้นคืองานเบื้องหน้าที่ทำให้ คนรู้จักเขา แต่ยังมีงานเบื้องหลังอีกอย่างที่คลาวด์ทำมาตลอด 10 ปีบนเส้นทางดนตรี นั่นคือ การทำเพลงให้ศิลปินหลากหลายกลุ่ม 

ทั้งเข้าไปอยู่ใน วงการฮิปฮอปเกาหลี กดบีตให้กับแรปเปอร์ชื่อดังอย่าง Giriboy ในอัลบั้ม Sexual Perceptions (2015) ซึ่งทะยานขึ้นอันดับ 10 ใน Gaon Music Chart ชาร์ตเพลงระดับชาติของเกาหลีแทบ จะทันทีหลังจากปล่อยออกมา

แล้วยังกระโดด มาทำดนตรีแบบป๊อปๆ ให้กับไอดอลเกาหลีอย่าง Chung Ha ในอัลบั้ม Blooming BlueFlourishing และ Querencia 

ที่สำคัญเขายังเป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของ Yerin Beak ศิลปินอาร์แอนด์บีเกาหลีคนแรกที่ทำเพลงภาษาอังกฤษฮิตติดชาร์ตบ้านเกิด ซึ่งเขามี ส่วนร่วมตั้งแต่อัลบั้มเดบิวต์ของเยรินอย่าง FRANK ที่มีเพลงช้าๆ ป๊อปๆ น่าฟังอย่าง Across the universe มาจนถึงอัลบั้มที่ได้รางวัลจากเวที Korean Music Awards และ Melon Music Awards อย่าง Our love is great และ Every letter I sent you. ซึ่งมีจุดเด่นที่การใช้เครื่องสายและเครื่องเป่าในทุกเพลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแนวซินธ์ป๊อปในอัลบั้มล่าสุดอย่าง tellusboutyourself 

ผลงานหลากหลายแนวของเขาทำเอาเราอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมศิลปินวัย 30 ปีคนนี้ถึงขยันพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่แปลกใหม่อยู่เสมอ และยังสามารถสร้างสรรค์ดนตรีให้กับศิลปินที่แตกต่างจากตัวเองจนคว้ารางวัลมาได้ขนาดนี้ 

“ผมคิดว่ามันเป็นไปโดยธรรมชาติ เพราะว่ารสนิยม ในแนวดนตรีของผมก็เปลี่ยนเรื่อยๆ ความชอบในการใช้เครื่องมือทำเพลง ของผมก็เปลี่ยนเรื่อยๆ เช่นกัน ตอนแรกๆ ผมชอบร็อกเมทัล ไม่นานก็ขยับมาฟังแนวอาร์แอนด์บี และแจ๊ส ส่วนตอนนี้ฟังเพลงร็อกอัลเทอร์เนทีฟมากที่สุด” เขาตอบกลับมาผ่านอีเมล 

Cloud Blue Vinyl

อันที่จริงคลาวด์เคยบอกกับหนังสือพิมพ์เกาหลีอย่าง Korea JoongAng Daily เอาไว้ว่า เขานิยามตัวเองด้วยคำว่า ‘เป็นมิตร’ ที่ไม่ได้หมายถึงลักษณะการปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อคนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ของเขา กับสไตล์ดนตรีที่หลากหลายด้วย 

และอีกปัจจัยหนึ่งที่ ทำให้คลาวด์ไม่ขีดกรอบตัวเองไว้ในแนวทางเดิมๆ คือความเชื่อตามที่เขาเคยพูดเอาไว้ว่า คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่ คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นคนที่คอยเปลี่ยนแปลงตัวเองต่างหาก ซึ่งสิ่งนี้แหละ ที่เป็นแรงจูงใจยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา 

Cloud Blue Vinyl

ถึงเขาจะบอกว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ แต่เราก็ยังอยากรู้ต่อว่าแล้วคนชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างเขาใช้เทคนิคอะไรในการแต่งหรือโปรดิวซ์เพลงให้เข้ากับเอกลักษณ์ของศิลปินคนนั้นๆ ได้อย่างลงตัว

