บทความ » The Queen’s Gambit จากปรากฏการณ์บนจอสู่การรุกฆาต

The Queen’s Gambit จากปรากฏการณ์บนจอสู่การรุกฆาต

18 ธันวาคม 2020
692   0

The Queen’s Gambit จากปรากฏการณ์บนจอสู่การรุกฆาต

The Queen’s Gambit จากปรากฏการณ์บนจอสู่การรุกฆาต “แกเล่นหมากรุกเป็นไหม” คำถามนี้เป็นคำถามที่ชวนให้ผู้เขียนรู้สึกประหลาดใจว่าลมอะไรพัดคำถามนี้มาหาในยุคที่ใครหลายคนที่เคยเล่นอาจจะหลงลืมเกมกระดานนี้ไปนานแล้ว และไม่มั่นใจได้ว่าเด็กสมัยนี้จะมีใครที่รู้จักคำว่า ม้า ขุน โคน บ้างหรือไม่

ในวันวานที่เด็กยังไม่มีเกมออนไลน์และโซเชียลมีเดีย – ดีที่สุดสำหรับเราคือการไปเช่าเกมเล่นในร้านชั่วโมงละ 20 บาทและโดนพ่อแม่มาตามให้กลับบ้าน หรือบางทีไม่มีเงิน แต่ขอยืนดูคนอื่นเล่นก็ยังดี – หมากรุกเป็นหนึ่งใน ‘ของเล่น’ ที่เล่นได้ แต่เล่นยาก

เล่นยากเพราะหมากรุกเป็นเกมกระดานที่มีความสลับซับซ้อนไม่เรียบง่ายและซื่อตรงเหมือนหมากฮอส เจ้าเล่ห์กว่าโอเทลโล นอกจากชื่อของตัวหมากที่หลายหลากยังมีบทบาทและตาหมากที่แตกต่าง

ขุนก็เดินอย่างโคนก็เดินอย่างเบี้ยอีก ไหนจะเรือ ม้า บ้านใครมีหมากรุกไทยก็ไม่ได้แปลว่าจะเล่นกันเหมือนหมากรุกเทศ

สำหรับเด็กผู้ชาย มันจึงเป็นเกมกระดานที่แอดวานซ์ค่อนข้างมากในวันวาน ใครเล่นเป็นถือว่าเท่ และเป็นหนึ่งในเครื่องมือวัดกึ๋น เก็บไว้ข่มกัน และบางครั้งก็อาจนำพาซึ่งค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ สำหรับนักเล่นที่ชอบการเดิมพัน

แล้วอะไรที่นำพาให้เกมกระดานที่ควรจะถูกเก็บไว้ชั้นในสุดของร้านบอร์ดเกมกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง

คำตอบแรกและคำตอบเดียวคือ The Queen’s Gambit ซีรีส์ยอดฮิตที่มีความยาวเพียงแค่ 7 ตอน แต่เป็น7ตอนที่สามารถ ‘รุกฆาต’ ในหัวใจผู้คนได้มากมาย และกลายเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ส่งท้ายปีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย

แกร์รี คาสปารอฟ ตำนานที่มีลมหายใจผู้ให้คำปรึกษาแก่ซีรีส์สุดฮิต

รุกฆาตทุกพื้นที่หัวใจ!

เรื่องราวของ ‘เบธ’​ หรือเอลิซาเบธ ฮาร์มอนนักหมากรุกสาวน้อยที่ต้องต่อสู้อย่างโหดร้ายไม่ว่าจะในกระดานหมากรุกที่ต้องสู้ยอดฝีมือมากมายทั้งสิบทิศ หรือในเกมชีวิตที่ถูกผูกปมเอาไว้หนักหนาสาหัส สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้ชมทั่วโลก

มีชายหนุ่มมากมายที่หลงใหลไปกับความงามของเบธที่ได้จากผู้สวมบทบาทอย่าง อันยา เทย์เลอร์-จอย และมีหญิงสาวอีกนับไม่ถ้วนที่ปลื้มกับความเก่งกาจและความเป็นนักสู้ของเธอ

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์กระดานหมากรุกบุกหัวใจผู้คน

เมาริซ แอชลีย์ เทพหมากรุกระดับแกรนด์มาสเตอร์หรือปรมาจารย์ เปิดเผยว่าหลังการออกอากาศทาง Netflix ของ The Queen’s Gambit เขาได้รับการติดต่อจากคนที่ไม่เคยรู้จักมากมาย ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านั้นคือหญิงสาวที่สอบถามว่าเขาได้ชมซีรีส์เรื่องนี้หรือยัง และสอบถามเกี่ยวกับการเล่นหมากรุก

“กระแสที่เกิดขึ้นมันบ้าคลั่งมาก มันทำให้เกิดการรับรู้ที่น่าเหลือเชื่อ และทำให้ทุกคนตื่นเต้นไปกับหมากรุก ในเวลานี้มีหลายคนที่เริ่มทดลองเล่นหมากรุก ซึ่งสำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ มหัศจรรย์ และส่งผลกระทบต่อฐานของแฟนหมากรุกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อนเลย”

