บทความ » I’ve got a job as a security guard at a remote shopping mall (Part 3)

I’ve got a job as a security guard at a remote shopping mall (Part 3)

27 กรกฎาคม 2021
196   0

I’ve got a job as a security guard at a remote shopping mall (Part 3)

I’ve got a job as a security guard at a remote shopping mall (Part 3)ผมพยายามประคองหัวตัวเองไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมาพร้อมกับที่ได้ยินเสียงปี๊บแหลมสูงดังขึ้นอีกครั้ง ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองหน้าจอจากกล้องวงจรปิดหมายเลข 9 ทันทีกับที่หน้าจอนั้นสว่างวาบขึ้น

I've got a job as a security guard at a remote shopping mall (Part 3)

บนจอนั่นผมเห็นมาร์คัส เขากำลังตรวจตราชั้น 1 ด้วยท่าทีกังวลแบบที่เป็นอยู่เสมอ ก่อนที่ผมจะเห็นสีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ทันใดนั้นเองจู่ ๆ

กล้องวงจรปิดก็เปลี่ยนมุมกะทันหันอย่างไม่ทราบสาเหตุ และนั่นทำให้ผมได้เห็นว่าอะไรกันที่ทำให้มาร์คัสหวาดกลัวเพียงนี้…ผู้หญิงในชุดขาวคนนั้นนั่นเอง ผู้หญิงชุดขาวที่ผมเพิ่งวิ่งหัวซุกหัวซุนหนีมาเมื่อครู่

เธอยืนจ้องเขาอยู่ภายใต้เงามืดของร้านค้า แต่ด้วยความแปลกประหลาดเช่นนั้นมันก็คงไม่ยากเลยกับการที่มาร์คัสจะสังเกตเห็นได้แม้ภายใต้เงามืด มาร์คัสยืนนิ่งแบบเดียวกับผมในตอนแรก ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะค่อย ๆ เ

ดินมาใกล้เขา เธอดึงมีดออกมาจากท้องของเธอโดยไม่หยุดเดินแม้แต่ก้าวเดียว มาร์คัสเองก็เหมือนผมในตอนนั้น ที่ทันใดนั้นเขาก็ก้าวขาออกและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักกล้องวงจรปิดเปลี่ยนมุมอีกครั้งและผมก็เห็นดีแลนในกล้องนั่น เขายิ้มกว้างในขณะที่ล็อกตัวมาร์คัสที่พยายามดิ้นสุดตัวไว้แน่น ดีแลนนั้นทั้งตัวใหญ่และฟิตกว่ามาร์คัสมาก

เพราะแบบนั้นเมื่อดูจากสถานการณ์นี้มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มาร์คัสจะดิ้นหลุด เพียงแค่มองไปยังหน้าจอนั้นผมก็รู้สึกสิ้นหวังเต็มที ดีแลนเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง ต่อให้ผมจะไม่ได้ยินเสียงนั้นผ่านกล้อง แต่กระดูกสันหลังของผมกลับเย็นวาบราวกับได้ยินเสียงนั้นก้องอยู่ข้างหู เขายิ้มกว้างแทบจะจรดใบหูถึงใบหูอีกข้างอย่างดูผิดธรรมชาติ

ใบหน้าของเขายิ้มอยู่อย่างนั้นโดยไม่แม้แต่จะขยับ พร้อมกับดวงตาเบิกกว้างที่เต็มไปด้วยความกระหายหญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มาร์คัส และเมื่อเธอเดินมาถึงตัวเขา เธอก็จ้วงแทงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ปรานี เสียงกรีดร้องของมาร์คัสนั้นดังลั่นจนดังมาถึงจุดที่ผมอยู่ ผมตัวสั่นงกและไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ฟูมฟายได้

