บทความ » Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

24 พฤศจิกายน 2020
75   0

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ในขณะที่เรากำลังงุนงงกับแคมเปญ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ของ รัฐบาลไทย ที่ประเทศตุรกีมีข่าวสะเทือนใจคนทั้งโลก เมื่อประธานาธิบดีเออร์โดกัน แห่ง ตุรกี ลงนามประกาศให้มหาวิหารเซนต์โซเฟีย หรือที่คุ้นหูกันในนาม ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia)

กลับสถานะคืนสู่การเป็นมัสยิด ตามคำพิพากษาของศาลสูงตุรกีที่ว่า การเปลี่ยน สถานะฮาเกีย โซเฟียให้เป็นพิพิธภัณฑ์นั้น เป็นการกระทำ ที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย และ เป็นโมฆะ เนื่องจากเป็น ทรัพย์สินส่วน พระองค์ของสุลต่านเมห์เหม็ด แห่งจักรวรร ดิออตโตมัน

จากประกาศนี้ ทำให้มหาวิหารที่เป็นสัญลักษณ์การอยู่รวมกันของ 2 ศาสนา คริสต์และอิสลาม ต้องปิดตัวลง ในฐานะพิพิธภัณฑ์ และจะเปิดประตูอีกครั้งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2020 ในฐานะมัส ยิด ท่ามกลางความเศร้าโศกของชาวคริสต์และความปลื้มปีติของชาวมุสลิม ผู้นำ และ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกต่างถกเถียง

และ หว่านล้อมให้ประธานาธิบดีเออร์โดกันแห่งตุรกี พิจารณาใหม่ องค์การยูเนสโกร่อน จดหมายไปหาตุรกี สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และ องค์กรศาสนาคริสต์ต่างๆ เพื่อ แสดงความเสียใจ และแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ หรือ แม้แต่ประธานาธิบดีปูตินก็ยัง ต่อ สายตรงคุยประเด็นนี้กับคิเรียกอส มิตโซตากิส รัฐมนตรีของกรีซ เช่นกัน

มหาวิหารที่เป็น มากกว่าศาสนสถาน

ย้อนกลับไป ยังศตวรรษที่ 4 ฮาเกีย โซเฟีย คือมหาโบสถ์ ของ ศาสนาคริสต์นิกายไบแซนไทน์ มานานกว่า 1,000 ปี จนกระทั่งใน ปี 1453 สุลต่าน แห่ง ออตโตมันบุกยึด เมืองคอนสแตนติโนเปิล และ ดัดแปลงทุกสิ่งอย่าง ภายในโบสถ์ให้กลาย เป็น สุเหร่าของมุสลิม กระทั่งถูกเปลี่ยนมาพิพิธภัณฑ์เมื่อ 86 ปีที่แล้ว

ผู้เขียนเคยไปฮาเกีย โซเฟีย เมื่อราว 6 ปีก่อน มหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้ง อยู่บริเวณย่านสุลต่านอาห์เหม็ด เขตเมือง เก่าแหล่งรวมสถานที่สำคัญหลายแห่ง ของ อิสตันบูล ความอลังการของฮาเกีย โซเฟีย สร้างความตื่นตาตื่นใจ แก่ผู้พบ เห็นได้ดี อาคารหลังที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นการดำริสร้างของจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1

โบสถ์หลังที่ 3 ครอบด้วยหลังเดิมที่พังทลายลงเพราะไฟไหม้จากเหตุจลาจล โดยซื้อและนำวัสดุก่อ สร้างมา จากอาณาจักรต่างๆ เช่น เสาแบบเฮลเลนิสติกจากวิหารอาร์ทิมิส เมืองเอเฟซุส หินเนื้อ ดอกจากอียิปต์ หินอ่อนเขียวจากแคว้นเทสซาลี หินดำ จากแถบบอสฟอรัส และ หินเหลืองจากซีเรีย

โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ เรียกว่า เข้าขั้นอัจฉริยะ อาคารใหญ่โตโอ่โถ่งกลับไม่มีเสาต้นใหญ่ค้ำยัน แต่ใช้หลักการถ่ายเทน้ำหนัก

