บทความ » HAMCUS แบรนด์แฟชั่นสำหรับใส่ในวันที่โลกล่มสลาย

HAMCUS แบรนด์แฟชั่นสำหรับใส่ในวันที่โลกล่มสลาย

4 กรกฎาคม 2021
334   0

HAMCUS แบรนด์แฟชั่นสำหรับใส่ในวันที่โลกล่มสลาย

HAMCUS แบรนด์แฟชั่นสำหรับใส่ในวันที่โลกล่มสลาย “SOCIETY คือ ‘สังคมแกนกลาง’ ของจักรวาล PRIMUS ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดของเราจะมุ่งความสนใจ ไปที่กลุ่มสังคมที่ซับซ้อนนี้ ในจุดสูงสุดของช่วงเวลาก่อนการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์ ทรัพยากรของดาวเคราะห์ V-19 ค่อยๆ ร่อยหรอลงไปทุกที ก่อนที่โรคระบาดปริศนาจะฉกฉวยทรัพยากรเท่าที่เหลือไปอีก จนในที่สุดดาว V-19 ก็เสื่อมถอยและล่มสลาย ก้าวไปสู่ยุคใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นสังคมบุพกาลภายใต้ระเบียบสังคมที่บ้าคลั่งของโลกหลังการล่มสลาย”

ประโยคที่คุณเพิ่งจะอ่านจบไปนี้ไม่ได้มาจากนิยายวิทยาศาสตร์ ไซ-ไฟแต่อย่างใด หากมาจากคำบรรยายเสื้อผ้าคอลเลกชั่น S0CIETY319 ของ HAMCUS ต่างหาก 

HAMCUS คือแบรนด์แฟชั่นสัญชาติจีน ที่หากจะอธิบายสไตล์เสื้อผ้าของแบรนด์นี้ก็เห็นจะต้องใช้คีย์เวิร์ดจำพวก ‘เครื่องแบบสไตล์ทหาร’ (military-inspired) ‘เทคแวร์’ (techwear) และ ‘ล้ำยุค’ (futuristic) แม้ว่านิยามเหล่านี้อาจจะช่วยอธิบายคอนเซปต์กว้างๆ ของแบรนด์ แต่การจะบอกว่าตัวตนของ HAMCUS สามารถสรุปอย่างรวบรัดได้ด้วยคีย์เวิร์ดที่กล่าวมานี้ก็ดูจะเป็นการลดทอนความซับซ้อนของแบรนด์ไปอย่างมหาศาล แน่นอนว่า HAMCUS คือแบรนด์แฟชั่น แต่ในขณะเดียวกัน HAMCUS ก็เป็นอะไรที่มากกว่านั้น เพราะนิยามจริงๆ ของมันไปไกลเกินกว่าแบรนด์แฟชั่นที่เราคุ้นเคยกันโดยทั่วๆ ไป

จุดเริ่มต้นของ HAMCUS 

เริ่มต้นจากโรงงานผลิตสินค้าแฟชั่นไฮเอนด์เล็กๆ ในมณฑลกวางโจว จนกระทั่งปี 2015 Tuff Leung เจ้าของโรงงานแห่งนี้ก็ตัดสินใจพัฒนาแบรนด์แฟชั่นเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ HAMCUS

“ผมมีโรงงานเป็นของตัวเองในจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 และมีคนงานอยู่ประมาณ 40 คนในโรงงานทั้งหมด 3 แห่ง เราผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกอยู่หลายปี ด้วยความที่เราเป็นโรงงานที่ค่อนข้างจะครบวงจรอยู่แล้ว HAMCUS เลยสามารถผลิตเสื้อผ้าได้เป็นร้อยๆ ตัวในแต่ละคอลเลกชั่น” ทัฟฟ์เล่าในบทสัมภาษณ์ของเขากับนิตยสาร TECHUNTER

กำลังการผลิตที่เพียบพร้อมก็เรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ในมุมมองของผู้ก่อตั้งอย่างทัฟฟ์แล้ว นิยามของ HAMCUS คืออะไร

“ผมมักจะพูดว่ามันคือ ‘รูปแบบที่คาดเดาไม่ได้’ (unpredictable forms) ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังใช้คำนี้อยู่นะ เพราะคอนเซปต์ของแบรนด์เราจะพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แต่ผมอยากเรียกมันว่าเป็น ‘จักรวาลของ HAMCUS’ มากกว่าที่จะเรียกมันว่าแบรนด์เสื้อผ้า เพราะผมพยายามทำความเข้าใจว่าเป้าหมายของเราในอนาคตคืออะไร ซึ่งมันน่าตื่นเต้นมากๆ เพราะมันคือการกระโดดออกจากคอนเซปต์ในลักษณะกายภาพของเสื้อผ้า ไปสู่แรงบันดาลใจที่เราค้นพบในจักรวาลที่กว้างใหญ่เกินกว่านั้น”