แต่สายตาของผมก็ยังคงจับจ้องที่หน้าจอกล้องวงจรปิดในที่สุดเสียงกรีดร้องของเขาก็หยุดลงพร้อมกับร่างของเขาที่ลงไปกองบนพื้น ร่างของดีแลนก็เช่นกัน เขาปล่อยมาร์คัสออกก่อนที่จะไหลลงกับพื้นเหมือนเยลลี่ ทันใดนั้นดีแลนก็เอานิ้วชี้ทั้งสองเกี่ยวไปที่ขอบปากยิ้มกว้างของตัวเอง ก่อนดึงผิวหนังออกมาด้วยท่าทีเหมือนเวลาแกะเทป

ผมรู้สึกอยากจะอาเจียนอีกรอบ แต่ในท้องของผมไม่มีอะไรให้สำรอกออกมาอีกแล้ว ดวงตาผมชุ่มไปด้วยน้ำตาพร้อมกับความคลื่นไส้ที่มวนอยู่ในท้องดีแลนลอกคราบผิวหนังของตนออกเผยให้เห็นสัตว์ประหลาดข้างใน มีเพียงแค่ผิวหนังของเขาเท่านั้นที่ดูเหมือนมนุษย์ ผมสามารถเห็นได้ถึงกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนในขณะที่เขากำลังสวาปามร่างของมาร์คัสเข้าไป ผู้หญิงในชุดขาวยิ้มออกมาก่อนจะหายไปจากหน้าจอ และหน้าจอก็ดับลงอีกครั้งและเมื่อหน้าจอดับลง ผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับที่รู้ตัวว่าตนเองนั้นกลั้นหายใจมาตลอด ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนต้องร้องไห้ออกมายกใหญ่ ขาแข้งก็เตะอัดกำแพงด้วยความสิ้นหวังเต็มทน ในหัวของผมมีแต่คำถามว่าตัวเองจะต้องตายที่นี่จริง ๆ งั้นเหรอ แต่ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น สติสตังของผมกลับมาอีกครั้งและผมต้องตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิด“เฮ้! ริชาร์ด นี่ดีแลนนะ ข้างนอกนี่มันมีอะไรแปลก ๆ ว่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย”ผมตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็มีสติพอจะเข้าไปซ่อนในห้องน้ำและล็อกประตูอย่างแน่นหนา ดีแลนเคาะประตูอีกครั้งพร้อมกับเสียงของเขาที่ดูเกรี้ยวกราดขึ้นเรื่อย ๆ ผมเอาสองมือปิดหูและพยายามจะไม่สนใจเสียงนั่น เขาเริ่มเตะและวิ่งชนประตู ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงปะทะกับประตูของเขา ผมนั่งอยู่กับที่ด้วยตัวสั่นเทา ในใจทำได้แค่สวดภาวนาเพื่อปลอบใจตัวเองเท่านั้นโชคยังดีที่ประตูนั่นแข็งแรงพอและเสียงก็เริ่มเบาลงแล้ว ผมจึงออกจากห้องน้ำและเอาเก้าอี้มาขัดประตูไว้ นาฬิกาของผมสั่นอีกครั้งเผยให้เห็นเวลาตี 1ไม่มีทางที่ผมจะออกไปตรวจกะในตอนนี้แน่ ๆ ผมตัดสินใจไม่ออกกะนี้…แค่เพียงหนนี้เท่านั้น5 นาทีผ่านไปท่ามกลางความเงียบสนิท ผมแค่นหัวเราะออกมาด้วยความโล่งใจและนั่นเป็นตอนที่มือข้างหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากกำแพง มันพุ่งพรวดออกมาราวกับว่ากำแพงนั้นเป็นแค่ผิวน้ำ ลองคิดภาพเวลาที่คุณยื่นมือขึ้นมาเหนือน้ำในสระว่ายน้ำสิ นั่นเป็นแบบเดียวกันเลย ผมผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ มีมือข้างอื่น ๆ ยื่นออกมาจากกำแพงแต่ละด้านพยายามจะเข้ามาจับตัวผม พวกมันหิวโซเต็มทน พวกมันยื่นมือออกมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อย ๆ หมายจะคว้าตัวผมไว้ ผมพยายามถอยหนีพร้อมกับที่มือเริ่มออกมามากขึ้นจากทุกฝั่งรวมทั้งเพดานและพื้นผมหวีดร้องออกมาเมื่อมีมือเมือกลื่นข้างหนึ่งแตะมาโดนตัว ผมวิ่งแจ้นออกจากห้องรักษาความปลอดภัยทันที นี่แปลว่าการแหกกฎมันย่อมมีผลตามมาจริง ๆ สินะ ผมปรับสายตาให้ชินกับความมืดก่อนจะมุ่งหน้าไปเดินสำรวจชั้น 2 ผมเลือกจะไม่ลงไปยังชั้น 1 เพื่อความปลอดภัย ผมหวาดระแวงสุด ๆ เมื่อตนเองรายล้อมไปด้วยเงาและความมืดมิดท่ามกลางที่โล่งแจ้งแบบนี้ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเงาพวกนี้พยายามจะกระโดดเข้ามาทำร้ายผมยังไงยังงั้นและในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกได้ถึงใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผมมองไปด้านหลังและไม่พบอะไรนอกเสียจากเงามืด แต่แล้วผมก็รู้สึกถึงบางอย่างอีกครั้ง ผมหันหลังกลับไปทั้งตัวเพื่อพบกับความว่างเปล่าเช่นเดิม หัวใจผมเต้นระส่ำแรงกว่าที่ผมคิดว่ามันจะทำได้เสียอีก ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ที่ต้นคอรู้สึกถึงลมหายใจแผ่ว ๆ ก่อนที่ผมจะหันไปเผชิญหน้ากับดีแลนผมอุทานดังก่อนจะผงะถอยหลัง ผมสะดุดเข้ากับขาตัวเองและล้มลงกับพื้น ดีแลนยิ้มกว้างให้ผมแบบเดียวกับตอนนั้น แต่ผิวหนังของเขากลับมาเหมือนเดิมแล้ว เขาค่อย ๆ โน้มตัวลงมาคว้าตัวผมไว้พร้อมกับหัวเราะออกมา ผมถีบเข้าที่หน้าของเขาก่อนจะรีบลุกขึ้นอย่างไวปล่อยให้เขายืนงงงวยกับสิ่งที่เกิดอยู่ครู่หนึ่งอะดรีนาลีนของผมพุ่งพรวด ผมเตะเข้าที่หว่างขาของดีแลนพร้อมกับชกเข้าที่คอของเขาเต็มแรง นี่เป็นท่าที่ผมเคยเรียนสมัยฝึกศิลปะการต่อสู้สมัยวัยรุ่น ดูเหมือนว่าการฝึกฝนพวกนี้จะซึมซาบเข้ามาเป็นสัญชาตญาณกันแบบที่เขาว่าจริง ๆ ผมผลักเขาไปชนราวบันไดก่อนจะผลักเขาลงไปเบื้องล่าง เขาร่วงลงไปบนพื้นชั้นหนึ่งพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนตามมาด้วยเลือดที่ไหลนองออกจากศีรษะกระจายเต็มพื้นหินอ่อน เขาจ้องมองมายังผมด้วยดวงตาไร้ชีวิต ก่อนที่นาฬิกาของผมจะส่งเสียงปี๊บขึ้นอีกครั้ง และนั่นเป็นตอนที่ผมรู้ได้ทันทีว่าผมซวยแล้วและในที่สุดเวลา 15 นาทีในการออกตรวจประจำกะของผมก็จบลง บรรดาเงามืดเปลี่ยนกลายเป็นร่างตะคุ่มในไม่ช้า และพวกมันก็เข้ามาล้อมตัวผมไว้ก่อนที่พวกมันจะส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นพร้อม ๆ กัน

