บทความ » IRoamAlone กับประเด็นดราม่าร้อน Human Zoo

IRoamAlone กับประเด็นดราม่าร้อน Human Zoo

31 กรกฎาคม 2021
504   0

IRoamAlone กับประเด็นดราม่าร้อน Human Zoo

IRoamAlone กับประเด็นดราม่าร้อน Human Zoo

เพิ่งได้อ่านประเด็น มิ้น I Roam Alone เห็นเพื่อนด่ากัน ปกติไม่ได้ติดตามเขา
เราก็เคยคิดอยากไปทำงานในWar zone ดินแดนที่เสี่ยงๆ จริงๆก็เคยวางแผน เคยไปเทรนที่ต่างประเทศ เพื่อวันนึงจะสามารถไปได้ จนมานั่งถามตัวเองว่า
What do I have to offer? แบบ ไปแล้ว คุณมีอะไรให้เขา ช่วยอะไรเขาได้บ้าง สิ่งนี้เป็นอะไรที่ humanitarian aid

IRoamAlone กับประเด็นดราม่าร้อน Human Zoo

ทุกคนควรรีเช็คกับตัวเองเสมอ โดยเฉพาะเวลาไปทำงานที่ที่เป็น emergency settings
สิ่งต่อมาที่เราไม่ค่อยโอเคกับBloggerบางคนคือความไม่มีหลักจริยธรรมใดๆ เช่น มองคนเป็น human zoo ถ่ายรูปคนรูปเด็กมาลง แบบต่อให้เขาอนุญาต (โดยอาจไม่informed consent) เป็นสิ่งที่ไม่ควร ขนาดเวลาเราเดินทางในฐานะนักท่องเที่ยว เรายังระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของคนอื่นเลย
การจะเข้าใจวัฒนธรรมคนอื่น มันไม่ใช่การนั่งคุยกับคน1คนและตัดสิน(stereotype) ทั้งประเทศ สิ่งที่เขียนออกมายิ่งถ้าทำให้พื้นที่ที่คุณไปแม่งดูต้อยต่ำเหลือเกิน เพียงเพื่อจะให้ตัวเองดูบู๊ อันนี้ก็แบบนอกจากจะไม่มีอะไรดี แล้วยังสร้างผลกระทบด้านลบกับคนอื่น
คนอย่างคุณมิ้นอาจจะต้องทำการบ้านเรื่องข้อควรระวัง ethicและการลงพื้นที่ เซิสหาไม่ยากนะ ว่าบทบาทไหนที่สื่อ media actorไม่ควรทำในพื้นที่แบบนี้
ไม่งั้นจะกลายเป็นการขายดราม่าแบบไม่เห็นหัวคนในพื้นที่เลย
——————————-
[เพิ่มเติม จากคอมเม้นเราด้านล่าง ยกมาไว้บนนี้]
คนแชร์เยอะเฉย งั้นเราขอเพิ่มอีกนิด

  • เราว่าคนโกรธเพราะปัญหาในประเทศไม่เห็นจะพูดถึงเลย แต่ปัญหาในประเทศอื่น ๆ ทำเป็น enlighten
  • ทุกคนรู้ว่าอัฟกานิสถานมันเป็น War zone เข้าไปทำไม ไปเป็นภาระให้คนอื่นทำไม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาอ่ะ โดนเรียกค่าไถ่ ใครลำบาก ก็ diplomatic issueอีก เขาentitled มากอ่ะ ขนาดUNจะไปยังยากเลย และพอท่านเลขาทูตไปคุยด้วยก็ไปกวนท่าน คือแบบ ทำการบ้านแล้วจริงเหรอ
  • การเข้าไปของมิ้นไม่ใช่ communication for development คือการไปแบบ มองเขาแบบ human zoo เทอไม่ได้add value อะไรกับชีวิตเขาเลย ในขณะนี้การใช้สื่อที่มีประโยชน์ก็ทำได้ แต่ไม่ทำ
  • แน่นอนว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของBlogger ที่จะมาทำตัวเป็นนักสิทธิต่างๆ แต่เวลาลงพื้นที่เสี่ยง พื้นที่war zone ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยูจะไปเช่นกัน จะไปที่อื่นและไม่add value ใดๆ ก็เรื่องของยู แต่ไปพื้นที่ชายขอบ พื้นที่อันตราย ก็มีความรับผิดชอบบ้าง
  • นักข่าวที่ลงพื้นที่เสี่ยงและโดนอะไรขึ้นมา โดนลักพาตัวเรียกค่าไถ่ขึ้นมา ตอนมีปัญหาคือเงินแก้ปัญหาคือเงินภาษีของประเทศ เขาจะลงพื้นที่ก็ต้องrisk assessment
  • ในแต่ละทริป Bloggerเองก็ ไม่ได้ไปadvocateเพื่อสร้างความตระหนักรู้ใดๆ แล้วประเด็นที่มันเกิดในแต่ละประเทศ ข้อมูลมันก็มีอยู่แล้ว และมีที่ดีๆ ด้วย เขาไปเพื่อตัวเขาเอง เพื่อภาพของเขาเอง แต่ถ้ามันเดือดร้อน มันเดือดร้อนคนอื่น คนเสพสื่อๆ ผิด ๆ ที่มองคนเป็นhuman zoo ก็ยิ่งแย่นะ ไปให้ทานคนอื่น