สำหรับแอชลีย์ – นักหมากรุกเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้ตำแหน่งแกรนด์มาสเตอร์เชื่อว่ากระแสที่เกิดขึ้นในเวลานี้นั้นสูงเทียบเท่าหรืออาจจะยิ่งกว่าปรากฏการณ์หมากรุกฟีเวอร์ในปี 1972 ที่แชมป์ชาวอเมริกันบ็อบบี้ ฟิสเชอร์สามารถเอาชนะ บอริส สปาสส์กี ในรายการชิงแชมป์โลก ซึ่งการแข่งขันในครั้งนั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ วอลเตอร์ เทวิส นำมาเขียนนิยาย The Queen’s Gambit ที่ตีพิมพ์และจำหน่ายครั้งแรกในปี 1983

หมากรุกบุกทุกที่

ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสหพันธ์หมากรุกนานาชาติ (International Chess Federation – FIDE) แค่ 10 วันหลังการออกอากาศของ The Queen’s Gambit มีการค้นหาคำว่า ‘ชุดตารางหมากรุก’ (Chess Sets) บน eBay เพิ่มขึ้นจากปกติถึง 273% หรือคิดค่าเฉลี่ยแล้วคือทุก 6 วินาทีจะมีคนค้นหากระดานหมากรุก

eBay ยังเผยว่ายอดขายชุดกระดานหมากรุกเฉพาะในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีกลาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้คนใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น แต่หากนับเฉพาะยอดจำหน่ายในช่วงหลังจากที่ซีรีส์ออกอากาศ ยอดขายนั้นเพิ่มขึ้นถึง 215%

และปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หยุดแค่เฉพาะแค่ชุดกระดาน เพราะอะไรก็ตามที่เป็นหมากรุกก็ขายดีหมด ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ของตกแต่งวินเทจ โดยยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 45% ส่วนกระดานคะแนนยอดขายเพิ่มขึ้น 300%!

ขณะที่ Chess.com เครือข่ายออนไลน์สำหรับให้คนสมัครเข้าไปเล่นหมากรุก เปิดเผยว่าถึงแม้ในปีนี้เทรนด์คนที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการล็อกดาวน์ในเดือนมีนาคมที่ทำให้มีสมาชิกใหม่แตะ 1 ล้านคนทุกเดือน

แต่หลัง The Queen’s Gambit ออกอากาศ ในเดือนพฤศจิกายนเดือนเดียวก็มีผู้สมัครสมาชิกใหม่ถึง 2.8 ล้านคน! และยอดรวมจำนวนเกมที่เล่นแบบมาตรฐานมีมากถึง 78 ล้านกระดาน สูงกว่าปี 2019 ถึงเท่าตัว

ไม่เพียงเท่านั้น กระแสยังลามไปถึงการถ่ายทอดสดการเล่นหมากรุกแบบออนไลน์ โดยเฉพาะบน Twitch แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เดิมถูกมองว่าเหมาะสำหรับการเล่นวิดีโอเกมออนไลน์เท่านั้น แต่ในเวลานี้ได้กลายเป็นเวทีขนาดมโหฬารให้แฟนๆ ได้ติดตามการแข่งหมากรุกจากนักแข่งที่ชื่นชอบ

นักหมากรุกอย่าง แอนนา รูดอล์ฟ เจ้าของสมญา Anna_Chess หรือเลวี รอซแมน กับชื่อในวงการออนไลน์ GothamChess กลายเป็นสตรีมเมอร์ขวัญใจที่มีแฟนๆ ติดตามการเล่นของพวกเขามากมาย ซึ่งก็ไม่ใช่แค่แข่ง แต่ยังทำคอนเทนต์ช่วยแนะนำหรือสอนการเล่นหมากรุกให้ทุกคนด้วย

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจเป็นครั้งเดียวในชั่วชีวิต

ประโยชน์ 10 ข้อของหมากรุก

1. หมากรุกมีพลังที่จะดึงดูดผู้คนเข้าหากัน

หมากรุกเป็นหนึ่งในเกมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก โดยต้นกำเนิดต้องย้อนไปไกลถึง 1,500 ปี ผ่านการเดินทางมายาวนานกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หมากรุกยังทำได้ดีไม่เคยเปลี่ยนคือการดึงดูดผู้คนเข้าหากัน ต่อให้มาจากคนละถิ่นที่อยู่ พูดจาคนละภาษา ขอแค่มีกระดานกับชุดหมากก็เล่นด้วยกันได้ (อาจต้องตกลงกติกากันนิดหน่อย)

สำคัญที่สุดคือหมากรุกไม่มีข้อจำกัดของเพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนา และสีผิว