บนจอนั่นผมเห็นมาร์คัส เขากำลังตรวจตราชั้น 1 ด้วยท่าทีกังวลแบบที่เป็นอยู่เสมอ ก่อนที่ผมจะเห็นสีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ทันใดนั้นเองจู่ ๆ กล้องวงจรปิดก็เปลี่ยนมุมกะทันหันอย่างไม่ทราบสาเหตุ และนั่นทำให้ผมได้เห็นว่าอะไรกันที่ทำให้มาร์คัสหวาดกลัวเพียงนี้…ผู้หญิงในชุดขาวคนนั้นนั่นเอง ผู้หญิงชุดขาวที่ผมเพิ่งวิ่งหัวซุกหัวซุนหนีมาเมื่อครู่ เธอยืนจ้องเขาอยู่ภายใต้เงามืดของร้านค้า แต่ด้วยความแปลกประหลาดเช่นนั้นมันก็คงไม่ยากเลยกับการที่มาร์คัสจะสังเกตเห็นได้แม้ภายใต้เงามืด มาร์คัสยืนนิ่งแบบเดียวกับผมในตอนแรก ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะค่อย ๆ เดินมาใกล้เขา เธอดึงมีดออกมาจากท้องของเธอโดยไม่หยุดเดินแม้แต่ก้าวเดียว มาร์คัสเองก็เหมือนผมในตอนนั้น ที่ทันใดนั้นเขาก็ก้าวขาออกและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักกล้องวงจรปิดเปลี่ยนมุมอีกครั้งและผมก็เห็นดีแลนในกล้องนั่น เขายิ้มกว้างในขณะที่ล็อกตัวมาร์คัสที่พยายามดิ้นสุดตัวไว้แน่น ดีแลนนั้นทั้งตัวใหญ่และฟิตกว่ามาร์คัสมาก เพราะแบบนั้นเมื่อดูจากสถานการณ์นี้มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มาร์คัสจะดิ้นหลุด เพียงแค่มองไปยังหน้าจอนั้นผมก็รู้สึกสิ้นหวังเต็มที ดีแลนเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง ต่อให้ผมจะไม่ได้ยินเสียงนั้นผ่านกล้อง แต่กระดูกสันหลังของผมกลับเย็นวาบราวกับได้ยินเสียงนั้นก้องอยู่ข้างหู เขายิ้มกว้างแทบจะจรดใบหูถึงใบหูอีกข้างอย่างดูผิดธรรมชาติ ใบหน้าของเขายิ้มอยู่อย่างนั้นโดยไม่แม้แต่จะขยับ พร้อมกับดวงตาเบิกกว้างที่เต็มไปด้วยความกระหายหญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มาร์คัส และเมื่อเธอเดินมาถึงตัวเขา เธอก็จ้วงแทงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ปรานี เสียงกรีดร้องของมาร์คัสนั้นดังลั่นจนดังมาถึงจุดที่ผมอยู่ ผมตัวสั่นงกและไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ฟูมฟายได้ แต่สายตาของผมก็ยังคงจับจ้องที่หน้าจอกล้องวงจรปิดในที่สุดเสียงกรีดร้องของเขาก็หยุดลงพร้อมกับร่างของเขาที่ลงไปกองบนพื้น ร่างของดีแลนก็เช่นกัน เขาปล่อยมาร์คัสออกก่อนที่จะไหลลงกับพื้นเหมือนเยลลี่ ทันใดนั้นดีแลนก็เอานิ้วชี้ทั้งสองเกี่ยวไปที่ขอบปากยิ้มกว้างของตัวเอง ก่อนดึงผิวหนังออกมาด้วยท่าทีเหมือนเวลาแกะเทป ผมรู้สึกอยากจะอาเจียนอีกรอบ แต่ในท้องของผมไม่มีอะไรให้สำรอกออกมาอีกแล้ว ดวงตาผมชุ่มไปด้วยน้ำตาพร้อมกับความคลื่นไส้ที่มวนอยู่ในท้องดีแลนลอกคราบผิวหนังของตนออกเผยให้เห็นสัตว์ประหลาดข้างใน มีเพียงแค่ผิวหนังของเขาเท่านั้นที่ดูเหมือนมนุษย์ ผมสามารถเห็นได้ถึงกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และอวัยวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนในขณะที่เขากำลังสวาปามร่างของมาร์คัสเข้าไป ผู้หญิงในชุดขาวยิ้มออกมาก่อนจะหายไปจากหน้าจอ และหน้าจอก็ดับลงอีกครั้งและเมื่อหน้าจอดับลง ผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับที่รู้ตัวว่าตนเองนั้นกลั้นหายใจมาตลอด