บทความ » Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

4 ตุลาคม 2020
376   0

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง

Hagia Sophia คืนสู่บทบาทมัสยิดอีกครั้ง เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ในขณะที่เรากำลังงุนงง กับ แคมเปญ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ของ รัฐบาลไทย ที่ประเทศตุรกีมีข่าวสะเทือนใจคนทั้งโลก เมื่อประธานาธิบ ดีเออร์โดกัน แห่งตุรกี

ลงนามประกาศให้มหาวิหารเซนต์โซเฟีย หรือที่คุ้นหูกัน ในนาม ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) กลับสถานะคืนสู่การเป็นมัสยิด ตามคำพิพากษา ของ

ศาลสูงตุรกีที่ว่า การเปลี่ยน สถานะฮาเกีย โซเฟียให้เป็นพิพิธภัณฑ์นั้น เป็น การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นโมฆะ เนื่องจาก เป็น ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของสุล ต่านเมห์เหม็ด แห่งจักรวรรดิออตโตมัน

จากประกาศนี้ ทำให้มหาวิหารที่เป็นสัญลักษณ์การอยู่รวมกันของ 2 ศาสนา คริสต์และอิสลาม ต้อง ปิดตัวลงในฐานะพิพิธภัณฑ์ และจะเปิดประตูอีกครั้งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2020 ใน ฐานะมัสยิด ท่ามกลางความเศร้าโศก

ของ ชาวคริสต์และความปลื้มปีติของชาวมุสลิม ผู้นำ และ องค์กรต่างๆ ทั่วโลก ต่างถกเถียง และ หว่านล้อมให้ประธานาธิบดีเออร์โดกันแห่ง ตุรกีพิจารณาใหม่ องค์การยูเนสโกร่อนจดหมายไปหาตุรกี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และ องค์กรศาสนาคริสต์ต่างๆ เพื่อ แสดงความเสียใจ และ แสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับ นโยบายนี้ หรือ แม้แต่ประธานาธิบดีปูติน ก็ยังต่อ สายตรงคุยประเด็นนี้ กับ คิเรียกอส มิตโซตากิส รัฐมนตรีของกรีซ เช่นกัน

Hagia Sophia

มหาวิหารที่เป็นมากกว่าศาสนสถาน

ย้อนกลับไปยังศตวรรษที่ 4 ฮาเกีย โซเฟีย คือมหาโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายไบแซนไทน์ มานานกว่า 1,000 ปี จนกระทั่งในปี 1453 สุลต่าน แห่งออตโตมันบุกยึดเมืองคอนสแตนติโนเปิล และ ดัดแปลงทุกสิ่งอย่างภายในโบสถ์ ให้กลายเป็น สุเหร่าของมุสลิม กระทั่งถูกเปลี่ยนมา พิพิธภัณฑ์ เมื่อ 86 ปีที่แล้ว

ผู้เขียนเ คยไปฮาเกีย โซเฟีย เมื่อราว 6 ปีก่อน มหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณย่านสุลต่านอาห์เหม็ด เขตเมืองเก่า แหล่งรวมสถานที่สำคัญหลายแห่งของอิสตันบูล ความอลังการของฮาเกีย โซเฟีย

สร้าง ความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้พบเห็นได้ดี อาคารหลังที่ เราเห็นในปัจจุบัน เป็น การดำริสร้าง ของ จักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 โบสถ์หลังที่ 3 ครอบด้วยหลังเดิมที่พังทลาย ลงเพราะ ไฟไหม้ จาก เหตุจลาจล โดยซื้อและนำวัสดุก่อสร้าง

มาจากอาณาจักรต่างๆ เช่น เสา แบบเฮลเลนิสติก จากวิหารอาร์ทิมิส เมืองเอเฟซุส หินเนื้อดอกจากอียิปต์ หินอ่อนเขียวจากแคว้นเทสซาลี หินดำ จาก แถบบอสฟอรัส และ หินเหลืองจากซีเรีย

