บทความ » GWM รุกคืบประเทศไทย เปิดตัวรถไฟฟ้า

GWM รุกคืบประเทศไทย เปิดตัวรถไฟฟ้า

10 กุมภาพันธ์ 2021
934   0

GWM รุกคืบประเทศไทย เปิดตัวรถไฟฟ้า 

GWM รุกคืบประเทศไทย เปิดตัวรถไฟฟ้า  แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ในปีที่ผ่านมาจะมียอดขายลดลงอย่างน่าใจหาย ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก สืบเนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นของโควิด-19 แต่ในขณะเดียวกัน เทรนด์ ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ก็ได้เข้ามาจับกระแสความสนใจของผู้บริโภคและหน่วยงานจำนวนมากได้ทันท่วงที ส่งผลให้เราเริ่มเห็นความคึกคักของตลาด EV เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไทม์ไลน์เดียวกัน

ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motors: GWM) ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด ‘Experience Your New xEV World’ ที่ต้องการจะเปิดประสบการณ์การ ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ในรูปลักษณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค หลังจากที่ซุ่มดำเนินกิจการในไทยมานานกว่า 1 ปีเต็ม โดยได้เปิดตัวรถยนต์ใน 2 แบรนด์แรก คือ HAVAL และ ORA และ เตรียม จะเปิดตัวรวม 4 โมเดล ภายในปี 2564 นี้ 

สำหรับรถยนต์ที่ ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัว ประกอบด้วย 

  1. ORA Good Cat – รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% แบรนด์ ORA ที่มาในรูปลักษณ์สุดคลาสสิกผสมผสานกับดีไซน์ความโฉบเฉี่ยวแบบฟิวเจอริสติก โดยถือเป็น EV รุ่นแรกที่ทาง GWM จะนำเข้ามาจำหน่ายในไทย
  1. All New HAVAL H6 – รถยนต์โมเดลเอสยูวีจากแบรนด์ Haval ที่ทำยอดขายรวมได้มากกว่า 6 ล้านคันทั่วโลก และทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา มีจุดเด่นอยู่ที่การจัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ในตัวรถแบบครบเครื่อง

อย่างไรก็ดี การเปิดตัวในครั้งนี้ ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ข้อมูลของรถยนต์ทั้ง 2 โมเดลแบบคร่าวๆ เท่านั้น รวมถึงยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเรื่องสี สเปกรถ และราคาจำหน่ายของรถยนต์ทั้ง 2 แบรนด์ โดยตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 3 ปีนี้ พวกเขาจะต้องเปิดตัวรถยนต์วางขายในไทยรวมทั้งหมด 9 รุ่นให้ได้ (อีกสองแบรนด์ที่เหลือคือ Poer โมเดลกระบะ และ WEY โมเดลเอสยูวีไฮเอนด์)

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า GWW จะเน้นการดำเนินธุรกิจในไทยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบไปด้วย 1. xEV Leader – การเป็นผู้นำด้านรถพลังงานไฟฟ้า กับ Mission ‘9 in 3’ ที่จะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยรถยนต์แทบทั้งหมดจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 

  1. Consumer Voice Focus – การรับฟังเสียงของผู้บริโภค โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะรับฟังเสียงสะท้อนของลูกค้าเป็นหลักในการวางแผนธุรกิจ และนำมากำหนดแนวทางการทำการตลาดและการให้บริการ เพื่อนำไปพัฒนา ปรับปรุง และ ยกระดับการให้บริการในทุกมิติ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยให้ดีที่สุด 

และ 3. New User Experience – สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยนำเสียงของผู้บริโภค และ คำแนะนำต่างๆ มาทำ New User Experience Concept ผ่านขบวนการ Design Thinking เพื่ออ อกแบบ ประสบการณ์ใหม่ของผู้บริโภคที่ จะเริ่มต้นตั้งแต่การค้นหาข้อมูล, การเ ปรียบเทียบรุ่นรถ,

การทดสอบรถ, การเลือกซื้อรถ, การขอสินเชื่อ, การส่งมอบรถ, การบริการ และ การสร้างความสุขตลอดการเป็นเจ้าของรถผ่านกิจกรรมต่างๆ แบบ O2O 

“เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่ จะส่งมอบยานยนต์และเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมประสบการณ์ การขับขี่เหนือ ระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทย และ พร้อมที่ จะช่วยผลักดันการสร้างอีโคซิสเต็มของรถยนต์ไฟฟ้า ในไทย

รวมไปถึงการพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ และศักยภาพของบุคลากรไทย ควบคู่ไป กับ การยกระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกล และ เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน” ณรงค์กล่าว

นอกจากนี้ ในระหว่างการแถลงข่าว ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ยังบอกอีกด้วย ว่า เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะใช้โรงงานอัจฉริยะ ของ พวกเขาที่จัดตั้งในจังหวัดระยอง ตั้งแต่ ปีที่ผ่านมาเป็นฐานทัพการผลิตรถยนต์ที่ สำคัญของบริษัท และส่งออกไป ยังประเทศอื่นๆ ใน ภูมิภาคอาเซียน

ที่สำคัญ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ ตอบตกลงกับ BOI ที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดเทคโนโลยี ช่วยยกระดับ การพัฒนาบุคลากรไทยให้มีความรู้ ความชำนาญ และทักษะที่จำเป็นสำหรับ การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

บทความอื่นๆ ส่องราคาเป้าหมายหุ้น OR ก่อนเข้าเทรด 11 กุมภาพันธ์