บทความ » Hiroshi Fujiwara เจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ และบิดาผู้ให้กำเนิด Fragment Design

Hiroshi Fujiwara เจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ และบิดาผู้ให้กำเนิด Fragment Design

15 สิงหาคม 2021
107   0

Hiroshi Fujiwara เจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ และบิดาผู้ให้กำเนิด Fragment Design

Hiroshi Fujiwara เจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ และบิดาผู้ให้กำเนิด Fragment Design ท่ามกลางแฟชั่นไอคอนและแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นมากมายที่มีอิทธิพลต่อวงการสตรีทแวร์ญี่ปุ่น ชื่อของ Hiroshi Fujiwara น่าจะจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของผู้คนเหล่านี้ ชายผมยาวประบ่าผู้มักสวมแว่นกันแดดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวคนนี้ไม่เพียงแต่จะได้ชื่อว่าเป็น ‘เจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์’ (godfather of streetwear) เท่านั้น แต่เขายังได้รับการยกย่องในฐานะบิดาผู้ปลุกปั้น NIGO แห่ง A Bathing Ape และ Jun Takahashi แห่ง UNDERCOVER สองแฟชั่นดีไซเนอร์จากสองแบรนด์สตรีทแวร์ญี่ปุ่นที่โด่งดังที่สุดในโลกอีกด้วย คอลัมน์ Multi Brand ในครั้งนี้จะพาไปทำความรู้จักกับฟูจิวาระทั้งในฐานะของดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Fragment Design และในฐานะของชายผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการสตรีทแวร์ญี่ปุ่น

เด็กหนุ่มผู้เชื่อมโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก

ฟูจิวาระเกิดและเติบโตในเมืองชายฝั่งทะเลอย่างเมืองอิเสะ จังหวัดมิเอะ ในปี 1964 กระทั่งอายุได้ 18 ปีเขาก็ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างโตเกียวที่สภาพแวดล้อมแตกต่างไปจากบ้านเกิดของเขาอย่างสิ้นเชิงและนั่นทำให้เขาตกหลุมรักดนตรีพังก์ร็อกแทบจะในทันที โดยที่ความลุ่มหลงในเสียงดนตรีก็ได้ชักพาฟูจิวาระให้เดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ต้นกำเนิดแห่งดนตรีประเภทนี้ จนเขาได้มีโอกาสพบกับ Malcolm McLaren ผู้จัดการวง Sex Pistols และผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Seditionaries กับ Vivienne Westwood แมคลาเรนได้บอกกับเด็กหนุ่มว่า ลอนดอนน่ะมันโคตรจะน่าเบื่อ ควรจะไปเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กมากกว่า

เมื่อกูรูแนะนำเช่นนั้น ฟูจิวาระจึงตัดสินใจตีตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปสัมผัสสีสันของชีวิตในอีกซีกโลกหนึ่งอย่างนิวยอร์ก เขาได้รู้จักกับดนตรีฮิปฮอปซึ่งกำลังโด่งดังสุดๆ ที่อเมริกาในช่วงเวลานั้น ความลุ่มหลงในดนตรีอเมริกันได้ส่งผลให้ฟูจิวาระเริ่มหันมาเอาดีด้านการเป็นดีเจ และพยายามแนะนำให้ชาวญี่ปุ่นได้รู้จักกับดนตรีฮิปฮอปของชาวอเมริกันมากขึ้น ไปจนถึงการก่อตั้ง Tiny Panx วงดนตรีฮิปฮอปที่เขาก่อตั้งร่วมกับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น