โครงสร้าง ทาง สถาปัตยกรรมที่ เรียกว่าเข้าขั้นอัจฉริยะ อาคารใหญ่โตโอ่โถ่ง กลับไม่มีเสาต้นใหญ่ ค้ำยัน แต่ใช้หลักการถ่ายเทน้ำหนัก จาก หลังคาลงสู่ผนัง ท้าทาย ความคิดของผู้คนสมัยนั้น ที่ว่าทำไม่ได้ จน กลายเป็น มาตรฐานของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ โรมันคาทอลิก และ อิสลามต่อมาอีกหลายศตวรรษ 

ภาพโมเสก ทาง คริสตศาสนาถูก กะเทาะ ปอกเปลือก อวดโฉมอีกครั้งเคียง คู่อักษรอารบิก นับเป็น สถานที่ เดียวในโลกที่เห็นสองศาสนา อยู่ภายใต้ อารามศักดิ์สิทธิ์เดียวกัน ฮาเกีย โซเฟีย จึง ไม่ได้ ทำหน้าที่ เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ เก่าธรรมดา แต่ ยังเป็น ตัวแทนวิทยาการความรู้ ต้นแบบงาน ทางสถาปัตยกรรม และ สัญลักษณ์ ของ ความเท่าเทียม และ ปรองดองของศาสนา 

ความพ่ายแพ้ของคริสตจักร และความภูมิใจของชาวมุสลิม

ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวเดินทาง จากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนฮาเกีย โซเฟีย ถึง 3.7 ล้านคน ถือเป็นมิวเซียมที่มี คนเยี่ยมชม มากที่สุดในตุรกี สำหรับคนนอก ฮาเกีย โซเฟียคือจุดหมายปลายทางที่ เหมาะสมกับคำว่าพิพิธภัณฑ์ ด้วยเหตุผล ทั้งปวง แต่ สำหรับชาวมุสลิมบางคน การกลับมา ทำหน้า ที่มัสยิดหลวงอีกครั้งดังเช่น 500 ปีที่ เคยเป็นมา คือ ความภาคภูมิใจของ พวกเขา 

นับ ตั้งแต่ ได้ตำแหน่งประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ก็แสดงท่าทีอันชัดเจนที่ผลักดันให้ ศาสนาอิสลามกลายมาเป็น ศาสนาหลักของประเทศ ซึ่งคำประกาศเปลี่ยน สถานะของฮาเกีย โซเฟีย คือ หนึ่งความสำเร็จ

ใน นโยบาย ดังกล่าว ประชาชนที่ สนับสนุนเขา ต่างออกมาโห่ ร้องแสดงความยินดีที่ ด้านนอก มหาวิหาร เช่นเดียว กับสมาชิก ในสภาแห่งชาติตุรกีต่างลุกขึ้นปรบมือ แสดงความยินดี

คำประกาศ ดังกล่าว สร้างความรู้สึกเจ็บปวดให้เหล่าคริสต์ศาสนิกชน และ นักอนุรักษ์ทั่วโลก เพราะ การเปลี่ยนบทบาทจากพิพิธภัณฑ์ไปเป็นมัสยิด อาจทำให้ภาพโมเสกในที่ต่างๆ และ หลักฐานทางโบราณคดีถูกลบกลบหายไป

แม้รัฐบาลตุรกีจะออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนบทบาท ในครั้งนี้ จะไม่กระทบ ต่อ มรดกทางวัฒนธรรม เหล่านี้แน่นอน และยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ทุกชาติ ทุกศาสนาเยี่ยมชม เช่นเคย เพียงแต่อาจมีข้อบังคับเรื่องการแต่งกายที่ เข้มงวดขึ้น 

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (24 กรกฎาคม 2020) มหาวิหาร เซนต์โซเฟีย จะกลับไปทำหน้าที่มัสยิดอีกครั้ง หลังอยู่ใน ฐานะ พิพิธภัณฑ์ มานานกว่า 86 ปี เราก็คงต้องตามต่อไปว่า ฮาเกีย โซเฟียในวันข้างหน้าจะ มีโฉมหน้า เป็นอย่างไร

และตัวมิสยิดเองจะกลายเป็นตัวยืนยันความสำเร็จของการเปลี่ยนนโยบายรัฐฆราวาส มาเป็นรัฐอิสลามหรือไม่ แม้การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเจ็บปวด แต่ บางครั้ง อาจจะไม่แย่เสมอไป

บทความอื่นๆ เปิดตำนาน หม้อแกงเมืองเพชร