บทความ » Death Cleaning การทำความสะอาดบ้าน

Death Cleaning การทำความสะอาดบ้าน

13 พฤษภาคม 2021
81   0

Death Cleaning การทำความสะอาดบ้าน

Death Cleaning การทำความสะอาดบ้าน Death Cleaning (n.) มาจากคำว่า ‘dostadning’

Death Cleaning คือ การทำความสะอาดบ้านก่อนตาย อธิบายให้ชัดกว่านั้นคือกระบวนการจัดเก็บข้าว ของ ทำความสะอาด และจัดบ้านให้เสมือนว่าเราจะตายจากโลกไปเมื่อไหร่ก็ได้ จัดการเท่าที่ ทำได้เพื่อไม่ให้เป็น ภาระลูกหลานหรือคนรอบตัวในวันที่เราไม่อยู่แล้ว

นอกจากประโยชน์ทางตรง ประโยชน์ ทางอ้อมของ Death Cleaning คือการทำให้เราได้คิดทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา พร้อมสานสัมพันธ์ กับ ความทรงจำของตัวเองในอดีต

ตอนที่คุณยายเราเสียชีวิต สิ่งของ และ เสื้อผ้าในห้องคุณยายได้ถูกทิ้งไว้เกือบปี

หลังจากนั้นน้าเราค่อยๆ จัดการข้าวข องลำเลียงใส่กล่อง ทิ้งไปบ้าง บริจาคบ้าง ทั้งของเล็กและใหญ่ นั่นเองที่ทำให้ เราคิด กับตัวเองว่าต่อให้รักและคิดถึงแค่ไหน ถึงจุดหนึ่งสิ่งของของคนที่เรารักก็คงต้องถูกจัด การใหม่ให้สะดวก กับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ดี และเมื่อมนุษย์คนหนึ่งตายจากไป ร่างก็เน่าสลาย

หรือ ถูกเผากลายเป็นเถ้า แต่ของใช้หรือวัตถุจำนวนมากไม่ได้เน่าสลายตาม สิ่งเหล่านั้นล้วน มีชีวิตยืนยาวกว่าเจ้าของ วันนี้เราเลยอยากแนะนำให้รู้จักกับแนวคิด Death Cleaning หรือ แนวคิด การจัดบ้านเผื่อความตายและชีวิตอันไม่แน่นอน

Death Cleaning (n.) มาจาก คำว่า ‘dostadning’ หรือการทำความสะอาดบ้านก่อนตาย อธิบายให้ชัดกว่านั้นคือ กระบวน การจัดเก็บข้าวของ ทำความสะอาด และจัดบ้านให้เสมือนว่าเราจะตายจากโลกไป เมื่อไหร่ก็ได้ จัดการเท่าที่ ทำได้เพื่อไม่ให้เป็นภาระลูกหลานหรือคนรอบตัวใน วันที่เราไม่อยู่แล้ว

แนวคิด Death Cleaning นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือ The Gentle Art of Swedish Death Cleaning ​โดย Margareta Magnusson ศิลปินสูงอายุชาวสวีดิช เธอเริ่มลองทำ Death Cleaning ในบั้น ปลายชีวิต และได้พบกับ ความสุนทรี แม้อาจฟังดูหม่นหมองจากการเก็บบ้านเผื่อชีวิตอัน ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่เธอค้นพบ กลับไม่ได้เศร้า เพราะนั่นเป็นโอกาสอันดีที่เธอได้สานสัมพันธ์ กับคนรอบตัวในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ 