ทุกคนควรรีเช็คกับตัวเองเสมอ โดยเฉพาะเวลาไปทำงานที่ที่เป็น emergency settings
สิ่งต่อมาที่เราไม่ค่อยโอเคกับBloggerบางคนคือความไม่มีหลักจริยธรรมใดๆ เช่น มองคนเป็น human zoo ถ่ายรูปคนรูปเด็กมาลง แบบต่อให้เขาอนุญาต (โดยอาจไม่informed consent) เป็นสิ่งที่ไม่ควร ขนาดเวลาเราเดินทางในฐานะนักท่องเที่ยว เรายังระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวของคนอื่นเลย
การจะเข้าใจวัฒนธรรมคนอื่น มันไม่ใช่การนั่งคุยกับคน1คนและตัดสิน(stereotype) ทั้งประเทศ สิ่งที่เขียนออกมายิ่งถ้าทำให้พื้นที่ที่คุณไปแม่งดูต้อยต่ำเหลือเกิน เพียงเพื่อจะให้ตัวเองดูบู๊ อันนี้ก็แบบนอกจากจะไม่มีอะไรดี แล้วยังสร้างผลกระทบด้านลบกับคนอื่น
คนอย่างคุณมิ้นอาจจะต้องทำการบ้านเรื่องข้อควรระวัง ethicและการลงพื้นที่ เซิสหาไม่ยากนะ ว่าบทบาทไหนที่สื่อ media actorไม่ควรทำในพื้นที่แบบนี้
ไม่งั้นจะกลายเป็นการขายดราม่าแบบไม่เห็นหัวคนในพื้นที่เลย
——————————-
[เพิ่มเติม จากคอมเม้นเราด้านล่าง ยกมาไว้บนนี้]
คนแชร์เยอะเฉย งั้นเราขอเพิ่มอีกนิด

  • เราว่าคนโกรธเพราะปัญหาในประเทศไม่เห็นจะพูดถึงเลย แต่ปัญหาในประเทศอื่น ๆ ทำเป็น enlighten
  • ทุกคนรู้ว่าอัฟกานิสถานมันเป็น War zone เข้าไปทำไม ไปเป็นภาระให้คนอื่นทำไม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาอ่ะ โดนเรียกค่าไถ่ ใครลำบาก ก็ diplomatic issueอีก เขาentitled มากอ่ะ ขนาดUNจะไปยังยากเลย และพอท่านเลขาทูตไปคุยด้วยก็ไปกวนท่าน คือแบบ ทำการบ้านแล้วจริงเหรอ
  • การเข้าไปของมิ้นไม่ใช่ communication for development คือการไปแบบ มองเขาแบบ human zoo เทอไม่ได้add value อะไรกับชีวิตเขาเลย ในขณะนี้การใช้สื่อที่มีประโยชน์ก็ทำได้ แต่ไม่ทำ
  • แน่นอนว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของBlogger ที่จะมาทำตัวเป็นนักสิทธิต่างๆ แต่เวลาลงพื้นที่เสี่ยง พื้นที่war zone ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยูจะไปเช่นกัน จะไปที่อื่นและไม่add value ใดๆ ก็เรื่องของยู แต่ไปพื้นที่ชายขอบ พื้นที่อันตราย ก็มีความรับผิดชอบบ้าง
  • นักข่าวที่ลงพื้นที่เสี่ยงและโดนอะไรขึ้นมา โดนลักพาตัวเรียกค่าไถ่ขึ้นมา ตอนมีปัญหาคือเงินแก้ปัญหาคือเงินภาษีของประเทศ เขาจะลงพื้นที่ก็ต้องrisk assessment
  • ในแต่ละทริป Bloggerเองก็ ไม่ได้ไปadvocateเพื่อสร้างความตระหนักรู้ใดๆ แล้วประเด็นที่มันเกิดในแต่ละประเทศ ข้อมูลมันก็มีอยู่แล้ว และมีที่ดีๆ ด้วย เขาไปเพื่อตัวเขาเอง เพื่อภาพของเขาเอง แต่ถ้ามันเดือดร้อน มันเดือดร้อนคนอื่น คนเสพสื่อๆ ผิด ๆ ที่มองคนเป็นhuman zoo ก็ยิ่งแย่นะ ไปให้ทานคนอื่น