บทความ » Fleabag ซีรีส์ที่ชวนคุณหันมองกล้องสองแล้วหัวเราะ

Fleabag ซีรีส์ที่ชวนคุณหันมองกล้องสองแล้วหัวเราะ

9 กรกฎาคม 2021
334   0

Fleabag ซีรีส์ที่ชวนคุณหันมองกล้องสองแล้วหัวเราะ Fleabag คือซีรีส์แนวตลกจำนวน 2 ซีซั่นจบ (ซีซั่นละ 6 ตอน) เล่าเรื่องหญิงสาวเจ้าของคาเฟ่หนูตะเภาผู้ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย เธอเพิ่งโดนแฟนบอกเลิก เพื่อนสนิทเพิ่งตาย จะกลับบ้านไปหาพ่อบ่อยก็ไม่ได้เพราะไม่ชอบขี้หน้าแม่เลี้ยง สิ่งที่เธอเหลืออยู่คือน้องสาวผู้ที่ชีวิตวุ่นวายเพราะนิสัยไม่ชอบตัดสินใจของตัวเอง

ถ้าคุณค้นหาชื่อเรื่องในเสิร์ชเอนจิ้นแล้วเช็กฟีดแบ็กจากเว็บไซต์ RottenTomatoes ตอนนี้คะแนนเต็ม 100% (ทั้งสองซีซั่น) จากนักวิจารณ์คงยืนยันความน่าสนใจของซีรีส์ได้ดีจนไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

แต่ถ้าจะให้อธิบาย มีเหตุผลอยู่จำนวนหยิบมือหนึ่งที่เรานึกออก

Fleabag ดัดแปลงจากละครเวทีแบบเล่นคนเดียว (one-woman show) ของ Phoebe Waller-Bridge นักแสดงสาวชาวอังกฤษผู้นำแสดงและรับหน้าที่เป็นผู้สร้างในเวอร์ชั่นซีรีส์เองด้วย (หลายคนอาจจำเธอได้จากภาพยนตร์ Goodbye Christopher Robin, ซีรีส์เรื่อง Killing Eve) สมทบด้วย Sian Clifford, Bill Paterson และนักแสดงรางวัลออสการ์อย่าง Olivia Colman 

มีเรื่องน่าสนใจว่าฟีบี้ใช้เวลาสร้างตัวละครนี้แค่ 10 นาทีเท่านั้น จากภารกิจที่เพื่อนท้าให้ทำในงาน stand-up storytelling night

“ในฐานะดารา ฉันไม่เคยเล่นบทผู้หญิงที่ร้ายแบบไร้ยางอายมาก่อน และฟลีแบ็กคือผู้หญิงประเภท ฉันรู้ว่าฉันร้าย ฉันรู้ว่าฉันซน และฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่พังทลายมากเช่นกัน” ฟีบี้ให้สัมภาษณ์กับ Vulture เรื่องความสนุกของคาแร็กเตอร์นี้ “ในตอนแรก เธอจะเล่าเรื่องชีวิตเซ็กซ์ ความมั่นใจ และคนดูจะเห็นว่าเธอหิวเซ็กซ์มากแค่ไหน…จนกระทั่งจุดหนึ่งที่เธอเปิดเผยเรื่องเศร้าในชีวิต แต่ฉันอยากเล่าด้วยโทนเสียงตลก จนคนดูหัวเราะอย่างหยุดไม่ได้แต่ก็คิดในใจว่า ฉันควรจะหัวเราะให้กับตัวละครนี้จริงๆ เหรอ” 

Fleabag

ฟลีแบ็กเวอร์ชั่นละครได้รางวัล The Scotsman Fringe First Award บทละครใหม่ยอดเยี่ยมใน Edinburgh Festival Fringe เทศกาลศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหลังจากที่เวอร์ชั่นซีรีส์ฉายทางช่อง BBC Three ในปี 2016 และ 2019 มันก็กวาดรางวัลจากเวทีใหญ่ๆ สำหรับสื่อบันเทิงทางโทรทัศน์อย่าง Primetime Emmy Awards และ Golden Globe Awards ในสาขานักแสดงนำหญิงและซีรีส์ตลกยอดเยี่ยม