ควบคู่ไปกับความสนใจดนตรีฮิปฮอป แฟชั่นคืออีกสิ่งหนึ่งที่ฟูจิวาระชื่นชอบไม่แพ้กัน และแม้ว่าในช่วงเวลานั้นแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง Rei Kawakubo และ Yohji Yamamoto จะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นระดับโลกแล้ว ทว่าสไตล์แฟชั่นที่เขาสนใจก็ไม่ใช่สไตล์ avant-garde ดังเช่นผลงานของดีไซเนอร์ทั้งสองนี้ แต่เป็นสตรีทแวร์และเสื้อผ้าสไตล์วินเทจต่างหากที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ ชื่อของฟูจิวาระเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการสตรีทแวร์ญี่ปุ่นจากการที่เขาได้มีโอกาสพบปะกับ Shawn Stüssy แห่งแบรนด์ Stüssy โดยที่ฟูจิวาระก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม International Stüssy Tribe ซึ่งทำให้เขาได้รับเสื้อผ้าจาก Stüssy อยู่เรื่อยๆ ทั้งสวมใส่เองบ้างและแจกจ่ายให้เพื่อนๆ อยู่เสมอ

ชื่อของฟูจิวาระยังโด่งดังในวงการสตรีทแวร์ญี่ปุ่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเริ่มเขียนคอลัมน์ Last Orgy ให้กับนิตยสาร Takarajima ซึ่งมักจะหยิบยกเทรนด์ต่างๆ ในวงการสตรีทคัลเจอร์ที่เขาได้พบเจอระหว่างการเดินทางมาให้ผู้อ่านได้รู้จักผ่านคอลัมน์นี้ และส่งให้ชื่อของเขาเป็นที่รับรู้ในฐานะกูรูของสตรีทคัลเจอร์ไปโดยปริยาย

จาก GOODENOUGH สู่ Fragment Design

ภายใต้ความรู้เรื่องสตรีทคัลเจอร์ที่กว้างขวางจนแทบจะไม่มีใครทัดเทียม ฟูจิวาระกลายเป็นไอดอลของวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เริ่มหันมาสนใจสตรีทแวร์มากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือ Tomoaki Nagao ซึ่งใฝ่ฝันอยากจะโด่งดังให้ได้อย่างไอดอลของเขา ต่อมาโทโมอากิกลายเป็นที่รู้จักในชื่อของ NIGO โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฟูจิวาระแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มได้เข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยของฟูจิวาระ

จุน ทาคาฮาชิ คือเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมกับฟูจิวาระจากรสนิยมทางดนตรีที่ต่างก็ชื่นชอบดนตรีพังก์ด้วยกันทั้งคู่ โดยที่มิตรภาพของพวกเขาก็ได้นำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ Anarchy Forever Forever Anarchy (AFFA) ซึ่งจะผลิตเสื้อผ้าแบบหนึ่งๆ ขึ้นมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและจะไม่มีการผลิตซ้ำอีก เอกลักษณ์อีกอย่างของ AFFA คือการผสานดนตรีพังก์กับแฟชั่นเข้าด้วยกันอย่างไม่ก้าวร้าวและดูรุนแรงจนเกินไป เหมาะกับรสนิยมของวงการสตรีทแวร์ญี่ปุ่น

Hiroshi Fujiwara

กระทั่งในปี 1990 ฟูจิวาระก็ได้ก่อตั้ง GOODENOUGH แบรนด์แฟชั่นที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Stüssy และ Anarchic Adjustment แบรนด์เสื้อผ้าจากเกาะอังกฤษGOODENOUGH ได้รับความสนใจแทบจะในทันที เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ GOODENOUGH คือการที่ฟูจิวาระเลือกวางจำหน่ายสินค้าแต่ละชิ้นของ GOODENOUGH อย่างจำกัดมากๆ ส่งผลให้เสื้อผ้าของ GOODENOUGH ขายหมดทันทีในวันที่วางจำหน่าย

นี่คือหลายปีก่อนหน้าที่โลกจะได้รู้จักคำว่าไฮป์ ซึ่งเป็นโมเดลการวางจำหน่ายสินค้าอย่างจำกัดมากๆ ต่อมาแบรนด์อื่นๆ อย่าง WTAPS และ A Bathing Ape ก็ได้ปฏิบัติตาม ก่อนหน้าที่โลกจะได้รู้จักกับ Supreme ครั้งหนึ่งเคยมีแบรนด์อย่าง GOODENOUGH เกิดขึ้น น่าเสียดายว่าหลังจากปี 2004 เป็นต้นมาแบรนด์นี้ก็ได้ยุติการผลิตไป