อย่าเพิ่งงงว่าทัฟฟ์กำลังพยายามจะสื่อสารอะไร เพราะนี่แหละคือหัวใจของ HAMCUS สิ่งที่เขาเนรมิตขึ้นพร้อมๆ กับการออกแบบเสื้อผ้าของ HAMCUS คือ ‘โลกอีกใบหนึ่ง’ หรือพูดให้ชัดขึ้นคือ เขาได้จินตนาการถึง ‘โลกอื่น’ ที่แตกต่างไปจากโลกที่เราดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น หากยังรวมถึงประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา ไปจนถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกับโลกของเราอย่างสิ้นเชิง และเป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกอื่นนี้เองที่ทัฟฟ์ได้จินตนาการว่ากำลังออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับพวกเขา ไม่ใช่มนุษย์บนโลกของเราแต่อย่างใด พูดอีกอย่างคือ เสื้อผ้าของ HAMCUS ไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของสังคมที่เราดำเนินชีวิตอยู่ แต่เป็นเครื่องแต่งกายที่ผู้คนในอีกโลกหนึ่งสวมใส่ต่างหาก 

แบรนด์เสื้อผ้าที่จินตนาการโลกขึ้นมาอีกใบ

“ผมเรียกมันว่าโลก ‘PRIMUS’ และ ‘สไตล์ของตัวละครในระบบ Cosmos’ นี่คือวิธีการนิยามเผ่าพันธุ์ต่างๆ ของผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกแห่งนี้” ทัฟฟ์เล่าในบทสัมภาษณ์หนึ่ง

ควบคู่ไปกับการออกแบบเสื้อผ้า ทัฟฟ์ได้สร้างเรื่องราวของโลกที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกใบ โดยที่ในแต่ละคอลเลกชั่นของ HAMCUS เขาจะเปิดเผยรายละเอียดและความเป็นไปของเหตุการณ์ต่างๆ ใน PRIMUS เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเรื่องสภาพแวดล้อมในพื้นที่ต่างๆ ของโลกใบนี้ ลัทธิความเชื่อที่กำลังแผ่อิทธิพลในภูมิภาคหนึ่ง ไปจนถึงสงครามที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์ต่างๆ บน PRIMUS

ในแง่นี้ คอนเซปต์ในแต่ละคอลเลกชั่นของ HAMCUS จึงเป็นเสื้อผ้าของเผ่าพันธุ์ต่างๆ บน PRIMUS โดยที่เผ่าพันธุ์เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่มีวิถีชีวิต ความเชื่อ หรือกระทั่งอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในคอลเลกชั่นที่ชื่อ SOLO แบรนด์ได้บอกเล่าเรื่องราวของคอลเลกชั่นนี้ว่า 

“พวกเขาได้ผ่านสมรภูมินับไม่ถ้วนในผืนป่าของดินแดนรกร้างห่างไกล เหล่าบุตรผู้ไม่หวาดกลัวปฏิเสธที่จะหลีกหนีจากโชคชะตา และด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ปฏิเสธพระเจ้าก็ได้พาพวกเขาไปสู่เขาวงกตแห่ง ‘Bipolar Dune’ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นปราการแห่งอารยธรรม แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพังของความล่มสลาย ทว่าพวกเขาก็ยังไม่สามารถไขปริศนาสุดท้ายที่จะพาไปถึง ‘ที่นั่น’ ได้ แม้ว่าศรัทธาและความหวังของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับการไขปริศนานี้ให้ได้ก็ตาม”

นี่คือคำอธิบายที่มาพร้อมกับคอลเลกชั่นนี้ โดยที่หากเราลองพิจารณาเสื้อผ้าของคอลเลกชั่นนี้ก็จะเห็นว่า ทัฟฟ์พยายามจะออกแบบเสื้อผ้าให้สอดคล้องกับคำบรรยายมากที่สุด นั่นคือสไตล์ของนักสำรวจที่นอกจากจะต้องมีเครื่องกำบังหน้าตาสำหรับการเดินทางสำรวจแล้ว ยังต้องมีเสื้อผ้าที่มีความคล่องตัวสูงเพื่อใช้ในการเดินทางไกล

อีกคอลเลกชั่นหนึ่งที่น่าสนใจคือ RVEN ซึ่งจะเห็นได้ว่าแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้คือเสื้อผ้าสไตล์คาวบอย นั่นเพราะคอลเลกชั่นนี้บอกเล่าเรื่องราวของเผ่าพันธุ์หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนรกร้างห่างไกล ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและหดหู่ ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้จึงพยายามออกแบบบนพื้นฐานของสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชนเผ่านี้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลจากเมืองใหญ่และอารยธรรมอื่นๆ ของมนุษย์บนดาวดวงนี้