สิ่งที่ทำให้ Fleabag แตกต่างจากซีรีส์แนวคอเมดี้เรื่องอื่นคือการสร้างอารมณ์ขันที่มีแนวทางเฉพาะตัว มุกตลกในเรื่องไม่ได้โบ๊ะบ๊ะ หากเป็นตลกหน้าตาย ตลกกับความย้อนแย้ง และตลกกับปฏิกิริยาตอบสนองของตัวฟลีแบ็กที่มีต่อสถานการณ์รอบตัว

Fleabag

ความสนุกคือเธอไม่ได้ตอบสนองด้วยสีหน้าหรือไดอะล็อกสุดฮาเหมือนในซิตคอม แต่เธอตอบสนองลักษณะเดียวกับตัวร้ายในละครไทยผู้หันมามองกล้องสองแล้วพูดประโยคร้ายๆ แบบไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน 

ยังไงก็ตาม ฟลีแบ็กไปไกลกว่านั้นตรงที่เธอหันมามองกล้องแล้วพูดกับ ‘คนดู’ จริงๆ ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการตามดูรีแอ็กชั่นตลกๆ และหัวเราะไปพร้อมตัวละคร แม้วิธีการที่เรียกว่า ‘break the fourth wall’ (การให้ตัวละครออกมาพูดกับคนดูได้) แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับหนังและซีรีส์ (Deadpool, Chewing Gum คือตัวอย่างที่เล่นมุกตลกแนวนี้มาแล้ว) แต่มันก็ได้ผล และเป็นเหตุผลส่วนใหญ่ของเสียงหัวเราะระหว่างการดูเรื่องนี้ของเราเลย

Fleabag

ถ้าดูเพลินๆ แค่ตอนเดียว เราอาจมองว่า Fleabag คือซีรีส์ตลกเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่พบสถานการณ์สุดกระอักกระอ่วนแล้วตอบสนองด้วยอารมณ์ขัน แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ เราจึงเข้าใจว่ามันเป็นซีรีส์ประเภท tragicomedy (ตลกโศกเศร้า) อย่างที่ผู้สร้างนิยามไว้

เพราะมองลึกลงไป ภายใต้บุคลิกของการเป็นคนไร้จุดหมาย เสพติดเซ็กซ์ และการมีอารมณ์ขันต่อทุกอย่างจนดูเหมือนคนเกือบเสียสติ อาจแปลว่าเธอมีตัวตนที่แตกสลายซ่อนอยู่ภายใน 

Fleabag

ซีรีส์ยืนยันความคิดนั้นด้วยการเปิดเผยความลับว่าฟลีแบ็กเคยทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวง ขนาดที่ว่าเรื่องน่าปวดหัวทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นเทียบกับเรื่องที่เธอทำไม่ได้เลย ตอนนั้นเองที่เราเกิดความปั่นป่วนในใจและเกิดคำถามว่า ฉันควรจะหัวเราะให้กับตัวละครนี้จริงๆ เหรอ

การคุยกับกล้องของเธออาจหมายถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวเกินไปจนต้องชวนคนดูคุย การที่คนดูแทบไม่ได้เห็นฟลีแบ็กร้องไห้ตลอดทั้งเรื่องเลยอาจเพราะเธอกำลังขำกลบเกลื่อนความเศร้า การที่เห็นว่าเธอดิ้นรนไปช่วยเหลือน้องสาวอาจเพราะเธออยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นประโยชน์กับใครสักคน 

พอนึกย้อนกลับไป การกระทำเหล่านั้นยิ่งทำให้เรารักและเข้าใจตัวฟลีแบ็กมากขึ้น เพราะบางเวลา เราก็อาจเคยทำแบบเดียวกับเธอเหมือนกัน    

ในช่วงที่โลกร้ายกับเรามากเป็นพิเศษ ในตอนที่เรารู้สึกผิดหวังกับตัวเองจนให้อภัยตัวเองไม่ไหว ในเวลาที่เราจมดิ่งกับความเศร้าแต่ไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับเรา

บางครั้งที่เราอยากร้องไห้ แต่เราทำไม่ได้ เราเลือกที่จะหัวเราะ 

บทความอื่นๆ olarpunk แนวคิดต่อต้านอนาคตอันห่วยแตก