Hiroshi Fujiwara

แม้ว่า GOODENOUGH จะหยุดนิ่งไป แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าฟูจิวาระจะห่างหายจากวงการสตรีทแวร์ไปเลย เพราะในเวลาต่อมาเจ้าพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ผู้นี้ก็ได้ก่อตั้ง Fragment Design

ความน่าสนใจของแบรนด์นี้คือ ในขณะที่ GOODENOUGH คือแบรนด์ที่ผลิตสินค้าต่างๆ ด้วยตัวเอง หัวใจของ Fragment Design คือการคอลแล็บ พูดให้ชัดขึ้นคือ Fragment Design ไม่เคยผลิตสินค้าของตัวเอง แต่อาศัยการไปร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ที่ทำให้ชื่อของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการคอลแล็บกับ Nike จนออกมาหนึ่งใน Air Jordan 1 ที่ราคาแพงที่สุดในโลก ไปจนถึงการร่วมงานกับแบรนด์หูฟังอย่าง Beats by Dre และแบรนด์รถหรูอย่าง Maserati ทำให้ Fragment Design

กลายเป็นแบรนด์ที่คอลแล็บกับแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยที่เมื่อโลโก้สายฟ้าคู่ของ Fragment Design ไปปรากฏอยู่บนสินค้าของแบรนด์นั้นๆ จะช่วยให้มูลค่าของมันพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย 

Hiroshi Fujiwara

เป็นเรื่องที่ชวนให้ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมแบรนด์ที่ไม่เคยผลิตโปรดักต์เองเลยอย่าง Fragment Design ถึงกลายเป็นที่คลั่งไคล้ขึ้นมาได้ แต่หากย้อนกลับมามองที่ตัวตนของฟูจิวาระจริงๆจะเห็นว่าFragment Designนี่แหละที่สะท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา นับตั้งแต่วันแรกๆ ที่เขาเดินทางไปลอนดอนในวันที่ยังเป็นวัยรุ่นโนเนม

สู่ฐานะเจ้าพ่อวงการสตรีทแวร์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความเคารพ ชีวิตของฟูจิวาระเกี่ยวข้องกับการพบปะผู้คนและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่างๆ ระหว่างตัวเขากับบุคคลอื่นอยู่เสมอ หากพิจารณารูปแบบการทำงานของ Fragment Design ก็ย่อมจะเห็นถึงเอกลักษณ์นี้ นั่นคือการที่เขาและแบรนด์ของเขาทำงานอยู่กับการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ และแบรนด์อื่นๆ อยู่ตลอดเวลา 

Hiroshi Fujiwara

นับจากวันที่เขาเริ่มเขียนคอลัมน์แนะนำเทรนด์ต่างๆ ในสตรีทคัลเจอร์มาถึงยุคปัจจุบัน รสนิยมของเขาส่งอิทธิพลในวงการสตรีทแวร์เสมอมา เมื่อไหร่ก็ตามที่ Fragment Design เลือกจะไปคอลแล็บกับใครนั่นเท่ากับว่าเขาได้รับรองแบรนด์นั้นๆ จากรสนิยมของเขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Moncler, Louis Vuitton, Bearbrick

หรือกระทั้ง Travis Scott ที่แม้ว่าแบรนด์เหล่านี้จะโด่งดังอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโลโก้สายฟ้าคู่ของ Fragment Design ไปปรากฏอยู่บนสินค้าชิ้นหนึ่งๆ ก็เท่ากับมีชื่อของฟูจิวาระไปรับรอง จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมโลโก้เล็กๆ ของ Fragment Design จะส่งผลให้สินค้าชิ้นหนึ่งๆ ไฮป์ขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็น

บทความอื่นๆ โกรธประเทศจนไม่เป็นอันทำอะไร เรียนรู้วิธีขจัดคราบความโกรธฝังแน่นด้วยวิถีแม่บ้าน