ด้วยเหตุนี้ การจะเข้าใจเสื้อผ้าของ HAMCUS จึงจำเป็นต้องรับรู้เรื่องราวของ PRIMUS ควบคู่ไปด้วย เพราะจะยิ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ในการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าสักชุดหนึ่งของ HAMCUS คุณอาจอยากใส่เสื้อผ้าสไตล์นักสำรวจแบบ SOLO ในขณะที่เพื่อนของคุณรู้สึกว่าเขาชอบเรื่องราวของ RVEN และชอบสไตล์คาวบอยของเผ่าพันธุ์นี้มากกว่า ประสบการณ์ในลักษณะนี้เองจึงทำให้ HAMCUS แตกต่างไปจากแบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆ ในตลาด เพราะในขณะที่แบรนด์แฟชั่นทั่วไปล้วนยึดโยงอยู่กับโลกที่เราอาศัยอยู่ ทว่า HAMCUS กลับเลือกจะยกระดับนิยามของแฟชั่นไปอีกขั้นด้วยการสร้างเรื่องราวของโลกใหม่ที่จะมาอธิบายเหตุผลและตรรกะที่กำกับอยู่เบื้องหลังแต่ละคอลเลกชั่นของแบรนด์

“เสื้อผ้าของ HAMCUS ล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป นั่นเพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังของตัวละครต่างๆ ในจักรวาลของเราที่มีแต่เรื่องราวที่แตกต่างกัน ผมว่ามันก็เหมือนกับการสร้างตัวละครในเกมหรือหนังนั่นแหละ จริงๆ แล้วแรงบันดาลใจของ HAMCUS ก็มาจากหนังไซ-ไฟ วิดีโอเกม มังงะ และคอนเซปต์อาร์ตต่างๆ ที่ผมชื่นชอบตอนเด็กๆ และฝันว่าจะมีโอกาสได้ออกแบบอะไรแบบนี้บ้างสักวัน ผมฝันว่าโตขึ้นจะได้ทำงานในวงการเกมหรือวงการภาพยนตร์ แม้ว่าปัจจุบันผมจะเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ แต่ผมคิดว่าการได้ออกแบบเสื้อผ้าแบบ HAMCUS ก็เป็นอะไรที่เจ๋งอยู่นะ” ทัฟฟ์อธิบาย

ปัจจุบัน HAMCUS ได้ย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนมาอยู่ที่ฮ่องกง โดยที่ยังคงออกคอลเลกชั่นเสื้อผ้าอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลง พร้อมๆ กับที่จักรวาลของ PRIMUS ก็ยิ่งจะขยายใหญ่และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ HAMCUS ยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวงการเทคแวร์ที่ดูจะชื่นชอบ HAMCUS เป็นอย่างมาก This Is Antwon ยูทูบเบอร์สายเทคแวร์ชื่อดังเคยรีวิวเสื้อผ้าของ HAMCUS ว่าไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่แปลกที่สุดที่เขาเคยรีวิวมา แต่ความโดดเด่นของ HAMCUS ยังเป็นการสร้าง ‘ระบบนิเวศของเสื้อผ้า’ ในความหมายที่ว่า สมมติคุณสวมกางเกงของ HAMCUS กับเสื้อของแบรนด์แฟชั่นยี่ห้ออื่น มันก็ดูโอเคอยู่หรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่สวมใส่ HAMCUS ตั้งแต่หัวจรดเท้า คุณจะยิ่งเห็นได้ชัดว่าเอกลักษณ์ของ HAMCUS ถูกยกระดับไปอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว ในขณะที่ Bliss Foster ยูทูบเบอร์แฟชั่นอีกคนหนึ่งก็นิยาม HAMCUS ว่าคือแบรนด์ที่เจ๋งที่สุดของปี 2020 และเขาเชื่อเสียเหลือเกินว่าแบรนด์นี้จะโด่งดังเป็นพลุแตกในอีกไม่นาน

“ผมคิดว่ามันเจ๋งดีนะถ้าสักวันหนึ่งเสื้อผ้าในโลกแห่งความจริงกับเสื้อผ้าในโลกเสมือนจะผสานรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้ คุณสามารถอาศัยอยู่บนสองโลกและถ่ายทอดประสบการณ์บางอย่างให้กันได้อย่างไร้ขอบเขต ผมคิดว่านี่แหละคือเป้าหมายในชีวิตผมเลย ซึ่ง HAMCUS ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวาลขนาดใหญ่อันหลากหลายในอนาคตเท่านั้นเอง” ทัฟฟ์เล่าเมื่อถูกถามว่าอนาคตของ HAMCUS จะเป็นยังไง

ว่ากันตรงๆ เราเองก็จินตนาการไม่ออกว่าหลังจากนี้ HAMCUS จะล้ำหน้าไปอีกสักแค่ไหน ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า HAMCUS กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นที่เราคลั่งไคล้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เราอยากรู้ว่าเรื่องราวบนดาว PRIMUS จะเป็นยังไงต่อ และเราก็เฝ้ารอว่าคอลเลกชั่นถัดไปของ HAMCUS จะเซอร์ไพรส์เราด้วยดีไซน์แบบไหน

บทความอื่นๆ 5 แชนแนลทำอาหารที่เราชวน binge-watch ช่วงกักตัว