“ผมไม่ได้ทำงานหลายๆ แนวเพลงพร้อมกัน อยู่แล้ว ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาในแต่ละโปรเจกต์จึงเป็นไปตามแนวเพลงเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือผมจะไม่พยายามทำดนตรีตามมาตรฐาน แต่จะ ถ่ายทอดบทสนทนาที่เกิดขึ้นในสตูดิโอ เช่น เราเติบโตมาโดยฟังเพลงแบบไหน ตอนนี้ เราใช้ชีวิตด้วยทัศนคติแบบใด ผมจะพูดคุยเรื่องนี้กับศิลปิน แล้วไปคิดต่อว่าจะทำงาน ยังไงให้ศิลปินรู้สึกว่าผมเข้าใจ” คลาวด์บอกว่าเพราะอย่างนี้โปรดิวเซอร์จึงต้องมี ความรู้เยอะมาก “แม้กระทั่งความหนาของปิ๊กกีตาร์ก็อาจจะเปลี่ยนสิ่งที่ศิลปินพยายามเล่าได้เลย” 

พอเขาบอกว่ารายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ก็มีผลต่อเ พลงทั้งหมด มันทำให้เรานึกถึงอัลบั้มล่าสุดของเยรินที่คลาวด์มาช่วยทั้งพาร์ตแต่งทำนอง เรียบเรียงดนตรี และดูภาพรวม โดยเขาต้องทำให้บางเพลงที่มีบีตหนักๆ เข้ากับ เสียงบางและเบาของเยริน ซึ่งถ้าได้ลองไปฟังกันจริงๆ ต้องเอ่ยปากชมเลยว่าทั้งเยรินและคลาวด์แก้ข้อจำกัดนี้ให้ออกมาเป็นเพลงซินธ์ป๊อปที่เข้ากับเนื้อเสียงของเยรินมากๆ และถูกใจแฟนเพลงอย่างมาก

การทำงานร่วมกับเยรินมาตั้งแต่ปี 2015 ยังทำให้คลาวด์ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ Blue Vinyl ค่ายเพลงอิสระที่ก่อตั้งโดยเยรินในปีนี้ พร้อมปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิตชื่อ With a lot of exaggeration ซึ่งเต็มไป ด้วยดนตรีเบา สบายหูที่คอยปลอบประโลมคนฟังสลับกับจังหวะดนตรีแบบใ หม่ที่เขาทดลองเพิ่มเข้ามา

“คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้คือการรวบรวมสิ่งที่เป็นส่วนตัวของผมมากๆ ทำให้เพลงทั้งหมดไม่ได้เล่าเรื่องอลังการอะไรขนาดนั้น ผมแค่เลือก บางความรู้สึกหรือบางเหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตมาเล่า”

ในภาคดนตรี ถ้าได้ลองฟังทั้ง 9 แทร็กในอัลบั้ม With a lot of exaggeration คุณจะได้ยินจังหวะดนตรีที่อยู่ๆ เขาก็เพิ่ม และลดระดับเสียงในบางท่อน นั่นเป็นเพราะแนวทางการทำเพลงของคลาวด์มักนำเสนอ สิ่งแปลกใหม่ในเพลง คนฟังหลายคนจึงบอกว่าเขาแต่งเพลงแปลก ซึ่งเขาสนุกกับ การเปลี่ยนแปลงแบบนี้มากๆ และเปรียบเทียบการทำเพลงตัวเองเหมือนทำอาหารที่จะต้องมีรสชาติใหม่ๆ เสิร์ฟให้คนฟังอยู่เสมอ

เห็นเขาบอกว่าสนุกและ มีความสุขในการอัดเพลงตัวเอง เราก็อดถามไม่ได้ว่าการออกอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปีนี้มีความหมายยังไงกับเขาบ้าง

Cloud Blue Vinyl

“อัลบั้มนี้จะมีความหมาย ต่อผมจริงๆ ก็ต่อเมื่อมันมีผลที่ดีต่อคนฟัง เพราะส่วนตัวผมรู้สึกแค่ว่าการทำอัลบั้มนี้เหมือนกับ การทำโปรเจกต์อื่นๆ ที่ผ่านมา และเป็นอีกหนึ่งในขั้นตอนของการฝึกฝนด้านดนตรีของผม เพราะการทำงานในวงการมา 10 ปีทำให้ผมเรียนรู้ว่ายังมีอะไรหลายอย่างในโลกที่ต้องเรียนรู้”

แม้เขาจะตอบอย่าง ถ่อมตัวแบบนี้ แต่การเป็นคนชอบพาตัวเองไปเจออะไรใหม่ๆ และการเป็นนักทดลอง ทางดนตรีอาจทำให้เราได้เจอเซอร์ไพรส์จากเขาในอนาคตก็ได้ มารอดูกันว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเขา จะสร้างสรรค์ดนตรีแบบไหนมาให้เราได้ฟังกัน

บทความอื่นๆ ประวัติศาสตร์ BEAMS และแฟชั่นญี่ปุ่นฉบับกะทัดรัด