จาก หลังคาลงสู่ผนัง ท้าทายความคิดของผู้คนสมัยนั้น ที่ว่าทำไม่ได้ จนกลายเป็น มาตรฐานของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ โรมันคา ทอลิก และ อิสลามต่อ มาอีกหลายศตวรรษ 

ภาพ โมเสก ทางคริสตศาสนาถูก กะเทาะปอกเปลือก อวดโฉม อีกครั้งเคียงคู่อักษรอารบิก นับเป็นสถานที่เดียวในโลกที่เห็น สองศาสนาอยู่ ภายใต้ อารามศักดิ์สิทธิ์เดียวกัน ฮาเกีย โซเฟีย จึงไม่ได้ทำหน้าที่ เป็น

เพียงพิพิธภัณฑ์เก่าธรรมดา แต่ยังเป็นตัวแทนวิทยาการความรู้ ต้นแบบงานทางสถาปัตยกรรม และ สัญลักษณ์ของความเท่าเทียม และ ปรองดองของศาสนา 

ความพ่ายแพ้ของคริสตจักร และความภูมิใจของชาวมุสลิม

ในปี 2019 มี นักท่องเที่ยวเดินทาง จาก ทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนฮาเกีย โซเฟีย ถึง 3.7 ล้านคน ถือเป็น มิวเซียม ที่มีคนเยี่ยมชมมากที่สุดในตุรกี สำหรับคนนอก ฮาเกีย โซเฟียคือจุดหมายปลายทาง ที่เหมาะสมกับ

คำว่า พิพิธภัณฑ์ด้วยเหตุผลทั้งปวง แต่ สำหรับชาวมุสลิมบางคน การกลับมา ทำหน้าที่ มัสยิดหล วงอีกครั้งดังเช่น 500 ปีที่เคยเป็นมา คือความภาคภูมิใจของพวกเขา 

นับตั้งแต่ได้ตำแหน่งประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ก็แสดงท่าทีอันชัดเจนที่ผลักดันให้ ศาสนาอิสลามกลายมาเป็น ศาสนาหลักของประเทศ ซึ่งคำประกาศเปลี่ยนสถานะของฮาเกีย โซเฟีย คือหนึ่ง

ความสำเร็จในนโยบายดังกล่าว ประชาชนที่สนับสนุนเขาต่างออกมาโห่ร้องแสดงความยินดีที่ ด้านนอกมหาวิหาร เช่นเดียว กับ สมาชิกในสภาแห่งชาติตุรกีต่างลุกขึ้นปรบมือ แสดงความยินดี

คำประกาศดังกล่าว สร้างความรู้สึกเจ็บปวดให้เหล่าคริสต์ศาสนิกชน และนักอนุรักษ์ทั่วโลก เพราะการเปลี่ยนบทบาท จาก พิพิธภัณฑ์ไปเป็นมัสยิด อาจทำให้ภาพโมเสกในที่ต่างๆ และหลักฐานทางโบราณคดี

ถูกลบกลบหายไป แม้รัฐบาลตุรกีจะออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนบทบาทในครั้งนี้จะไม่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้แน่นอน และยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ทุกชาติ ทุกศาสนาเยี่ยมชมเช่นเคย เพียงแต่อาจมีข้อบังคับเรื่องการแต่งกายที่เข้มงวดขึ้น 

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (24 กรกฎาคม 2020) มหาวิหารเซนต์โซเฟีย จะกลับไปทำหน้าที่มัสยิดอีกครั้ง หลังอยู่ในฐานะพิพิธภัณฑ์มานานกว่า 86 ปี เราก็คงต้องตามต่อไปว่า ฮาเกีย โซเฟียในวันข้างหน้าจะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร

และตัวมิสยิดเองจะกลายเป็นตัวยืนยันความสำเร็จของการเปลี่ยนนโยบายรัฐฆราวาส มาเป็นรัฐอิสลามหรือไม่ แม้การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเจ็บปวด แต่บางครั้งอาจจะไม่แย่เสมอไป

บทความอื่นๆ รวมลิสต์ซีรีส์ข้ามเวลา พล็อตฮิตมาแรงของเกาหลี