สรุปวิธีคิดของ Death Cleaning

  • อย่าเศร้ากับการจัดการนี้ การระลึกถึงความตายไม่จำเป็นต้องเศร้า หม่นหมอง จงทำด้วยความยินดี
  • จงอ่อนโยน การเก็บข้าว ของนั้นต้องทำไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด ค่อยๆ ทำไปอย่างอ่อนโยน
  • ไม่ต้องรีบร้อน กระบวนการ Death Cleaning นั้นสามารถทำได้เรื่อยๆ ไม่ต้องทำบ้านให้โล่งว่างเหมือนใหม่ ทำซ้ำ ไปตลอดชีวิต แต่ใช้เวลาวันละ 30 นาที หรือนานๆ ที ค่อยๆ ทำไปก็ได้
  • คิดเสมอว่าเราอยากทิ้ง อะไรไว้ให้คนจดจำ เมื่อตัดสินใจจะมอบอะไรให้คนที่เรารัก ต้องคิดว่าเขาจะแฮปปี้ไหมที่ ได้รับมัน คิดเผื่อคนรอบตัวเรามากๆ
  • เก็บของดีๆ เอาไว้ใช้ยาวๆ แต่อะไรที่ไม่สำคัญกับเราก็ควรปล่อยไป ลดการใช้ของและการบริจาคสิ่งที่จะ กลายเป็นขยะอย่างรวดเร็ว
  • อย่าลืมบอกคนรอบตัวว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ แม้จะเป็น ของส่วนตัวของเรา แต่เราสามารถชวนคนใกล้ตัวมา ช่วยเก็บได้ หากต้องการ เพราะ การเก็บบ้านกับคนใกล้ตัวอาจเป็นโอกาสได้ร่วมระลึกถึงความทรงจำดีๆ ผ่านวัตถุต่างๆ ร่วมกัน

ถ้าฟังเผินๆ แนวคิดนี้ดูคล้าย กับแนวคิดการทำความสะอาดบ้านและกำจัดสิ่งของไม่จำเป็นในบ้านให้เหลือน้อยชิ้นที่ สุดตามฉบับของ ‘มาริเอะ คนโดะ’ ผู้แนะนำให้เราทิ้งสิ่งของที่ไม่สปาร์กจอย ออกไปให้หมด แต่ถ้ าศึกษากันจริงๆ วิธีการจัดบ้านเผื่อความตายของแมกนัสสันนั้นเสนอ เพิ่มเติมในเรื่อง ของการสานสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย 

หากเราไม่ได้ใช้ ของชิ้นใด แนวคิดนี้เสนอว่าเราก็ควรมอบให้คนอื่นเสียตั้งแต่วันนี้ และแนวคิดแบบ Death Cleaning ยังเน้นย้ำ ด้วยว่าการมอบสิ่งของเหล่านั้นให้ผู้อื่นยังสามารถสร้างสายใยมิตรภาพ และ ผูกความสัมพันธ์กัน ขณะที่ยังมีเวลาอยู่ร่วมกันได้ด้วย

ในทางกลับกัน หากเราจัดบ้านแล้วพบสิ่งของที่ไม่ได้อยากมอบให้ใครแต่ยังมีคุณค่ากับเราก็สามารถเก็บไว้ดูได้ โดยเขียนระบุไว้ ด้วยว่าถ้าเราตายเมื่อไหร่ก็สามารถทิ้งสิ่งของชิ้นนี้ไปได้เลย ไม่ต้องมอบให้แก่ใคร

Death Cleaning จึงเป็น วิธีการปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากวัตถุ สามารถทำไปเรื่อยๆ เพื่อระลึกถึงชีวิตที่ผ่านมา และ ตัดใจมอบของให้คนที่เรารักใช้โดยไม่ต้องรอวันที่เราจากไป ในแง่การปฏิบัติจริงอาจนำมาซึ่ง ความขมขื่นเศร้าหมองอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วกิจกรรมนี้มีข้อดีในแง่ที่ว่าตัวเราเองรู้ดีที่สุดว่าเราอยากส่งต่อและอยากทิ้งของชิ้นไหน เพื่อที่ว่าในวันที่ไม่อยู่ คนที่อยู่ข้างหลังเราจะได้ไม่วุ่นวายและจดจำเราในฐานะความทรงจำดีๆ ต่อไปได้ด้วย

บทความอื่นๆ ไม่มีศาสนา แล้วถูกคนอื่นตัดสิน