และไม่จำเป็นต้องเล่น แค่ยืนลุ้นไปด้วยก็บันเทิงแล้ว

2. สอนให้รู้แพ้รู้ชนะ

ต่อให้เป็นเซียนหมากรุกขั้นเทพแค่ไหนก็ไม่มีใครที่ไม่เคยแพ้ การเล่นหมากรุกจึงเป็นการสอนอย่างดีว่าชีวิตคนเรานั้นมีทั้งแพ้และชนะ ไม่มีใครจะแพ้ตลอดไป หรือชนะตลอดกาล

ชีวิตก็เช่นกัน 

3. สอนเด็กได้

การเล่นหมากรุกสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอนเด็กได้อย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องยากๆ อย่าง ‘ผลของการกระทำ’ 

ทุกตาที่เดินสามารถส่งผลดีหรือร้ายได้ ดังนั้นก่อนจะเดินหรือทำอะไรในชีวิต ควรคิดให้ดี

4. ช่วยให้มีสมาธิ

เรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้คนในยุคสมัยนี้ที่สมาธิสั้นลงเรื่อยๆ อันเป็นผลจากการที่เรามีโซเชียลมีเดียเข้ามาดึงดูดความสนใจตลอดเวลา


หมากรุกนั้นสามารถช่วยให้เราจดจ่อกับการเดินหมาก คิดแล้วคิดอีก ซึ่งสมาธิที่เกิดขึ้นสามารถเอาไปปรับใช้กับอะไรก็ได้ในโลก

5. ผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมของคุณครู

อย่างที่บอกว่าหมากรุกคือเกมมหาชน ใครก็เล่นได้ ดังนั้นสำหรับคุณครูในโรงเรียนแล้ว หมากรุกไม่ใช่เกมที่ใช้เงินทองมากมาย และเด็กทุกคนก็สามารถจะเล่นด้วยกันได้โดยไม่กำแพงใดๆ มาขวางกั้น

ครูยังใช้หมากรุกช่วยสอนอะไรได้อีกมากมาย ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องยากๆ อย่างปรัชญาชีวิต

6. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์

สิ่งที่งดงามที่สุดของหมากรุกคือการที่ทุกคนสามารถคิดสไตล์การเล่น แบบแผน กลเม็ด ทีเด็ดต่างๆ ของตัวเองได้โดยไม่มีขีดจำกัด

ต่อให้เป็นตาเดินที่แสนพิสดาร มันก็อาจจะนำชัยชนะมาสู่เราได้

7. เครื่องมือสร้างความมั่นใจ

เพราะหมากรุกคือเกมที่ขึ้นอยู่กับเราและเราเท่านั้น กับความทุ่มเทในการศึกษา การใช้เวลาขัดเกลาตัวเองผ่านการแข่งขัน เวลาที่ใช้วิเคราะห์ความพ่ายแพ้และค้นหาจุดอ่อน สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ความมั่นใจของเราสูงขึ้นตามลำดับ

8. พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา

ความยากของหมากรุกคือการที่ทุกครั้งที่แข่งเราจะต้องเจอโจทย์หินเสมอ ทั้งในการพยายามแก้ทางคู่แข่งและพยายามเล่นในแบบของตัวเองให้ดีที่สุด หมากรุกจึงเป็นครูสอนวิชาการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่ามันเอามาใช้ในชีวิตจริงได้

9. หมากรุกช่วยฝึกสมองทั้งสองซีก

เวลาที่เล่นหมากรุก สมองของเราจะถูกท้าทายในเรื่องของตรรกะ การจดจำแพตเทิร์นการเดิน การตัดสินใจทั้งในเชิงวิเคราะห์และเชิงภาพ ไปจนถึงการทดสอบความทรงจำ เรียกได้ว่าหมากรุกช่วยฝึกฝนสมองได้เป็นอย่างดี

และไม่ได้ดีเฉพาะสำหรับเด็ก แต่ดีสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

10. สงบจิตสงบใจ

บางครั้งการแข่งหมากรุกมีความตึงเครียดสูงมาก หลายครั้งคนเล่นก็พยายามทุ่มเททุกอย่างที่มี เวลาก็เหลือน้อย และยังต้องตัดสินใจอย่างเฉียบแหลม ซึ่งไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในกระดานนั้น หมากรุกได้สอนให้เรารู้จักสงบจิตสงบใจได้เป็นอย่างดี

เพราะช่วงเวลาที่เพ่งสมาธิสูงสุด แต่ในเวลาเดียวกันก็นิ่งที่สุด คือช่วงเวลาที่สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

ถ้าทำได้ ต่อให้ชีวิตนี้ต้องเจอกี่สิบกี่ร้อยเดดไลน์ ต้องขึ้นพรีเซนต์งานใหญ่ สัมภาษณ์ ​หรือทดสอบอะไรก็ตาม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

บทความอื่นๆ Talk :ตำรา” การเดินเกมของ Jungle ”